“ถังหูลู่” จากขนมหวานโบราณ สู่การปรับโฉมรับยุคโซเชียล
ถังหูลู่ หรือปิงถังหูลู่ เป็นขนมพื้นเมืองของจีนที่ทำจากผลไม้เสียบไม้ เคลือบด้วยน้ำเชื่อมน้ำตาลจนเกิดเปลือกแข็งใส กรอบหวาน โดยสูตรดั้งเดิมนิยมใช้ผลซานจา หรือฮอว์ธอร์น (hawthorn) ผลไม้รสเปรี้ยวที่พบได้ทั่วไปในจีนตอนเหนือ ขนมชนิดนี้มีความผูกพันกับวิถีชีวิตของผู้คนมายาวนาน โดยเฉพาะในฤดูหนาว ก่อนพัฒนาจากขนมข้างทางแบบดั้งเดิมสู่ของหวานยอดนิยมที่มีให้เลือกหลากหลายทั่วประเทศจีน
เรื่องเล่าที่แพร่หลายเกี่ยวกับต้นกำเนิดของถังหูลู่ย้อนกลับไปถึงสมัยราชวงศ์ซ่ง ในรัชสมัยจักรพรรดิซ่งกวางจง โดยกล่าวว่า หวงกุ้ยเฟย พระสนมคนโปรด ล้มป่วยและมีปัญหาสุขภาพจนแพทย์หลวงไม่สามารถรักษาให้หายได้ กระทั่งหมอพื้นบ้านเสนอให้นำผลซันจามาต้มกับน้ำตาลทรายแดง แล้วรับประทานก่อนอาหารวันละไม่กี่ผลต่อเนื่องประมาณครึ่งเดือน จนอาการดีขึ้น
ต่อมา วิธีดังกล่าวแพร่หลายออกไปสู่ประชาชน และมีการดัดแปลงด้วยการนำผลไม้มาเสียบไม้แล้วเคลือบน้ำตาล เพื่อให้รับประทานสะดวกและจำหน่ายได้ง่ายขึ้น จนกลายเป็นขนมที่รู้จักกันในชื่อถังหูลู่ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวดังกล่าวยังเป็นตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัด
ในอดีต ถังหูลู่เป็นขนมที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาวของจีนตอนเหนือ เพราะอุณหภูมิต่ำช่วยให้เปลือกน้ำตาลแข็งกรอบได้นาน ลดปัญหาน้ำตาลละลายหรือเหนียวเยิ้มจากความร้อน พ่อค้าหาบเร่จึงมักนำขนมชนิดนี้ออกขายในช่วงอากาศหนาว โดยเฉพาะตามตลาดและงานเทศกาล
นอกจากรสหวานของน้ำตาลที่ตัดกับรสเปรี้ยวของผลไม้แล้ว ถังหูลู่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำในวัยเด็กและบรรยากาศฤดูหนาวของชาวจีนจำนวนมาก ภาพพ่อค้าเดินขายขนมเสียบไม้สีแดงสดตามถนนจึงเป็นภาพที่พบได้บ่อยในวัฒนธรรมเมืองทางตอนเหนือของจีน
แม้ถังหูลู่จะมีสูตรพื้นฐานคล้ายกัน แต่ชื่อเรียกและรูปแบบการทำแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น โดยกรุงปักกิ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีชื่อเสียงด้านขนมชนิดนี้ ขณะที่เมืองเทียนจินเรียกถังหูลู่ว่า “ถังตุนเอ๋อร์” ส่วนเมืองชิงเต่าในมณฑลซานตงเรียกว่า “ถังฉิว” และมีการจัดเทศกาลถังฉิวเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น
ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน หรือที่เรียกว่า “ตงเป่ย์” มีสภาพอากาศหนาวจัดในฤดูหนาว ทำให้ผู้คนนิยมรับประทานถังหูลู่ที่มีเปลือกน้ำตาลแข็งกรอบเป็นพิเศษ ปัจจุบันยังมีการคิดค้นสูตรใหม่โดยใช้ผลไม้และวัตถุดิบหลายชนิดแทนซันจา เช่น สตรอเบอร์รี องุ่น ส้ม และพุทรา เพื่อเพิ่มความหลากหลายด้านรสชาติและรูปลักษณ์
ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ผลไม้เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงชนิดของน้ำตาลที่ใช้เคลือบด้วย บางร้านเลือกใช้น้ำตาลกรวดเพื่อให้ได้เปลือกใสเป็นประกาย ขณะที่บางสูตรใช้น้ำตาลมอลต์เพื่อสร้างเนื้อสัมผัสที่เหนียวขึ้น รายละเอียดเหล่านี้ทำให้ถังหูลู่แต่ละร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทุกวันนี้ ถังหูลู่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะฤดูหนาวหรือพื้นที่ทางตอนเหนือของจีนอีกต่อไป แต่กลายเป็นของหวานที่หาซื้อได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในย่านการค้า ตลาดกลางคืน และแหล่งท่องเที่ยว นอกจากนี้ การเผยแพร่ภาพขนมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ยังช่วยเพิ่มความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคต่างชาติ
ผู้จำหน่ายต่างพัฒนาสูตรใหม่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การใช้ผลไม้หลากสีไปจนถึงการผสมวัตถุดิบที่แตกต่างจากสูตรดั้งเดิม เพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่ต้องการทดลองรสชาติใหม่ ๆ แม้รูปลักษณ์และส่วนผสมจะเปลี่ยนแปลงไป แต่เอกลักษณ์สำคัญของถังหูลู่ยังคงเป็นการผสมผสานระหว่างผลไม้กับน้ำตาลเคลือบกรอบ ซึ่งให้รสสัมผัสแตกต่างกันในคำเดียว
ถังหูลู่จึงไม่ได้เป็นเพียงขนมหวานข้างถนนของจีน แต่ยังสะท้อนการสืบทอดวัฒนธรรมอาหารจากอดีตสู่ปัจจุบัน จากขนมที่ได้รับความนิยมในช่วงฤดูหนาว สู่ของหวานที่ปรับตัวเข้ากับตลาดสมัยใหม่และกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของอาหารริมทางจีนที่ผู้คนทั่วโลกรู้จัก.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES