โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ชุมพรสืบสานวิถีชาวนา! โรงเรียนวัดธัญญารามจัดตำข้าวเม่า–ลงแขกเกี่ยวข้าว ถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่เยาวชน

สยามรัฐ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดพื้นที่โรงเรียน 7 ไร่เป็นแหล่งเรียนรู้เกษตร ให้นักเรียนและชุมชนลงมือทำจริง พร้อมต่อยอดข้าวเม่าและข้าวกล้องเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้
กิจกรรมจัดขึ้น ณ โรงเรียนวัดธัญญาราม หมู่ 3 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความร่วมมือและรอยยิ้ม โดยมีนางสาวพิมภา คีรีเมฆ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดธัญญาราม พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และผู้มีเกียรติเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

1793977988616

ผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายวิโรจน์ แสงบางกา ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว, นายสมคิด ประทับแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลนาโพธิ์พัฒนา, นายสง่า ศรีภา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนวัดธัญญาราม, นายมนัส แดงขวัญทอง ประธานสถานศึกษา, นางสาวนพภ์สร เกตุนุ้ย กรรมการสถานศึกษา, นายวัชรินทร์ ทองศิริ กำนันตำบลนาโพธิ์ และนายวิรัตน์ ฤกษ์สมุทร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3
ไฮไลต์เด็ด! ตำข้าวเม่าแบบโบราณ สัมผัสภูมิปัญญาจากผืนนาสู่จานอาหาร ภายในงานมีการสาธิตและเรียนรู้กรรมวิธีทำ “ข้าวเม่าธัญญาราม” ตั้งแต่ขั้นตอนการนวดข้าว การคั่ว การตำ และการคลุก ก่อนนำไปแปรรูปเป็นข้าวเม่าทอด โดยใช้สูตรข้าวเม่าแม่พัชรี อำเภอหลังสวน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาด้านอาหารพื้นบ้านที่นำมาต่อยอดให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้

1793978052496

ขณะเดียวกัน ยังมีกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวเพื่อนำมาทำข้าวเม่า เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนและประชาชนได้ร่วมลงมือฝึกหัดเก็บเกี่ยวข้าวด้วยตนเอง สัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกรแบบดั้งเดิม เรียนรู้ความเหน็ดเหนื่อยกว่าจะได้ข้าวแต่ละเมล็ด และซึมซับวัฒนธรรมการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนในชุมชน
นางสาวพิมภา คีรีเมฆ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดธัญญาราม เปิดเผยถึงที่มาของโครงการว่า คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้ร่วมกันประชุมหารือและวางแนวทางพัฒนาพื้นที่ของโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร ภายใต้แนวคิดเปลี่ยนพื้นที่สนามโรงเรียนให้กลายเป็น “แหล่งเรียนรู้สีทอง”

1793977974548

จากเดิมที่เคยใช้พื้นที่ปลูกข้าวนา ได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นการปลูกข้าวไร่ เพื่อสืบสานภูมิปัญญาและวิถีชีวิตชาวนา โดยใช้พื้นที่ของโรงเรียนประมาณ 7 ไร่ และใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกสำหรับเพาะปลูกประมาณ 40 กิโลกรัม
เป้าหมายสำคัญคือการเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนและคนในชุมชนธัญญารามได้มีส่วนร่วมตั้งแต่การปลูก การดูแล ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว พร้อมเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมกัน ไม่ใช่เพียงเรียนรู้จากตำรา แต่ได้ลงมือปฏิบัติจริง

1793977965618

ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว โรงเรียนได้จัดกิจกรรมทำข้าวเม่าโบราณ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กรรมวิธีพื้นบ้านและสัมผัสความสนุกสนานของวิถีชีวิตชาวนาในอดีต
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดนำข้าวเม่ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวเม่าทอด โดยนำสูตรของแม่พัชรีจากอำเภอหลังสวนมาต่อยอด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร และเป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับโรงเรียน
ส่วนผลผลิตข้าวเปลือกที่ได้จากการเพาะปลูก โรงเรียนมีแผนจะนำไปสีเป็น “ข้าวกล้อง” เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของโรงเรียนวัดธัญญาราม สร้างโอกาสในการต่อยอดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับการสร้างอาชีพและรายได้อย่างเป็นรูปธรรม
ต่อมาเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน นายทวีป ไทยสวี นายอำเภอสวี ได้เดินทางมาให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางคณะผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำชุมชน และประชาชนที่เข้าร่วมงาน
การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการอนุรักษ์และถ่ายทอดภูมิปัญญาการทำนาและการแปรรูปข้าวไทยให้แก่คนรุ่นใหม่ ส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ตลอดจนสร้างความร่วมมือระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และชุมชน พร้อมปลูกฝังแนวคิดการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นอาชีพ และดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
กิจกรรมตำข้าวเม่าและลงแขกเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการย้อนรอยวิถีชีวิตชาวนาในอดีต แต่ยังเป็นการสร้างห้องเรียนกลางชุมชน ที่เปิดโอกาสให้คนต่างวัยได้เรียนรู้ร่วมกัน และนำองค์ความรู้ดั้งเดิมมาพัฒนาเป็นโอกาสใหม่ให้กับโรงเรียนและชุมชน เพราะข้าวหนึ่งเมล็ดมีคุณค่ามากกว่าที่คิด การรักษาวิถีชาวนาในวันนี้ คือการรักษารากเหง้า ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของชุมชน เพื่อส่งต่อให้ลูกหลานได้สืบสานต่อไปอย่างยั่งยืน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...