กมธ.ติดตามงบฯถกปมกยศ. "ไอซ์" ซัดรมต.ขี้โม้จัดงบไม่พอหวั่นเด็กหลุดระบบ แฉม.เอกชน "N" สวมสิทธิ์ผันเงินหมุนอุ้มมหาวิทยาลัย
เรื่องใหญ่แล้วอย่าให้ข่าวอื่นกลบเด็ดขาด!"กมธ.ติดตามงบฯ"ถกปัญหากองทุนกยศ."รักชนก"ซัดรมต.ไม่จริงใจอย่าพูดแค่ปากว่าให้ความสำคัญการศึกษาแต่ไม่จัดงบให้พอซัด มันขี้โม้เผยเห็นตรงกันกยศ.ต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง-ยกเลิกเอกสารรับรองความจนหวั่น 70เด็กหลุดระบบเหตุขาดงบ7พันล.แฉซ้ำม.เอกชนอักษรย่อ"N"ให้นศ.เซ็นเอกสารค้างส่อสวมสิทธิ์ผันเงินหมุนอุ้มมหาวิทยาลัย
วันนี้ (1ต.ค.):นางสาวรักชนกศรีนอกสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณสภาผู้แทนราษฎรให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)ว่าตนขอบคุณนายภราดรปริศนานันทกุลรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่มาเข้าร่วมประชุมในวันนี้เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องตัดสินใจในเชิงนโยบายแต่วันนี้ที่ได้รับความชัดเจนหลักๆคือ1.การแก้ไขกฎหมายซึ่งกองทุนกยศ.จะต้องอยู่ได้ด้วยตนเองจากการเก็บเงินผู้กู้รายเก่าและจะต้องทำให้ผู้กู้รายเก่ามีวินัยทางการเงินดอกเบี้ยอาจคงเดิมได้แต่เบี้ยปรับที่เป็นไม้แข็งเพื่อให้ผู้กู้รายเก่าจ่ายกลับมาอาจจะต้องพิจารณาใหม่และ2.การเซ็นเอกสารรับรองความจนซึ่งรัฐมนตรีเห็นด้วยว่าควรจะหมดไปได้แล้วและคาดหวังว่ากองทุนกยศจะสามารถเชื่อมต่อข้อมูลด้านอื่นๆได้เอง
นอกจากนี้รัฐมนตรียังให้ความชัดเจนที่ดูเหมือนไม่ชัดเจนในเรื่องงบประมาณปี70ที่ยังขาดอยู่ประมาณ7,000ล้านบาทซึ่งรัฐมนตรีรับปากว่าจะนำเรื่องนี้ไปพิจารณาอีกครั้งแต่ก็ต้องดูศักยภาพในการบริหารจัดการตัวเองของกยศ.ก่อนส่วนจะอนุมัติงบกลางมาให้ได้หรือไม่นั้นยังไม่ได้รับความชัดเจนจากรัฐมนตรี
"ในช่วงเวลานี้ของปีหน้าก็จะมีนักเรียนนักศึกษาออกมาเรียกร้องกันอีกแล้วมีปัญหาแน่นอนจากงบประมาณที่ไม่เพียงพอจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีกวันนี้1ต.ค.แล้วเรื่องวิกฤตน้ำท่วมรัฐบาลจะถูกผ่อนคลายด้วยประกันภัยที่รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณปี70ไว้คิดว่าเมื่อผ่อนคลายไปเรื่องหนึ่งแล้วเรื่องที่เป็นปัญหาเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่ก็น่าจะนำงบประมาณมาใช้ได้ในส่วนนี้"นางสาวรักชนกกล่าว
ส่วนปีหน้าจะต้องมีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษากว่า10,000คนใช่หรือไม่นางสาวรัชนกกล่าวว่าหากคิดกยศ.รายหัวต่อเด็ก1คนก็ตกประมาณ70,000บาทหากนำไปหารกับ7,000ล้านบาทปีหน้าก็จะเห็นว่าเด็กจะต้องออกจากระบบกี่คนถ้าไม่ได้เงินตัวนี้มาจึงอยากให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงที่ย้ำมาตลอดในเรื่องการในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรบุคคลความสำคัญของการศึกษาการพัฒนาทรัพยากรแรงงานของเราในอนาคตเราต้องการทรัพยากรบุคคลที่ต้องนำพาประเทศไปข้างหน้าถ้ายังคิดแล้วคิดอีกที่จะควักเงินเพื่อมาโปะกองทุนกยศ.หรือไม่
"ดิฉันก็คิดว่ารัฐบาลอาจจะยังไม่ได้แสดงความจริงใจที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของการศึกษาเท่าที่ควรอย่าพูดแต่ปากว่าให้ความสำคัญกับการศึกษาถ้าจะให้ความสำคัญจริงๆกฎระเบียบต่างๆที่มีปัญหาต้องแก้ไขงบประมาณที่ไม่เพียงพอท่านต้องจัดสรรให้เพียงพอไม่งั้นก็เลิกพูดว่าให้ความสำคัญกับการศึกษามันขี้โม้"นางสาวรักชนกกล่าว
นางสาวรักชนกกล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายเรื่องนี้ว่าหลังจากนี้อาจจะต้องเห็นร่างแก้ไขกฎหมายจากพรรคภูมิใจไทยหรือร่างกฎหมายจากรัฐบาลเพราะกยศ.คงศึกษาไว้หมดแล้วเหลือแค่ว่าจะยื่นสู่สภาเมื่อไหร่และพรรคประชาชนก็พร้อมที่จะยื่นร่างประกบทันทีเพื่อแก้ไขให้กองทุนสามารถอยู่ได้ในระยะยาวและไม่ขาดสภาพคล่องแบบนี้
เมื่อถามว่าทางฝั่งกยศ.ชี้แจงอย่างไรและสามารถปรับอะไรได้หรือไม่บ้างนางสาวรักชนกกล่าวว่าปรับอะไรไม่ได้เลยถ้าไม่มีเงินกยศ.ปรับท่าไหนเด็กก็ต้องออกจากมหาลัยออกจากระบบการศึกษาเพราะปัญหาเรื่องนี้คือเงินคำเดียว
ด้านนายพลาธิปพิมพ์สุวรรณ์ตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์กล่าวเพิ่มเติมว่า2เดือนครึ่งที่ตนต้องเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์วันนี้รู้สึกโล่งหลายคนในห้องประชุมตนรู้สึกว่ามีความจริงใจในการแก้ปัญหาโดยเฉพาะพรรคประชาชนและหลายคนที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือตั้งแต่วันแรกพร้อมขอบคุณรัฐบาลที่อนุมัติงบแต่ในความดีใจก็ยังมีความผิดหวังว่าเรื่องมันเนิ่นนานกว่า2เดือนครึ่งวันนี้หวังว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องเดินทางมาเรื่องนี้
นางสาวรักชนกยังกล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม(อว.)ทำรายชื่อสาขาวิชาตกหล่นคือสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ทำให้เด็กสาขานี้ประมาณ20คนตกหล่นไม่สามารถยื่นกู้กยศ.ได้ปัญหานี้สำนักปลัดกระทรวงอว.ทำ20รายชื่อนี้ตกหล่นและยังไม่รู้ว่ามีมหาวิทยาลัยอื่นที่อว.ทำรายชื่อตกหล่นไปอีกหรือไม่ซึ่งกยศ.บอกว่ายื่นตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วเพราะอนุมัติเงินไปหมดแล้วตกใจมากจริงๆว่าสำนักงานปลัดอว.ทำแบบนี้ได้อย่างไร
"ท่านอาจคิดว่าเป็นการกำลังกดส่งหลักสูตรส่งข้อมูลไปให้กยศ.แต่ความผิดพลาดของท่านตอนนี้อย่างน้อยมีเด็ก20คนที่ยังไม่รู้อนาคตตัวเองว่าจะเอาอย่างไรต่อดีทำให้เขาไม่ได้รับโควตาในปีนี้และถ้าหลายคนพ่อแม่ไม่สามารถไปหยิบยืมที่ไหนมาได้ก็ต้องออกจากการศึกษาแน่ๆและหวังว่าสำนักปลัดอว.จะไม่ทำผิดพลาดซ้ำอีก"นางสาวรักชนกกล่าว
เมื่อถามว่ากรณีที่มีการสวมสิทธิ์นักศึกษาเพื่อไปยื่นกู้กยศ.แต่ไม่ได้ไปเรียนจริงของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งบอกว่าได้มีการสอบถามเรื่องนี้บ้างหรือไม่นางสาวรักชนกกล่าวว่าได้มีการเชิญมหาวิทยาลัยอักษรย่อขึ้นต้นด้วยตัวnมาชี้แจงซึ่งทางมหาวิทยาลัยชี้แจงว่าเป็นผู้บริหารคนละชุดซึ่งผู้บริหารชุดก่อนเป็นคนที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมาโดยเรื่องนี้มีมูลเพราะทางมหาวิทยาลัยยอมรับว่ามีการให้นักศึกษาเซ็นเอกสารทิ้งไว้หลังจากนั้นทางมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ยื่นให้แต่นักศึกษาอาจไม่ได้เรียนแล้วในปีการศึกษาถัดไปทำให้มียอดหนี้เข้ามาในระบบจึงไม่รู้ว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคหรือถ้ารู้อยู่แก่ใจว่านักศึกษาไม่เรียนแต่ยังส่งเอกสารเพื่อขอรับการกู้เงินจากกยศ.อยู่
ซึ่งเรื่องนี้มหาวิทยาลัยเอกชนทำกันเป็นเรื่องเป็นราวผันเงินจากกยศ.เพื่อทำให้มหาวิทยาลัยตัวเองอยู่ได้เข้าใจว่ามหาวิทยาลัยก็ต้องทำทุกช่องทางเพื่อให้อยู่ต่อได้แต่วิธีการเหล่านี้อาจจะส่อไปในทางที่ไม่ชอบหรือไม่ดังนั้นทางกยศ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาดูเรื่องนี้
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO