เมื่อโลกปักหมุดที่ SX2026 รวมไอเดียความยั่งยืนจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว
เมื่อการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป การได้รู้ว่าประเทศต่าง ๆ กำลังคิดค้นอะไร และลงมือทำอย่างไรเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน จึงน่าสนใจไม่แพ้การค้นพบเทคโนโลยีใหม่ ๆ และนี่คือสิ่งที่งาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้สัมผัสด้วยตัวเอง ผ่านนิทรรศการ นวัตกรรม และกิจกรรมจากพาวิลเลียนนานาชาติ
ตลอดการจัดงานที่ผ่านมา SX ได้ตอกย้ำบทบาทการเป็นเวทีสำคัญด้านความยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน และในปีนี้ ผู้เข้าชมจะได้พบกับพาวิลเลียนจากองค์กรระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต หอการค้า และหน่วยงานภาครัฐระหว่างประเทศ ที่นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และตัวอย่างการลงมือทำจริงมาแบ่งปัน พร้อมกิจกรรมที่ทำให้เรื่องความยั่งยืนเข้าใจง่ายและใกล้ตัวกว่าที่คิด
เริ่มต้นที่พาวิลเลียนของสหประชาชาติในประเทศไทย (United Nations in Thailand) จุดที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่สนใจความร่วมมือระหว่างประเทศ ภายในพาวิลเลียนจะพาย้อนดูเส้นทางกว่า 80 ปี ตั้งแต่กฎบัตรสหประชาชาติ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และข้อตกลงเพื่ออนาคต (Pact for the Future) ผ่านสิ่งใกล้ตัวอย่างหมวกกันน็อก ฉลากอาหาร หนังสือเดินทาง และมรดกโลก พร้อมนำเสนอบทบาทของประเทศไทยบนเวทีสหประชาชาติ และนิทรรศการภาพถ่าย “30 Stories, 17 Goals, One Road to 2030”
หากสนใจเรื่องพลังงานสะอาด พาวิลเลียนจีนพร้อมนำเสนอแนวทางและเทคโนโลยีที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ขณะที่พาวิลเลียนออสเตรเลียนำเสนอความร่วมมือระหว่างออสเตรเลียและไทยในการขับเคลื่อนระบบพลังงานสะอาด ทั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา การผลิตพลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยให้การบริหารจัดการระบบไฟฟ้าของไทยมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ส่วนผู้ที่สนใจเทคโนโลยีรับมือภัยพิบัติ ต้องไม่พลาดพาวิลเลียนญี่ปุ่น กับระบบเฝ้าระวังไฟป่า (Wildfire Monitoring System) ที่ผสานเทคโนโลยีดาวเทียมเข้ากับ AI เพื่อช่วยคาดการณ์ความเสี่ยงและการลุกลามของไฟป่าได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ระบบนี้เริ่มนำร่องที่ดอยตุง ก่อนขยายไปยังพื้นที่เสี่ยงในเชียงใหม่และเชียงราย ช่วยให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครรับมือไฟป่าได้รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น
สำหรับคนรักป่าและธรรมชาติ แนะนำให้แวะพาวิลเลียนของศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (ASEAN Centre for Biodiversity) ที่ชวนผู้เข้าชมค้นพบว่าการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพช่วยให้ทั้งธรรมชาติและผู้คนในภูมิภาครับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร ผ่านโครงการสำคัญอย่างอุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Heritage Parks) และโครงการ ASEAN Green Initiative ที่ส่งเสริมการปลูกต้นไม้พันธุ์พื้นถิ่น และขยายความร่วมมือระดับภูมิภาคและการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่น คือพลังที่ทำให้ทั้งผู้คนและธรรมชาติเข้มแข็งไปด้วยกัน
จากเมืองน่าอยู่ถึงนวัตกรรมสีเขียว ไอเดียใกล้ตัวที่เปลี่ยนชีวิตได้
ความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังรวมถึงคุณภาพชีวิตและการออกแบบเมืองที่ตอบโจทย์ผู้คนในระยะยาว ซึ่งหลายประเทศได้นำแนวคิดเหล่านี้มาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในงานปีนี้
ที่พาวิลเลียนฝรั่งเศส ผู้เข้าชมจะได้พบกับเทคโนโลยีและแนวคิดที่ครอบคลุมตั้งแต่ระบบน้ำดื่มและน้ำเสีย การจัดการขยะ โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการวางผังเมืองที่ช่วยประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ส่วนพาวิลเลียนเนเธอร์แลนด์นำเสนอโครงการด้านน้ำและการเดินทางอย่างยั่งยืนที่ร่วมขับเคลื่อนกับประเทศไทย ทั้ง PIB Water และ Water as Leverage Academy ซึ่งผสานความเชี่ยวชาญของเนเธอร์แลนด์เข้ากับองค์ความรู้ในพื้นที่ รวมถึงเรือปลอดมลพิษ และการส่งเสริมการปั่นจักรยานทั่วกรุงเทพฯ
ด้านพาวิลเลียนสวีเดนชวนผู้เข้าชมสำรวจความยั่งยืนภายใต้แนวคิด “Made with Sweden in Thailand” ซึ่งนำความเชี่ยวชาญของสวีเดนมาผสานกับบริบทของไทย ผ่านตัวอย่างใกล้ตัว เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร ลิฟต์ในอาคารที่พักอาศัย และสถานที่ทำงานที่ใส่ใจผู้คน เพื่อสะท้อนว่าความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวันขณะที่พาวิลเลียนนิวซีแลนด์เล่าเรื่องการดูแลผู้คนและธรรมชาติไปพร้อมกับนวัตกรรม ผ่านน้ำผึ้งมานูก้าที่ผลิตอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการดูแลผึ้งและฟื้นฟูป่าพื้นถิ่น รวมถึงไม้แปรรูปจากป่าที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC ซึ่งอบด้วยพลังงานความร้อนใต้พิภพ และติดตามขนาดที่ต้องการเพื่อลดวัสดุเหลือทิ้ง
พาวิลเลียนสวิตเซอร์แลนด์เองก็นำนวัตกรรมสีเขียวมาผสานกับบริบทของไทย เพื่อถ่ายทอดความยั่งยืนที่เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ อาหารและโภชนาการ ไปจนถึงงานฝีมือ พร้อมชวนค้นพบว่าแนวทางจากสวิตเซอร์แลนด์สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม และธุรกิจ ขณะที่พาวิลเลียนของหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand) นำเสนอมุมมองจากบริษัทที่เข้าร่วม ทั้งความท้าทาย โอกาส และการดำเนินงานที่กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ส่วนพาวิลเลียนฮังการีมาพร้อมแนวทางสู่การเป็นประเทศที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 ปิดท้ายด้วยพาวิลเลียนสหราชอาณาจักรที่รวบรวมผู้นำภาคธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคส่วนต่าง ๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อขับเคลื่อนแนวทางความยั่งยืนที่นำไปปฏิบัติได้จริง ส่งเสริมการบูรณาการและนวัตกรรม พร้อมสะท้อนบทบาทของภาคธุรกิจในการรับมือความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวจากพาวิลเลียนนานาชาติ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเลือกสำรวจได้ตามความสนใจ และค้นพบว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากหลากหลายมุมมองชีวิต
เปิดตัว SX GLOBAL FORUM เวทีเชื่อมความร่วมมือระดับนานาชาติ
นอกจากประสบการณ์สำหรับผู้เข้าชมทั่วไปแล้ว SX2026 ยังเพิ่มมิติความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้วยการเปิดตัว SX Global Forum เป็นครั้งแรก เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ หารือเชิงนโยบาย และสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และองค์กรต่าง ๆ
เวทีนี้ครอบคลุมตั้งแต่การแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน การเจรจาความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจด้วยกัน (B2B) ไปจนถึงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจกับภาครัฐ (B2G) โดยมุ่งต่อยอดการแลกเปลี่ยนความรู้ไปสู่แนวทางปฏิบัติที่ช่วยรับมือความท้าทายด้านความยั่งยืนได้จริง
ทุกการประชุมและกิจกรรมในปีนี้ยังเชื่อมโยงกับธีมหลักของงาน “ปรับ รับ เปลี่ยน” (Resilience in Action) ที่ชวนทุกภาคส่วนปรับวิธีคิด เตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง และร่วมกันสร้างวิถีชีวิตที่สมดุลและยั่งยืน
พบกันที่ SX2026 ระหว่างวันที่ 6–15 พฤศจิกายนนี้ ไม่ว่าคุณจะสนใจเรื่องธรรมชาติ พลังงานสะอาด เทคโนโลยีเพื่อเมืองน่าอยู่ หรือความร่วมมือที่กำลังขับเคลื่อนโลก SX2026 คือโอกาสในการเปิดมุมมองใหม่ เรียนรู้จากตัวอย่างของนานาประเทศ และค้นพบแนวทางที่ทุกคนนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
มาร่วมค้นพบไอเดียและประสบการณ์ด้านความยั่งยืนในงาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) ระหว่างวันที่ 6–15 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของ SX ได้ทาง Facebook Page : Sustainability Expo, www.sustainabilityexpo.com และแอดไลน์ @sxofficial