โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสียงของชาวหาดใหญ่ ในวันที่คนป่วย คนชรา เด็กทารก ต้องอดข้าว-อดน้ำ นอนคอยความช่วยเหลือ กับคำถาม ต้องฉุกเฉินแค่ไหนถึงจะมีคนช่วย

The Momentum

อัพเดต 27 พ.ย. 2568 เวลา 13.00 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2568 เวลา 05.15 น. • THE MOMENTUM

ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดน้ำท่วมขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่ในระดับที่เรียกว่า ‘มหาอุทกภัย’ เพราะหากย้อนกลับไปช่วงปี 2543 และ 2553 ก็เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้ว ซึ่งก็มีภาพของผู้คนที่ติดอยู่บนหลังคาบ้าน ในอาคาร ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร แบบเดียวกับภาพเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ในตอนนี้

เอาเข้าจริงๆ ประเทศไทยคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีทรัพยากรในการแก้ปัญหาน้ำท่วมมากที่สุด ทั้งในแง่ ‘เวลา’ ที่ใช้ในการเตรียมรับมือ (อย่างหาดใหญ่ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่เว้นระยะห่างกันถึง 10 ปี) มีบทเรียนให้ถอด มีงบประมาณ ไม่นับรวมหน่วยงานที่มีอำนาจในการจัดการน้ำที่มีอยู่มากกว่า 1 หน่วยงาน แต่แล้วทำไมเมื่อเกิดน้ำท่วม การช่วยเหลือ การอพยพ และการจัดการจึงยังดูเหมือนไทยเป็น ‘มือใหม่’ กับการเผชิญอุทกภัย

การจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ สะเปะสะปะ บอกให้อพยพ แต่ไม่บอกว่า ‘จะต้องไปที่ไหน’ และ ‘จะไปอย่างไร’ ในกระแสน้ำที่สูงและเชี่ยวกราก ทำให้ในตอนนี้ แม้ว่าการจัดการของภาครัฐที่เดิมทีไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่าใครเป็นหัว ใครเป็นท้ายของการบัญชาการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะเริ่มเห็นโครงร่างชัดเจนขึ้นในภายหลัง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อประชาชนที่ยังรอคอยความช่วยเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก

พวกเขารอคอยอยู่ในตึกสูงที่ถูกน้ำล้อมด้วยความหิวโหย ท่ามกลางเสียงเรือเจ็ตสกีและเฮลิคอปเตอร์ที่ผ่านเหนือศีรษะเพื่อไปช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่า บางคนติดอยู่ภายในบ้านที่มีน้ำท่วมมิด ต้องลอยคอรับออกซิเจน

The Momentum รวบรวมเสียงสะท้อนจากผู้ประสบภัยเท่าที่เราจะเข้าถึงได้ เพื่อส่งเสียงไปถึงภาครัฐ ในยามที่พวกเขาเพิ่งจะเริ่มทำงานกันอย่างเต็มกำลัง เผื่อว่าจะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสถานการณ์มหาอุทกภัยครั้งนี้พอจะเห็นได้ชัดเจนขึ้นว่า พวกเขาจะช่วยเหลือประชาชนที่ยังรอคอยด้วยความหวังอย่างไร

ผู้คนเริ่มเข้าสู่สถานการณ์ ‘อดอยาก’

เป็นเวลากว่า 4 วันจนถึงวันนี้ ที่พ่อและน้องสาวของ วรรณิสา ฉิ้มร่องดำ ยังคงเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วมอยู่ภายในอำเภอหาดใหญ่ เธอเล่าว่า พวกเขาติดอยู่ภายในวัดพุทธิการาม (ปลักกริมสระน้ำ)ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยไม่มีอาหาร ร่วมกับคนอื่นๆ อีกประมาณ 30 ชีวิต

“เราโทร.ไปทุกหน่วยงานแล้ว และทุกหน่วยงานก็ตอบรับเรา แต่ยังไม่มีใครเข้าไปให้ความช่วยเหลือ เขาใช้คำว่า ‘ประสาน’ และบอกว่าที่ที่พ่อหนูติดอยู่น้ำมันเชี่ยว”

วรรณิสาเล่าด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์ว่า พื้นที่ที่พ่อกับน้องสาวของเธอติดอยู่นั้นยังคงมีน้ำท่วมสูงและไหลเชี่ยว จึงมีการระดมเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือยังจุดอื่นๆ ที่สามารถเข้าไปได้ก่อน หรือเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยมองว่าสาหัสกว่า เช่น พื้นที่เขต 8 ของหาดใหญ่ใน แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงมาก คือความเป็นอยู่ของผู้คนภายในวัด ที่กำลังเข้าสู่ภาวะ ‘อดอยาก’ แล้วในตอนนี้

ในตอนอพยพย้ายไปอยู่ภายในวัด พ่อของเธอมีข้าวสารอยู่ 1 กิโลกรัม กับเตาแก๊สแบบพกพา จึงสามารถหุงข้าวแจกจ่ายให้คนทั้ง 30 ชีวิตที่อยู่ร่วมกันได้ แต่ในวันนี้ ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้อีกแล้ว

“น้องสาวของเราล้มหมดสติ เพราะไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน จนถึงวันนี้ ในวัดยังมีเด็กวัย 2 เดือนที่มีอาการอิดโรย เสียงแหบ ดูอ่อนเพลีย เพราะงอแงตลอดจากการไม่ได้ดื่มนม ตัวของแม่เด็กเองก็คงไม่มีน้ำนมให้น้อง เพราะก็ไม่ได้กินข้าวเหมือนกัน” เธอกล่าว และยังคงรอคอยอย่างมีความหวังว่า จะมีข่าวดีเกิดขึ้นเร็วๆ นี้กับครอบครัวของเธอที่ขาดการติดต่อไปแล้วกว่า 2 วัน

คนหาดใหญ่ที่ยังไม่ถึงคิวช่วยเหลือ

ภาวะอดอยากยังแผ่ขยายไปยังผู้อยู่อาศัยในอาคารชั้น 2 ที่น้ำท่วมไม่ถึง อย่างกรณีของ ทัศนวลี มุกแก้ว ที่ต้องกินข้าวซึ่งหุงไว้เมื่อ 2 วันก่อน และอยู่กับน้ำเปล่า 3 ขวด เพื่อประคองชีวิตให้ถึง ‘คิว’ ที่เฮลิคอปเตอร์หรือเรือสักลำจะเข้ามาช่วยเหลือให้ออกจากพื้นที่

“ฝากกระจายเสียงหน่อยว่า บ้านเลขที่ 116 บนถนนอนุสรณ์อาจารย์ทอง ซอยพัฒโน ยังไม่มีหน่วยงานหรือเจ็ตสกีเข้ามาสักลำเลย ระดับน้ำตอนนี้มิดชั้นหนึ่งแล้ว ไหลเชี่ยว ออกไปเองไม่ได้ ในบ้านมีเด็ก 3 คน ผู้ใหญ่ 4 คน ไม่มีใครเข้ามาเลย ทั้งเรือทั้งเฮลิคอปเตอร์เข้ามาแล้วก็ผ่านไปทั้งวัน พยายามโบกมือขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีใครมา” เขากล่าว

อีกปัญหาหนึ่งที่กำลังทำให้สถานการณ์ของทัศนวลีแย่ลงคือ แบตเตอรีโทรศัพท์มือถือที่กำลังลดลงเรื่อยๆ ในช่วงที่ยังไม่มีการจ่ายไฟฟ้าตามปกติ ซึ่งนั่นหมายความว่า พวกเขาจะติดต่อกับโลกภายนอกได้ยากขึ้นไปอีกในยามวิกฤต

“ผมติดอยู่ที่นี่มา 3 วันแล้ว โดยที่ไฟฟ้าใช้ไม่ได้ เราออกไปข้างนอกก็ไม่ได้ เพราะมันอยู่ติดคลอง ถ้าเดินออกไปอาจตกคลองได้ แบตเตอรีที่มีอยู่ตอนนี้ ถ้าหมดก็คือหมด จึงอยากจะให้ช่วยประสานหน่อย เพราะว่าตอนนี้คนทั้งซอยยังไม่มีใครได้รับความช่วยเหลือเลย”

ศิรอักษร จอมใบหยก ในฐานะผู้ประสานความช่วยเหลือและเป็นปากเสียงให้กับคนนับหลายสิบชีวิตที่ติดอยู่ภายในสินทองอพาร์ทเม้นท์ ถนนเพชรเกษม อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งยังไม่มีความช่วยเหลือใดๆ เข้าไปถึง กล่าวว่า

“เราปักหมุดเคสในแอปฯ และติดต่อ สส.กับอดีตผู้สมัครในพื้นที่หลายพรรค เขาบอกว่าตอนนี้เขาเร่งเต็มที่แล้ว แต่เคสมันเยอะมากจริงๆ แล้วเคสญาติของเรามันยังไม่วิกฤตขนาดนั้น ก็เลยเข้าใจว่าต้องรอเท่านั้นเลย”

ทั้งนี้เธอเล่าถึงการใช้ชีวิตของผู้คนที่ยังติดอยู่ภายในว่า “ทุกคนต้องอาศัยชาร์จมือถือจากมอเตอร์ไซค์กัน เสียบทั้งวันได้กันวันละสัก 10% และไม่รู้ว่าแบตฯ จะหมดกันทุกคันเมื่อไร” ขณะเดียวกัน ในหอพักแห่งนี้มีผู้หญิงติดอยู่ด้วย นอกจากอาหารกับน้ำดื่ม สิ่งที่ต้องการอย่างเร่งด่วนคือผ้าอนามัย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน

ผู้ป่วยติดเตียงยังรอความช่วยเหลือ

ในช่วงที่สัญญาณโทรศัพท์ยังคงใช้การได้บ้างไม่ได้บ้าง แหวน (นามสมมติ) ยังคงพยายามติดต่อสามีของเธอที่ยังคงติดอยู่บริเวณด้านหลังโรงแรมวี เวิลด์ บูติค หาดใหญ่ ถนนราษฎร์อุทิศ ที่บ้านเลขที่ 59/60 ในสภาพที่ขาดแคลนน้ำและอาหาร โดยตั้งแต่เช้าจรดเย็น เธอง่วนอยู่กับการโทรศัพท์ และต้องโทร.อยู่อย่างนั้น เพราะเมื่อโทร.ไปประมาณ 50 สาย จึงจะมีสัก 1 ครั้งที่เธอติดต่อกับสามีได้ เนื่องจากสัญญาณไม่เสถียร และอินเทอร์เน็ตยังคงใช้งานไม่ได้

“เพราะสัญญาณโทรศัพท์มันติดๆ ดับๆ เราเลยต้องโทรหาเขาตลอด รู้สึกดีใจมากที่ได้ยินเสียงของเขา มันแปลว่าเขายังมีชีวิตอยู่”

ในตอนแรกก่อนที่น้ำจะท่วม สามีของแหวนยังคงอยู่อาศัยในบ้านชั้นเดียวได้ตามปกติ แต่ในตอนนี้บ้านหลังเดิมไม่สามารถโอบอุ้มชีวิตได้อีกต่อไป ก่อนที่น้ำจะท่วมบ้านจนมิดหลัง สามีของเธอตะเกียกตะกายขึ้นไปบนหลังคาบ้านพร้อมกับผู้ป่วยติดเตียง เพื่อย้ายไปอยู่บ้านอีกหลังที่มี 2 ชั้น ก่อนจะพบว่า ภายในบ้านหลังนั้นมีผู้สูงอายุอยู่อีกถึง 3 คน กับเด็กอีก 1 คนที่ร่วมชะตากรรมเดียวกัน

“ผู้ป่วยติดเตียงเขาเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ผู้สูงอายุอีกคนป่วยเป็นหลอดเลือดสมองตีบ และมีความดันกับเบาหวาน เขาจำเป็นต้องกินยา แต่ไม่แน่ใจว่าเขาจะหยิบยาทันไหมตอนเกิดน้ำท่วม” แหวนกล่าวด้วยความกังวล

แม้จะเป็นเคสที่ดูร้ายแรงและควรได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่หลายๆ หน่วยงานที่เธอติดต่อไปกลับไม่ได้มองเช่นนั้น ผู้ป่วยทั้งหมดจึงยังคงต้องอาศัยอยู่ภายในบ้าน โดยขาดทั้งน้ำดื่มและอาหารมาหลายชั่วโมง

แหวนติดต่อมาอีกครั้งในช่วงเย็นของวันที่ 26 พฤศจิกายนว่า “ติดต่อแฟนได้แป๊บๆ เขาบอกว่าไม่มีหน่วยงาน ไม่มีอาหารอะไรเข้ามาเลย ถ้าบอกแบบนั้น แปลว่าทั้งซอยก็คือยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ สามีติดตั้งแต่วันอาทิตย์แล้ว ขอเรื่องอาหารและก็น้ำให้กับพวกเขาด้วยนะคะ” เธอกล่าว

เสียงสะท้อนถึงรัฐบาล

ปัจจุบันยังมีอีกหลายชีวิตที่ติดอยู่ภายในอาคารสูงของอำเภอหาดใหญ่ แม้ตัวของพวกเขาหนีน้ำขึ้นที่สูงได้ทัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตของพวกเขาจะไร้ความเสี่ยง หรืออยู่รอดได้ในสถานการณ์ที่ขาดทั้งน้ำ ไฟฟ้า และอาหาร

ทั้งนี้ ในขณะที่โฆษกรัฐบาลยืนยันหนักแน่นว่าตนเอง ‘ไม่ได้ล้มเหลว’ ในการจัดการกับมหาอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ ทั้งยังย้อนบุคลากรโรงพยาบาลในพื้นที่ที่ออกมาเปิดเผยถึงสภาพการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภายในโรงพยาบาลท่ามกลางความมืดสนิทว่า “ไฟฟ้ายังใช้ได้ตามปกติ” ก็ยังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่รอคอยความช่วยเหลืออยู่

สิ่งที่ผู้ประสบภัยต้องการคือ ‘ความช่วยเหลือที่เป็นความช่วยเหลือจริงๆ’ ไม่ใช่การลงพื้นที่เพียงชั่วคราว เพื่อให้รู้ว่ามาแล้ว แต่คือการระดมสรรพกำลังอย่างเต็มที่ เพื่อกอบกู้ชีวิตของผู้คนในเมืองให้ได้โดยเร็ว เชื่อเหลือเกินว่า ประชาชนไม่ได้อยากเห็นภาพการด่าตัวแทนข้าราชการโชว์สื่อ แต่อยากได้ ‘ชีวิตปกติ’ ของพวกเขาคืนกลับมาโดยเร็วมากกว่า

“เพื่อนเราทำงานที่สนามบินเล่าให้ฟังว่า อนุทินลงพื้นที่แค่ถ่ายรูปแล้วก็กลับ ไม่ได้ทำอะไรเลย คนหาดใหญ่โกรธกันมากๆ พรุ่งนี้อนุทินจะลงพื้นที่หาดใหญ่อีก ไม่รู้จะช่วยอะไรได้บ้าง” ปอย (นามสมมติ) สะท้อนการทำงานของรัฐบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...