โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเบื้องหลัง ถอดถอน ‘ดร.เอ้ – สืบพงษ์ ปราบใหญ่’ จากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง

TODAY

อัพเดต 26 ธ.ค. 2564 เวลา 10.43 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2564 เวลา 09.55 น. • workpointTODAY

เปิดเบื้องหลัง "ดร.เอ้ - สืบพงษ์ ปราบใหญ่" หลุดอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เหตุบ่ายเบี่ยงเรียกประชุมกก.สภามหาวิทยาลัย จนหลายฝ่ายเดือดร้อนเตรียมเจอเด้งสองหลังร่วมซุกที่ดินสุพจน์"ได้มาโดยมิชอบ"

จากกรณีเครือข่ายพิทักษ์คุณธรรมมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ยื่นเรื่องต่อประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอุปนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงให้ตรวจสอบกรณีปรากฎข้อมูลว่า นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยได้รับการโอนที่ดิน 2 แปลงในพื้นที่จังหวัดนครนายก ต่อจากนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม หลังจากที่นายสุพจน์ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งข้อกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ และเมื่อวันที่24 ธ.ค.2564 ที่ประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง มีมติให้ถอดถอนนายสืบพงษ์จากการดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมีการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน

แหล่งข่าวจากสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยถึง กรณีที่สื่อมวลชนรายงานข่าว นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงคนปัจจุบัน ถูกถอดถอนจากตำแหน่ง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานั้น  ส่วนหนึ่งของเนื้อหาของแถลงการณ์จากเครือข่ายพิทักษ์คุณธรรมมหาวิทยาลัยรามคำแหง ระบุว่า"…อธิการบดีคนปัจจุบันอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเนื่องจากได้รับโอนที่ดินจำนวน 2 แปลง ในพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก หลัง ป.ป.ช. ได้ตั้งข้อหาบุคคลผู้โอนทรัพย์สินนั้น ร่ำรวยผิดปกติ จึงอาจเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุน ทุจริตต่อหน้าที่ ด้วยการซุกซ่อน ปกปิดแหล่งที่มาทรัพย์สิน เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าก่อน ขณะ หรือหลังกระทำความผิด มิต้องให้รับโทษหรือรับโทษน้อยลง ขณะเดียวกัน ที่ดินดังกล่าวยังได้ถูกศาลฎีกาพิพากษาให้ยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 469/2561 จึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561…"

สืบพงษ์ ปราบใหญ่

แหล่งข่าวกล่าวว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2564 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยนายสืบพงษ์ได้รับการสรรหามาปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีคนปัจจุบัน และเมื่อรับตำแหน่งปรากฏว่านายสืบพงษ์พยายามเลื่อนการประชุมสภามหาวิทยาลัยและบ่ายเบี่ยงการเรียกประชุมถึงสองครั้งโดยเหตุผลที่ให้ไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังได้ ทั้ง ๆ ที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยได้พยายามใช้อำนาจตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยให้มีการเรียกประชุมเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่องานราชการ แต่นายสืบพงษ์ก็บิดพลิ้วมาโดยตลอด จนส่งผลกระทบต่อนักศึกษา บุคลากร หลักสูตรการเรียนการสอน รวมทั้งภารกิจต่างๆของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก

"กรรมการสภามหาวิทยาลัยบางท่านเป็นผู้เสนอให้ถอดถอนนายสืบพงษ์จากการดำรงตำแหน่งอธิการบดีเพราะส่งผลกระทบในวงกว้างกับมหาวิทยาลัยและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาอย่างละเอียด เห็นว่าหากให้นายสืบพงษ์อยู่ในตำแหน่งต่อไปอาจสร้างความเสียหายมากกว่านี้ นอกจากนั้น การปฏิเสธเรียกประชุมสภามหาวิทยาลัยยังอาจเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ที่เข้าข่ายการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 อีกด้วย"

ส่วนกระแสข่าวที่สื่อมวลชนนำเสนอเรื่องการโอนที่ดินระหว่างนายสุพจน์ไปยังนายสืบพงษ์นั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงอีกเรื่องหนึ่ง โดยที่ประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงเพิ่งทราบเรื่องนี้ และจะดำเนินการสอบสวน เพราะน่าจะขัดต่อพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2541 รวมทั้งข้อบังคับมหาวิทยาลัยรามคำแหงว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้บริหาร พ.ศ.2562 ในข้อ 6 และข้อ 7 หากเรื่องนี้เป็นจริงก็เท่ากับว่า นายสืบพงษ์ร่วมกันสนับสนุนการกระทำความผิดของนายสุพจน์ในครั้งนั้นด้วย

แหล่งข่าวระบุว่า การที่นายสืบพงษ์พยายามไม่เรียกประชุมสภามหาวิทยาลัยเนื่องจากเกรงว่าสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงจะดำเนินการสอบสวนเกี่ยวกับข้อร้องเรียนเรื่องวุฒิการศึกษาและเรื่องที่เกี่ยวพันกับคดีของนายสุพจน์ซึ่งกำลังตกเป็นข่าวในขณะนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2541 มาตรา23 วรรคสาม บัญญัติว่า นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระวรรคสอง อธิการบดีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ 3)ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง และ6)สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอน โดยตอนนี้นายสืบพงษ์ได้ถูกถอดถอนแล้ว และสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงจะได้ดำเนินการสอบสวนในเรื่องอื่น ๆ ที่มีการร้องเรียนต่อไป

ซึ่งนายสืบพงษ์ผ่านการสรรหาเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง คนที่10 โดยผ่านการสรรหาเมื่อวันที่ 22 ต.ค.2563 และเมื่อวันที่ 15 ก.ย.2564 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตามมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงครั้งที่15/2563ให้นายสืบพงษ์ดำรงตำแหน่งอธิการบดี โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้นายสืบพงษ์ดำรงตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย.2564 ทั้งนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงจะดำรงตำแหน่งวาระละสี่ปีและดำรงตำแหน่งไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

ด้านนายสืบพงษ์ ได้โพสต์ข้อความ ผ่าน เพจ Suebpong AEy Prabyai ระบุว่า เมื่อวันที่ 26  ธ.ค.  จากการที่มีข่าวสารต่างๆ ของผมที่เกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม 2564 หลังจากที่มีการประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ผมขอขอบพระคุณทุกๆ กำลังใจโดยเฉพาะจากชาวรามคำแหงที่มีให้ผมครับ ขอให้เชื่อมั่นในความตั้งใจ จริงใจและเสียสละในการทำงานด้วยความเข้าใจ เข้าถึง ถูกต้องและเป็นธรรม เพื่อส่วนรวม องค์กรและประเทศชาติ ส่วนรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นนั้นขอให้รอความชัดเจนก่อนนะครับ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายสืบพงษ์ ถึงกรณีการถูกถอดถอนจากตำแหน่ง โดยนายสืบพงษ์ กล่าวว่า การประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำเเหงเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ตนเข้าร่วมประชุมด้วยเเต่เมื่อถึงวาระที่พิจารณาเรื่องของตน ตนถูกเชิญออกจากห้องประชุมจึงไม่ทราบรายละเอียดของมติที่ประชุม ตอนนี้ขอรอดูมติที่ประชุมดังกล่าวก่อน "เเละตอนนี้ตนยังปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ของมหาวิทยาลัยตามปกติ ส่วนการเคลื่อนไหวของบางกลุ่มที่จะเกิดขึ้นนั้นตนไม่ทราบรายละเอียด"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...