โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Etihad ส่ง A380 บินกรุงเทพฯ ทุกวัน รับตลาดพรีเมียมไทยและผู้โดยสารต่อเครื่อง เดินหน้าขยายเส้นทางบินตลาดเอเชีย

TODAY Bizview

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

สายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ส สายการบินแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นำเครื่องบินแอร์บัส A380 ลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นการเริ่มให้บริการ A380 ทุกวันบนเส้นทางอาบูดาบี–กรุงเทพฯ ซึ่งสายการบินระบุว่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร ในจังหวะที่ฤดูท่องเที่ยวหน้าหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่การเดินทางระหว่างยุโรปกับเอเชียหนาแน่นที่สุดของปี กำลังจะเริ่มขึ้น

เที่ยวบินที่ใช้ A380 คือ EY402 และ EY403 ให้บริการทุกวัน โดย EY402 ออกจากอาบูดาบีเวลา 21.20 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 06.35 น. ของวันถัดไป ส่วน EY403 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 08.35 น. และถึงอาบูดาบีเวลา 12.20 น. (เวลาท้องถิ่นทั้งหมด) โดยเส้นทางนี้ให้บริการระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติซายิด กรุงอาบูดาบี กับสุวรรณภูมิ

โดยเครื่องแต่ละลำมีที่นั่งชั้นประหยัด 415 ที่นั่ง ชั้นธุรกิจ 70 ที่นั่ง ห้องชั้นหนึ่ง First Apartments 9 ห้อง และห้องสวีท The Residence 1 ชุด ซึ่งรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 2 คน รวมแล้วประมาณ 496 ที่นั่งต่อเที่ยว ทั้งนี้เป็นตัวเลขที่คำนวณจากข้อมูลรายชั้นโดยสาร ไม่ใช่ตัวเลขรวมที่สายการบินแถลงเอง

‘อันโตโนอัลโด เนเวส’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอทิฮัด บอกว่า การนำ A380 กลับมาให้บริการเป็นผลจากการประเมินเชิงกลยุทธ์ ไม่ได้มุ่งเพิ่มขนาดเครื่องบินเพียงอย่างเดียว และการเลือกเริ่มบินก่อนเข้าฤดูหนาวก็เพื่อรองรับช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชียและไทยเป็นจำนวนมาก

โดยประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญสำหรับการเดินทางระดับพรีเมียมของสายการบิน และการนำเครื่องบินเรือธงมาให้บริการไม่เพียงเพิ่มความจุ แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้สัมผัสประสบการณ์ที่โดดเด่นที่สุดของสายการบิน

ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสเติบโตมหาศาลทั้งในไทยและตลาดเอเชียโดยรวม และการลงทุนต่อเนื่องในภูมิภาคสะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตระยะยาว การเพิ่มกรุงเทพฯ เข้าสู่เครือข่ายที่ใช้ A380 จึงเป็นอีกก้าวของกลยุทธ์ดังกล่าว โดยมุ่งขยายความจุ เสริมความแข็งแกร่งของการเชื่อมต่อผ่านอาบูดาบี และเพิ่มทางเลือกให้ผู้โดยสาร

ในส่วนของภาพตลาด สายการบิน Etihad บอกว่าไทยมีฐานผู้โดยสารพรีเมียมที่แข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มท่องเที่ยวและกลุ่มธุรกิจ พร้อมทั้งพบแนวโน้มผู้โดยสารรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง นิยมสินค้าแบรนด์หรู ให้ความสำคัญกับการเดินทางระดับพรีเมียม และชอบแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางผ่านโซเชียลมีเดีย สายการบินยังระบุว่าห้อง The Residence มีความต้องการสูงมากในตลาดกรุงเทพฯ และถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นคำกล่าวของสายการบินเอง โดยยังไม่มีตัวเลขการจองหรือรายได้มายืนยัน

ในภาพรวมของสายการบิน เอทิฮัดมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย (Load Factor) สูงถึง 88% ทั่วทั้งเครือข่ายในปี 2025 ขณะที่ความจุที่นั่งเพิ่มขึ้นราว 15–18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจุบันสายการบินนำ A380 กลับมาให้บริการแล้ว 8 ลำ ครอบคลุมเส้นทางลอนดอน ปารีส โตรอนโต โตเกียว กรุงเทพฯ และสิงคโปร์ และมีกำหนดนำลำที่ 9 กลับมาในเดือนมกราคม 2027

สำหรับตลาดไทย เอทิฮัดมีเที่ยวบินรวมกว่า 92 เที่ยวต่อสัปดาห์ ครอบคลุม 4 เมือง ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต กระบี่ และเชียงใหม่ โดยกระบี่และเชียงใหม่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปีที่ผ่านมา

Load Factor ระดับสูงควบคู่กับความจุที่เพิ่มขึ้นสองหลัก เป็นเงื่อนไขสำคัญของการตัดสินใจนำเครื่องขนาดใหญ่มาบินเพิ่ม เพราะเครื่องลำตัวใหญ่ต้องมีผู้โดยสารเพียงพอจึงจะคุ้มค่าต่อการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม สายการบินระบุว่าขณะนี้ยังคงจำนวนเส้นทางไว้เท่าเดิม และยังไม่ประกาศจุดหมายปลายทางใหม่ โดยจะติดตามความต้องการของตลาดเพื่อพิจารณาปรับแผนต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้ที่นั่งส่วนใหญ่ของ A380 จะเป็นชั้นประหยัด แต่ประเด็นที่สายการบินให้น้ำหนักในการสื่อสารคือชั้นพรีเมียม ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ต่อที่นั่งสูงกว่า

ที่ระดับบนสุดคือ The Residence ห้องสวีทส่วนตัวขนาด 125 ตารางฟุต หรือราว 11.6 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องนั่งเล่น ห้องนอนพร้อมเตียงคู่ และห้องน้ำพร้อมฝักบัวแบบเต็มความสูง สายการบินอ้างว่าเป็นห้องลักษณะนี้แห่งเดียวในโลกบนเครื่องบิน และเป็นครั้งแรกที่เปิดให้บริการในประเทศไทย ผู้โดยสารยังได้รับบริการรถรับส่งพร้อมคนขับส่วนตัวและสิทธิ์ใช้ห้องรับรองที่อาบูดาบี

ถัดมาคือชั้นหนึ่ง First Apartments จำนวน 9 ห้อง ห้องละ 39 ตารางฟุต หรือราว 3.6 ตารางเมตร มีประตูบานเลื่อนเพื่อความเป็นส่วนตัว เก้าอี้หนังจาก Poltrona Frau ที่ปรับเป็นเตียงยาว 80.5 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสขนาด 24 นิ้ว ส่วนชั้นธุรกิจมี 70 ที่นั่งบนชั้นบนของเครื่อง ทุกที่นั่งออกทางเดินได้โดยตรง ปรับเป็นเตียงราบยาว 80 นิ้ว จอขนาด 18.5 นิ้ว และมีพื้นที่ The Lobby ซึ่งเป็นเลานจ์และบาร์ตั้งอยู่ระหว่างชั้นหนึ่งกับชั้นธุรกิจ

สำหรับชั้นประหยัด 415 ที่นั่ง แต่ละที่นั่งกว้าง 18.95 นิ้ว ปรับเอนได้ 6 นิ้ว ระยะห่างระหว่างแถว 32 นิ้ว มีจอสัมผัส 11.1 นิ้ว ช่องชาร์จ USB และ Wi-Fi พร้อมทางเลือก Neighbour-Free Seating ที่ให้ผู้โดยสารเพิ่มพื้นที่ส่วนตัวได้

ในด้านภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ สายการบินจับมือกับแบรนด์ภายนอก เช่น Giorgio Armani สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกในชั้นหนึ่งและ The Residence และแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลี LANEIGE สำหรับชั้นธุรกิจ

[ ใช้อาบูดาบีเป็นฮับ ดึงผู้โดยสารเชื่อมเครือข่าย ]

ในเชิงกลยุทธ์เครือข่าย เอทิฮัดวางกรุงเทพฯ เป็นทั้งจุดหมายปลายทางและจุดป้อนผู้โดยสารเข้าสู่ฮับอาบูดาบี เพื่อเดินทางต่อไปยังยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกาเหนือ ซึ่งต่อยอดจากเส้นทางอื่นของสายการบินในไทยและเส้นทางพรีเมียมในเอเชีย เช่น โตเกียว

สายการบินยังผลักดันโปรแกรม Abu Dhabi Stopover ซึ่งให้สิทธิ์เข้าพักโรงแรมฟรีสูงสุด 2 คืนแก่ผู้เดินทางที่แวะพักในอาบูดาบี ควบคู่กับบริการรถรับส่งและส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยวบางรายการ เพื่อจูงใจให้ผู้โดยสารเลือกเที่ยวบินที่ต้องต่อเครื่อง และเปลี่ยนผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องให้เป็นนักท่องเที่ยวในเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

‘อันโตโนอัลโด เนเวส’ ยอมรับว่าต้องแข่งขันกับเที่ยวบินตรงซึ่งสะดวกกว่าในแง่เวลาเดินทาง จึงเลือกชูจุดต่างด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ทั้งบนเครื่องและภาคพื้นดิน มากกว่าแข่งขันด้านระยะเวลา

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพฯ เป็นเส้นทางเอเชียล่าสุดต่อจากโตเกียว ซึ่งเริ่มใช้ A380 บนเส้นทางรายวันระหว่างอาบูดาบีกับโตเกียวเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 และสายการบินมีแผนนำ A380 ไปให้บริการเพิ่มเติมที่สิงคโปร์ในเดือนธันวาคม สายการบินระบุว่าการใช้ A380 ทั้งโตเกียวและกรุงเทพฯ จะช่วยตอกย้ำการรองรับตลาดพรีเมียมในเอเชียอย่างต่อเนื่องในอนาคต เอทิฮัดมีแผนรับมอบเครื่องแอร์บัส A330neo ในปี 2027 พร้อมดีไซน์ห้องโดยสารใหม่ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...