โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทุนอินเดียลุยซื้อหมากพัทลุง "ศูนย์รับซื้อฯแม่ขรี" เด้งรับเตรียมสต๊อก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 มี.ค. 2565 เวลา 03.42 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2565 เวลา 03.40 น.

นักธุรกิจอินเดียเตรียมเซ็นสัญญารับซื้อหมากไม่อั้นกับศูนย์รับซื้อขายหมากแม่ขรี จ.พัทลุง เดือน เม.ย.นี้ หลังเมียนมาผู้ส่งออกรายใหญ่ของอินเดียมีปัญหาความไม่สงบในประเทศ ด้านกลุ่มทุนท้องถิ่นตั้งศูนย์รับซื้อขายเก็บสต๊อกในภาคใต้ พ.ค.นี้ พร้อมส่งพ่อค้าอินเดีย-จีน

ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ เจ้าของตลาดและอดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้ผลักดันโครงการค้าหมาก จ.พัทลุง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาตนได้รับการประสานงานจากนักธุรกิจค้าหมากประเทศอินเดียมาอย่างต่อเนื่องที่จะเข้ามารับซื้อหมากสุกในประเทศไทยปริมาณไม่จำกัด เพื่อนำไปแปรรูปจำหน่ายในประเทศอินเดีย

ล่าสุดทางนักธุรกิจค้าหมากอินเดียให้คำยืนยันว่าประมาณเดือนเมษายน 2565 จะทำสัญญาซื้อขายหมากระหว่างพ่อค้าอินเดียกับศูนย์รับซื้อขายหมากแม่ขรี หมู่ 1 เทศบาลตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง และเดือนพฤษภาคม 2565 จะเริ่มทำการรับซื้อขายหมาก

โดยศูนย์รับซื้อขายหมากแม่ขรี เป็นกลุ่มนักลงทุนท้องถิ่นที่มีความพร้อมด้านการเงิน และมีเงินสำรองสามารถรับซื้อขายทั้งหมากสุก หมากอ่อน ได้ไม่จำกัดจำนวนจากทั่วภาคใต้ เพื่อจัดเก็บสต๊อกได้พอในระยะเวลาหนึ่ง หากเกิดราคาผันผวนสำหรับการขนส่งหมากไปอินเดียจะใช้ท่าเรือน้ำลึกสงขลา เพราะอยู่ใกล้ศูนย์รับซื้อฯ เป็นเส้นทางตรงไม่ต้องผ่านประเทศเมียนมา และเวียดนาม ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง และค่าบริหารจัดการได้มาก

“เรื่องสำคัญที่ต้องหารือกันคือราคา ว่าจะมีการประกาศราคา เปิดราคาเดือนต่อเดือนหรืออย่างไร เพื่อป้องกันราคาขึ้น-ลงอ่อนไหว จะเป็นการป้องกันความเสี่ยงกันทุกฝ่าย เพราะราคากลางหมาก ถูกตั้งราคาจากคนกลางในประเทศเมียนมาในการเปิดราคาซื้อขาย ดังนั้นการขึ้นลงราคาจะมีความเสี่ยงต่อพ่อค้ารับซื้อขายหมากในไทย

ดังนั้น กลุ่มค้าหมากจึงต้องดำเนินการอย่างครบวงจรเพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยต้องมีพื้นที่จัดเก็บสต๊อกเข้าโรงอบรักษาคุณภาพความชื้น เพราะแต่ละลอตมีจำนวนมาก หากหมากราคาขาลง ต้องเก็บสต๊อกเพื่อรอราคาที่ดี แต่เมื่อได้ราคาดีก็ปล่อยออก ตอนนี้หมากอ่อนทางภาคอีสานราคาพุ่ง 120 บาท/กก. หมากสุกทางใต้ 80 บาท/กก.” ดร.สมบัติกล่าว

แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจการค้าหมาก อ.กงหรา จ.พัทลุง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อ.กงหรา จ.พัทลุง ถือเป็นศูนย์รวบรวมซื้อ-ขายหมากรายใหญ่ของภาคใต้และเป็นผู้ส่งออกทั้งหมากสุกและหมากอ่อนรายใหญ่ของประเทศ

โดยเส้นทางการค้าหมากส่งออก พ่อค้าไทยจะส่งออกหมากไปให้กลุ่มผู้ค้าในประเทศเมียนมา หลังจากนั้นทางเมียนมา จึงบริหารจัดการส่งออกต่อไปยังประเทศอินเดีย แต่ขณะนี้ประเทศเมียนมามีปัญหาความไม่สงบในประเทศมาต่อเนื่อง การค้าหมากจึงค่อนข้างมีอุปสรรค และทางพ่อค้าอินเดียเริ่มขาดความเชื่อมั่น จึงหันมาลงทุนรับซื้อหมากในประเทศไทย

โดยจังหวัดในภาคใต้ที่มีการปลูกหมากจำนวนมาก เช่น จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช ฯลฯ ในส่วนของหมากอ่อน พ่อค้าไทยส่งออกไปให้ผู้ค้าหมากในประเทศเวียดนาม หลังจากนั้นทางประเทศเวียดนามจะบริหารจัดการส่งออกต่อไปยังประเทศจีนอีกทอดหนึ่ง สินค้าหมากที่ส่งออกไปขายให้จีนส่วนหนึ่งบริโภค อีกส่วนนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์

หากพิจารณาเส้นทางการค้าหมากของไทย สะท้อนผ่านตัวเลขการส่งออกช่วง 10 ปีที่ผ่านมาของกระทรวงพาณิชย์ มีข้อน่าสังเกตเฉพาะตลาดสำคัญ ไทยมีการส่งออกไปตลาดหลักเมียนมาเพิ่มขึ้นทุกปี ปี 2555 เมียนมาเป็นตลาดอันดับ 3 มีมูลค่าส่งออก 194.45 ล้านบาท ปี 2556 เมียนมาขยับขึ้นเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 มีมูลค่าส่งออก 174.19 ล้านบาท

ปี 2557 เมียนมา เป็นตลาดส่งออกอันดับ 2 มูลค่า 174.57 ล้านบาท และตั้งแต่ปี 2558 เมียนมาขยับขึ้นเป็นตลาดส่งออกหมากอันดับ 1 ของไทยมาต่อเนื่องและมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ปี 2563 มูลค่า 1,714.17 ล้านบาท และปี 2564 มูลค่า 4,432.87 ล้านบาท

ขณะที่ตลาดอินเดียลดการนำเข้าจากไทยในช่วง 10 ปี โดยปี 2555 อินเดียเป็นตลาดส่งออกอันดับ 4 มีมูลค่า 134.62 ล้านบาท มาถึงปี 2564 อยู่อันดับ 6 มูลค่า 53.05 ล้านบาท

ส่วนตลาดเวียดนาม ช่วง 10 ปีไทยมีการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปี ปี 2555 อยู่อันดับ 12 มูลค่า 2.97 ล้านบาท มาถึงปี 2564 ก้าวขึ้นอันดับ 2 มูลค่าส่งออก 286.83 ล้านบาท ขณะที่ตลาดจีน ช่วง 10 ปีนำเข้าจากไทยน้อยมาก แทบจะไม่ติดอันดับ 15 ตลาดหลักส่งออกของไทย ปี 2555 อยู่อันดับ 15 มูลค่า 0.44 ล้านบาทมาถึงปี 2564 จีนโผล่ขึ้นมาอยู่อันดับ 9 มูลค่าส่งออก 10.83 ล้านบาท อัตราการขยายตัว 186,565.52%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...