จัดหมวดหมู่ 7 ระดับตามปริมาณการใช้ไฟ ดาต้าเซ็นเตอร์รายเดิมรอด
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ (บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์) เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2569 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบการจัดระเบียบและส่งเสริมการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ของประเทศ เพื่อให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยจะต้องรวบรวมข้อมูลของการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ไว้หน่วยงานเดียว ,การนิยามหมวดหมู่ของดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดในประเทศ และกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมทั้งด้านการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ ผังเมือง ความปลอดภัย อัคคีภัย สิ่งแวดล้อม และชุมชน ทั้งโครงการที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมและนอกนิคมอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการรายเก่าโดยจะไม่เปลี่ยนกติกาย้อนหลังแบบเหมาเข่ง ส่วนรายใหม่ที่ได้รับอนุญาตให้เดินหน้าก่อนสร้าง ต้องต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดภายในระยะเวลา 1 ปี ส่วนโครงการใหม่จะต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อพิจารณาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การดึงธุรกิจไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนาทักษะแรงงานไทย และการสร้างระบบธรรมาภิบาล โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) จะเป็นศูนย์กลางในการขึ้นทะเบียนและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ โดยมติที่ประชุมครั้งนี้ จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาอนุมัติต่อไป
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาจัดหมวดหมู่ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็น 7 ระดับตามปริมาณการใช้ไฟ้า ได้แก่ 1. การใช้ไฟ 0 ถึง 0.5 เมกะวัตต์, 2. มากกว่า 0.5 ถึง 5 เมกะวัตต์, 3. มากกว่า 5 ถึง 10 เมกะวัตต์, 4. มากกว่า 10 ถึง 20 เมกะวัตต์, 5. มากกว่า 20 ถึง 50 เมกะวัตต์, 6. มากกว่า 50 ถึง 200 เมกะวัตต์ และ 7 ตั้งแต่ 200 เมกะวัตต์ขึ้นไป โดยกลุ่มขนาดเล็ก1-4 จะใช้ข้อกำหนดเทคนิคขั้นต่ำพื้นฐาน
ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยมีดาต้าเซ็นเตอร์ที่เปิดให้บริการแล้วรวม 63 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กของสถาบันการเงิน และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือรอใบอนุญาตขั้นสุดท้ายอีก 20 แห่ง ส่วนรายใหม่จะเปิดรับพิจารณาข้อเสนอตามเกณฑ์ใหม่ได้ในช่วงเดือนธ.ค.นี้
ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีดาต้าเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ กทม. ราว 50 แห่ง โดยเป็นศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กตามอาคารต่างๆ จำนวน 47 แห่ง และเป็นศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ 3 แห่ง ซึ่งที่ผ่านมา กทม. ได้ออกระเบียบเข้าตรวจวัดผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องระดับเสียง อุณหภูมิด้านนอก น้ำเสีย ระบบป้องกันอัคคีภัย และความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายยินยอมปฏิบัติตามมาตรการเพิ่มเติมของ กทม. และหากพบว่ามีการสร้างผลกระทบต่อประชาชนจริง กทม. จะสั่งให้หยุดการดำเนินงานทันที
“การวางกรอบนโยบายและจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ แห่งชาติในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเพื่อก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจ AI โดยรัฐบาลเน้นย้ำว่าจะควบคุมผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างรัดกุม”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จัดหมวดหมู่ 7 ระดับตามปริมาณการใช้ไฟ ดาต้าเซ็นเตอร์รายเดิมรอด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “เอกนิติ” ลั่นไทยคืนสปอตไลท์โลก เร่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจเก่าปูทาง Thailand Next Economy
- เซ็นอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย-นอร์เวย์ ลุยปิดช่องโยกกำไรข้ามชาติ!
- เปิดงบ Anthropic เจาะเบื้องหลังธุรกิจ ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรู้ ก่อน IPO เข้า Nasdaq
- “เอกนิติ” ชี้ไทยเป็นเรือลำเล็กฝ่า 4 มรสุมเศรษฐกิจโลก
- ไทยชูโมเดล Bangkok Blueprint บนเวที IMF 2026 ผนึกกำลังทั่วโลกปราบสแกมเมอร์
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath