โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

2568 ปีทองนักกีฬาไทย ผลงานก้อง - มือ 1 โลก

STADIUM

อัพเดต 14 ม.ค. เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2568 เวลา 03.40 น. • อนุชิต อินทรสุวรรณ

ผ่านพ้นไปในปี 2568 สำหรับวงการกีฬาเรียกว่าคึกคักสุดขีด โดยเฉพาะในช่วงท้ายปี ที่มีการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

ยังรวมไปถึงผลงานอันโดดเด่นของนักกีฬาในเวทีโลก มีใครและเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างStadiumTH จะนำมาเรียบเรียงเรื่องราวให้รำลึกกัน

“โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟยอดเยี่ยมโลก

นักหวดวงสวิงสาวจากราชบุรี“โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟวัย 22 ยึดครองมือ 1 ของโลกอย่างสง่างาม โดยก่อนนี้ในปี 2022 ขณะวัย 19 ปี “โปรจีน-อาฒยา” ทำสำเร็จมาแล้วในช่วงสั้น ก่อนสร้างผลงานยอดเยี่ยมสม่ำเสมอในการแข่งขันฤดูกาล 2025 จนก้าวขึ้นมือ 1 โลกอีกครั้ง

ฤดูกาล 2025 หรือ พ.ศ.2568 ถือเป็นปีทองของยอดนักกอล์ฟสาว “โปรจีน” หรือ “จีโน่” อาฒยา สร้างประวัติศาสตร์ใน แอลจีพีเอ 2025 เมื่อกวาด 3 รางวัลใหญ่ครบ ในวันปิดฤดูกาลของ แอลพีจีเอ ทั้งนักกอล์ฟยอดเยี่ยม สกอร์เฉลี่ยต่ำสุด และทำเงินสูงสุดต่อฤดูกาล

“โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล คว้า 3 แชมป์ ขึ้นมือ 1 โลก โดยในฤดูกาล 2025 มีการแข่งขันรวม 32 รายการ สาวจากราชบุรี คว้าแชมป์ไปมากสุด 3 รายการจาก มิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น, บิวอิค แอลพีจี เซี่ยงไฮ้ และ ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ รายการปิดท้ายฤดูกาลที่ชิงเงินรางวัลสูงสุด และถือเป็นการป้องกันแชมป์สมัยที่สองติดต่อกัน

จากผลงานอันยอดเยี่ยมทำให้ “โปรจีน-อาฒยา” ทำเงินรางวัลรวมต่อหนึ่งฤดูกาลสูงสุดในประวัติศาสตร์ แอลพีจีเอทัวร์ เป็นเงินกว่า 7.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการลงทำการแข่งขัน 20 รายการ และจาก 3 แชมป์ในปีเดียวทำให้ เพิ่มสถิติเป็นแชมป์อาชีพใน แอลพีจีเอ รวม 7 รายการ

ไม่เพียงเท่านี้ อาฒยา ยังจบการแข่งขันใน 10 อันดับแรก สูงถึง 14 รายการมากที่สุดในทัวร์ แถมเป็นการจบใน 4 อันดับแรกถึง 10 รายการเลยทีเดียว

อีกประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกคือ เป็นนักกอล์ฟที่ทำสกอร์เฉลี่ยต่ำสุดแห่งปี คว้ารางวัล “วาเร โทรฟี(Vare Trophy) หลังทำผลงานสกอรืเฉลี่ย 68.68 เป็นสถิติใหม่ต่ำสุดของ แอลพีจีเอ และถือเป็นครั้งที่สองของ “โปรจีน-อาฒยา” รับรางวัลนี้ต่อจากฤดูกาล 2023

ผลงานความสำเร็จนี้ทำให้ชื่อของ อาฒยา ฐิติกุล คว้ารางวัล นักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี นับเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่สองทำได้ต่อจาก “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล ที่เคยทำได้ในปี 2018

“มิ้งค์ สระบุรี” ณัชชารัตน์ วงศ์หฤทัย นักสนุกเกอร์มือ 1

นักสนุกเกอร์สาวสวยวัยเบญจเพศ“มิ้งค์ สระบุรี” ณัชชารัตน์ วงศ์หฤทัย สร้างประวัติศาสตร์เป็นหญิงไทยคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์โลกสนุกเกอร์หญิง 2022 ขณะวัย 22 ปี ก่อนสร้างผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องจนก้าวขึ้นเป็นมือ 1 โลกในฤดูกาล 2024 ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

ล่าสุด “มิ้งค์ สระบุรี” กลับมารับใช้ชาติในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 คว้า 2 เหรียญทองจากสนุกเกอร์หญิงประเภททีม และ หญิงเดี่ยว 15 แดง และ 1 เหรียญเงินจากสนุกเกอร์ 6 แดง โดยพ่ายให้เพื่อนซี้แชมป์โลกสนุกเกอร์หญิงอีกคนคือ“ใบพัด ศรีราชา”

ย้อนไปในปี 2018 “มิ้งค์ สระบุรี” แจ้งเกิดบนเวทีสนุกเกอร์โลกในวัย 18 ปี เมื่อสามารถคว้าแชมป์โลกสนุกเกอร์หญิง อายุต่ำกว่า 21 ปี

ปีต่อมาจึงเทิร์นโปรเล่นอาชีพเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก ก่อนไปพ่ายอดีตแชมป์หลายสมัยอย่าง “รีแอน อีเวนส์” จากนั้นไปได้แชมป์แรกในอาชีพกับรายการ “ออสเตรเลียน วีเมนส์ โอเพ่น” หลังเอาชนะ “อึ้ง ออน ยี่” มือดีฮ่องกง 4-2 เฟรม

น่าเสียดายผลงานล่าสุดในการแข่งขันสนุกเกอร์หญิงชิงแชมป์โลก 2025 ที่กวางตุ้ง ประเทศจีน เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา“มิ้งค์” ณัชชารัตน์ ทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนไปพ่ายให้กับสาวหมวยเจ้าถิ่น“ไป่ ยู่ หลู” เพื่อนสนิทในรอบชิงชนะเลิศ 4-6 เฟรม

ผลงานของ“ไป่ ยู่ หลู” ระยะหลังถือว่าไม่ธรรมดา จนล่าสุดมาอยู่มือ 3 ของโลก รองจาก“อึง ออน ยี” ของฮ่องกง โดยมี “มิ้งค์-ณัชชารัตน์” ยืนหนึ่งจนถึงปัจจุบัน

“แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาฟันดาบพาราลิมปิก

นักกีฬาฟันดาบสาวเหนือเชียงใหม่ “แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ จากผู้ประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นผู้พิการตั้งแต่อายุ 17 ปี มีพรสวรรค์ด้านกีฬา เริ่มเล่นกีฬาจากวีลแชร์บาสเกตบอลจนติดทีมชาติไทย ก่อนแบนเข็มไปลองเล่นกีฬาฟันดาบจนกลายเป็นเบอร์ 1 ของโลก

ในวัย 51 ปี “แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ วีลแแชร์ฟันดาบ ครองมือ 1 โลกอย่างไร้เทียมทาน ผลงานในมหกรรมพาราลิมปิกเกมส์ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า 3 เหรียญทองมาครองได้อย่างยอดเยี่ยม

พร้อมทำสถิติคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันพาราลิมปิกทุกครั้งที่เข้าร่วม รวม 5 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง ทั้งยังเป็นแชมป์โลกผูกขาดในประเภทเอเป้ 5 สมัยซ้อน

“หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง แชมป์โลกเทควันโด

หลังสิ้นยุคความหวังสูงสุดของกีฬาเทควันโด“เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เหรียญทองโอลิมปิค 2 สมัย

“หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง คือความหวังใหม่หลังคว้าแชมป์เอเชียนเกมส์ และแชมป์โลก รวมถึงแชมป์ซีเกมส์ ครั้งล่าสุดในรุ่น 68 กิโลกรัม

ในวัย 20 จอมเตะจากประจวบคีรีขันธ์ เจ้าของส่วนสูง 190 เซ็นติเมตร คือความหวังของทัพเทควันโดไทยในเอเชี่ยนเกมส์ ญี่ปุ่น และ โอลิมปิก สหรัฐอเมริกา

“หยู” บัลลังก์ เกิดเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2548 แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในวัย 18 ปี เมื่อคว้าเหรียญเงินในการชิงแชมป์โลก 2023 เมืองบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน

จากนั้นในเดือนกันยายน “หยู” บัลลังก์ ตอกย้ำความร้อนแรงโดยการไปคว้าแชมป์เอเซียนเกมส์ ที่หางโจว ประเทศจีน กลายเป็นนักเทควันโดคนที่สองที่คว้าเหรียญทอง ต่อจากชัชวาล ขาวละออ ที่เคยทำได้ในการแข่งขันเอเซียนเกมส์ 2010 ที่กว่างโจว ประเทศจีน

“หยู บัลลังก์ ทับทิมแดง” สร้างผลงานจนกลายเป็นมือ 1 โลก ในกีฬาเทควันโด รุ่น 68 กิโลกรัม จากการเทควันโดชิงแชมป์โลก 2025 ที่เมืองอู๋ซี สาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อเตะเอาชนะ “ยูฮยอน ซอง” เจ้าตำรับจากเกาหลีใต้ 2 ยกติด 10-5 และ 7-1 คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ให้ทีมชาติไทยได้สำเร็จ กลายเป็นนักกีฬาชายคนที่ 2 ที่คว้าแชมป์โลกในประวัติศาสตร์เทควันโดไทย ต่อจาก“แม็กซ์” ชัชวาล ขาวละออ อีกรายการในรุ่นฟินเวต 54 กก.ชาย ในปี 2011 ที่เกาหลีใต้

และเป็นแชมป์โลกคนที่ 6 ของประเทศไทยต่อจาก “จูน รังสิยา นิสัยสม” รุ่นไลท์เวต 62 กก.หญิง (2011 เกาหลีใต้), “แม็กซ์ ชัชวาล ขาวละออ” รุ่นฟินเวต 54 กก.ชาย (2011 เกาหลีใต้),“เล็ก ชนาธิป ซ้อนขำ” รุ่นฟลายเวต 49 กก.หญิง (2013 เม็กซิโก),“เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” รุ่นฟินเวต 46 กก.หญิง (2015 รัสเซีย) และรุ่นฟลายเวต 49 กก.หญิง (2019 อังกฤษ)

และคนล่าสุดก่อนหน้าคือ“นก พรรณนภา หาญสุจินต์” รุ่นแบนตั้มเวต 53 กก.หญิง (2019 อังกฤษ)

ด้วยวัยและประสบการณ์รวมถึงสรีระร่างกาย ทำให้เชื่อว่า “หยู-บัลลังก์ ทับทิมแดง” จะเป็นความหวังของทัพเทควันโดไทยไปอีกนาน

“เอฟวัน” เทพไชยา อุ่นหนู นักสอยคิวจอมแม็กซิมั่ม

หากไม่นับ“ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” นักสนุกเกอร์ที่คนไทยชื่นชอบติดตามและผลงานดีที่สุดต้องยกให้“เอฟวัน” เทพไชยา อุ่นหนู

ด้วยคุณสมบัติแทงเร็วและแม่นจนทำแม็กซิมั่นเบรก สูงสุด 147 แต้มไปแล้วถึง 6 ครั้ง มากที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย มากกว่า“ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” และ“หมู ปากน้ำ” ที่ทำไว้ 3 ครั้งเท่ากัน

ส่วนอันดับ 1 ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น “รอนนี่ โอซุลลิแวน” ทำไว้สูงสุดถึง 17 ครั้ง

สำหรับแม็กซั่มจำนวน 6 ครั้งของ “เทพไชยา อุ่นหนู” เกิดขึ้น 2 ครั้งในระยะเวลาไม่กี่วันในปี 2025

โดยครั้งที่ 5 ในศึกสอยคิว“ซาอุดิอาระเบีย มาสเตอร์ 2025” เมื่อต้นเดือนสิงหาคม “เอฟวัน-เทพไชยา” ทำแม็กซิมั่มเบรกในเฟรมที่ 2 ในเกมที่เอาชนะ “จอร์แดน บราวน์” รอบ 80 คน

สองสัปดาห์ต่อมาในเดือนเดียวกัน รายการ“อู่ฮั่น โอเพ่น 2025” ประเทศจีน “เอฟวัน” เทพไชยา อุ่นหนู กดแม็กซิมั่นเบรก 147 แต้มอีกครั้งในเกมที่เอาชนะ“ผาง จุ้น ซู” มือ 29 ของโลกเวลานั้นจากจีน 5-1 เฟรมในรอบ 64 คน

เรียกว่าสุดร้อนแรงในการทำแม็กซิมั่นเบรก 2 ครั้งในเดือนเดียว

“สตีเฟ่น เฮนดรี้” มัจจุราชผมทอง อดีตมือ 1 โลกและแชมป์โลก 7 สมัย เคยกล่าวไว้ว่า หากจะมีใครสักคนที่ทำลายสถิติการทำแม็กซิมั่มเบรกโดยใช้เวลาสั้นที่สุด 5.8 นาทีของ“รอนนี่ โอซุลลิแวน” เขาเชื่อว่ามีเพียง “เอฟวัน” เทพไชยา อุ่นหนู เท่านั้นที่จะทำได้

นอกจากนี้ยังมีสถิติที่น่าสนใจในครึ่งฤดูกาล 2025 คือการทำไป 16 เซ็นจูรี่เบรก และมีสถิติแทงเร็วที่สุดเป็นอันดับสองโลกรองจาก มาร์โก้ ฟู จอมเก๋าจากฮ่องกง ที่เฉลี่ย 16 วินาทีต่อไม้ โดย เอฟวัน อยู่ที่ 17.3 วินาที เร็วกว่า“รอนนี่ โอซุลลิแวน” อันดับสามที่ทำไว้ 17.6 วินาที

“บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดคนแรกในอาเซียนที่วิ่งต่ำสิบ

ชื่อของ “บิว” ภูริพล บุญสอน เป็นที่กล่าวถึงหลังคว้า 3 เหรียญทอง จากวิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร และผลัด 4x100 เมตรชาย พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาชาวอาเซียนคนแรกที่วิ่ง 100 เมตร ต่ำกว่า 10 วินาที ด้วยเวลา 9.94 วินาทีในรอบคัดเลือก

ล่าสุด เว็บไซต์ https://worldathletics.orgขึ้นทะเบียนสถิติของ บิว ภูริพล อย่างเป็นทางการ ด้วยสถิติ 9.94 วินาที นับเป็นอันดับ 2 ของโลก รุ่นอายุ 20 ปี รอบปี 2025 และอันดับ 5 ของโลกตลอดกาล

ส่วนผลงานระยะ 200 ม. 20.07 วินาที เป็นอันดับ 3 ของโลก รอบปี 2025 และเป็นอันดับ 9 ของโลกตลอดกาล

สำหรับการวิ่งผลัดระยะ 4x100 ม. ชาย 38.28 วินาที ถือเป็นอันดับ 20 ของโลก ในรุ่นทั่วไปรอบปี 2025

“บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดวัยทีนจากเมือง “ช้าง” สุรินทร์ เด็กหนุ่มรุ่นกระเตาะที่ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2549

ในวัย 16 ปี “บิว-ภูริพล” ลงทำการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 จังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ.2565 และแจ้งเกิดอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการสร้างสถิติใหม่ของประเทศไทยในการวิ่ง 100 ด้วยเวลา 10.19 วินาที ทำลายสถิติเดิมอันยาวนานกว่า 20 ปี ของ “เหรียญชัย สีหะวงษ์” ที่ทำไว้ 10.23 ใน “เอเชียนเกมส์ 1998” กรุงเทพมหานคร

มาถึง ซีเกมส์ 2021 ครั้งที่ 31 ประเทศเวียดนาม ปลายปีเดียวกัน ในวัย 16 “บิว-ภูริพล บุญสอน” คือความหวังของทีมกรีฑาไทยที่จะทวงคืนความยิ่งใหญ่ หลังจากไทยได้แชมป์ซีเกมส์ 100 เมตร จาก “จิระพงศ์ มีนาพระ” เมื่อ 8 ปีก่อน

ในที่สุดความเร็วของ “บิว-ภูริพล” ไม่ทำให้กองเชียร์ผิดหวัง ด้วยการคว้าเหรียญทอง 100 เมตรชาย ด้วยสถิติ 10.43 วินาที ก่อนไปทำอีก 2 ทองจาก 200 เมตร และ 4x100 เมตร เป็นความมหัศจรรย์ของเด็กวัย 16 กับผลงาน 3 เหรียญทองที่ถูกพูดถึงทั้งเมือง

น่าเสียดายในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งล่าสุด ประเทศกัมพูชา “บิว-ภูริพล บุญสอน” หมดโอกาสป้องกันแชมป์ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บในระหว่างการวิ่งระยะ 200 เมตร รอบคัดเลือก ทำให้ต้องถอนตัว

ก่อนจะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในการคว้า 3 เหรียญทองซีเกมส์อีกครั้งพร้อมพังสถิติทุกรายการ

พร้อมสร้างตำนานวิ่งต่ำกว่า 10 วินาทีคนแรกของประเทศไทยและอาเซียน

“ฟ่าง” ธีรพงศ์ และ “เวฟ” วีรพล สองจอมพลังทุบสถิติโลก

สองฮีโร่ในกีฬายกน้ำหนัก"ฟ่าง" ธีรพงศ์ ศิลาชัย และ"เวฟ" วีรพล วิชุมา ดีกรีเหรียญเงินโอลิมปิก “ปารีส 2024” ด้วยกันทั้งคู่ ต่างสร้างผลงานทำลายสถิติโลกและสถิติเอเชียในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33

โดยในรุ่น 60 กิโลกรัม"ฟ่าง" ธีรพงศ์ ศิลาชัย เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ “ปารีส 2024” ยกในท่าสแนตช์ ผ่านทั้ง 3 ครั้ง ที่น้ำหนัก 126 ต่อด้วย 129 และปิดฉากที่ 131 กิโลกรัม

ส่วนท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ก็ไม่มีปัญหาผ่านทั้งสามครั้งที่น้ำหนัก 162 ต่อด้วย 165 ครั้งสุดท้ายยกในพิกัด 173 กิโลกรัม เป็นการทำลายสถิติโลกเดิม 172 กิโลกรัม คว้าเหรียญทองไปครอง ส่วนเหรียญเงิน อินโดนีเซีย ทองแดง เวียดนาม

สำหรับ“ฟ่าง” ธีรพงศ์ ศิลาชัย เกิดเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2546 บ้านเกิดอยู่อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เล่นกีฬายกน้ำหนักตั้งแต่ระดับยุวชนก่อนมาแจ้งเกิดด้วยผลงาน 3 เหรียญทอง ในการแข่งขันยกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์ประเทศไทย 2563 จังหวัดนครสวรรค์

จากนั้นกลายเป็นจอมพลังที่หาตัวจับยากในรุ่น เมื่อคว้าอีก 3 เหรียญทอง ในการแข่งขัน EGAT ยกน้ำหนักเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย 2564 และ 3 เหรียญทองกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 37 “พัทลุงเกมส์” ปี 2565 ในปีเดียวกันยังข้ามรุ่นไปคว้าแชมป์กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 “ศรีสะเกษเกมส์”

ก้าวขึ้นระดับชาติยังไปคว้า 2 เหรียญทองจากคลีนแอนด์เจิร์ก และน้ำหนักรวม ในการแข่งขันชิงแชมป์โลกปี 2565 ประเทศโคลัมเบีย

และล่าสุดคือการไปคว้าเหรียญเงินโอลิมปิก และทุบสถิติโลกในซีเกมส์อย่างยิ่งใหญ่

ในขณะที่“เวฟ” วีรพล วิชุมา ในรุ่น 71 กิโลกรัมชาย ดีกรีเหรียญเงินโอลิมปิก “ปารีสเกมส์” อีกคน ยกในท่าสแนตช์ผ่านทั้ง 3 ครั้ง ที่น้ำหนัก 142 ต่อด้วย 147 และ 152 กิโลกรัม

จากนั้นในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ยกครั้งแรก 185 กิโลกรัม ก่อนโชว์เหนือเรียกน้ำหนักเพิ่มถึง 10 กิโลกรัม ก่อนยกผ่านที่ 195 ทำลายสถิติโลก 194 กิโลกรัมที่เคยทำไว้ในรายการชิงแชมป์โลกเมื่อตุลาคมที่ผ่านมา

“เวฟ” วีรพล ไม่จำเป็นต้องยกครั้งที่สามก็คว้าเหรียญทองชนิดไม่มีใครตามทัน พร้อมทำสถิติโลกนอกเหนือจากคลีนแอนด์เจิร์ก ยังเป็นสถิติโลกใหม่ในน้ำหนักรวมที่ 346 กิโลกรัม

ทำให้ยกน้ำหนักในกีฬาซีเกมส์กลายเป็นเวทีระดับโลกขึ้นมาทันที !!

“บาส-เดชาพล” และ “เฟม-ศุภิสรา” ขนไก่คู่ผสมแห่งปี

แม้จะจับคู่กันได้แค่ปีเดียว แต่ผลงานกลับทะยานสู่ความสำเร็จอย่างเกินคาด

ล่าสุดในศึกใหญ่ส่งท้ายปี "เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ 2025" ปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ณ เมืองหางโจว ประเทศจีน สหพันธ์แบดมินตันโลก ยกย่อง “บาส”เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ “เฟม” ศุภิสรา เพียวสามพราน คู่มือ 3 ของโลก รับรางวัลคู่ผสมยอดเยี่ยมแห่งปี 2025

หลังจากทั้งคู่สร้างผลงานคว้าแชมป์ระดับเวิลด์ทัวร์ ทุกระดับ รวม 5 รายการ ได้แก่ มาเลเซีย โอเพ่น (เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000), ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส (เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 300), สิงคโปร์ โอเพ่น (เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 750), ไชน่า มาสเตอร์ส (เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 750) และ คุมาโมโตะ มาสเตอร์ส เจแปน (เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 500)

ในปี 2026 “บาส-เฟม” ยังคงจับคู่เดินหน้าล่าความสำเร็จ จากประสบการณ์ที่สร้างเสริมบวกกับความแข็งแกร่งว่องไว จะทำให้ “บาส-เฟม” จะเป็นคู่ผสมที่ลงตัวพร้อมต่อกรกับคู่แข่งทุกชาติ

สรุปภาพรวมผลงานของนักกีฬาไทยถือว่าเป็นปีทองอย่างแท้จริง หลายคนก้าวขึ้นถึงมือ 1 โลก และอีกหลายคนสร้างความสำเร็จให้เห็น

อย่าพลาดชมเชียร์และให้กำลังใจนักกีฬาไทยเหล่านั้นประสบความสำเร็จ และเพื่อชื่อเสียงของประเทศชาติ !!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...