โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ค้นพบ พืชในตำนาน หูเสือใบขน พรรณไม้หายากที่หายไป 130 ปี

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมอุทยานแห่งชาติฯเผยข่าวดีรับปี 2569 หลังทีมนักวิจัยสำรวจพบ หูเสือใบขน(Coleus tomentifolius) พรรณไม้หายากที่เคยคาดว่าสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้แล้ว โดยการกลับมาปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นการพบเห็นในรอบกว่า 130 ปี บริเวณหน้าผาหินปูนในพื้นที่จังหวัดพังงาและสุราษฎร์ธานี

ค้นพบ หูเสือใบขน พรรณไม้หายากที่หายไป 130 ปี

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า การค้นพบ พรรณไม้หายากชนิดนี้เกิดขึ้นภายใต้โครงการวิจัยความหลากหลายของพันธุ์พืชใน ระบบนิเวศเขาหินปูนโดยทีมนักวิจัยจากกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ ได้ล่องเรือสำรวจตามหน้าผาสูงชันใน อุทยานแห่งชาติเขาสก(เขื่อนรัชชประภา) และ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาจนได้พบกับประชากรของต้นหูเสือใบขนที่หลงเหลืออยู่
สำหรับประวัติของ หูเสือใบขนนั้น ถูกเก็บตัวอย่างครั้งแรกโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษในปี พ.ศ. 2439 และหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยนับตั้งแต่นั้นมา จนกระทั่งปี พ.ศ. 2547 ได้มีการระบุว่าเป็น พรรณไม้ชนิดใหม่ของโลกโดยวิเคราะห์จากตัวอย่างแห้งที่สิงคโปร์เท่านั้น การที่ทีมวิจัยไทยได้พบต้นจริงที่ยังมีชีวิตอยู่กลางหน้าผาจึงถือเป็นการยืนยันความอุดมสมบูรณ์ของ ทรัพยากรธรรมชาติไทยได้เป็นอย่างดี

ค้นพบ หูเสือใบขน พรรณไม้หายากที่หายไป 130 ปี

ลักษณะเด่นของ หูเสือใบขนคือเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นอวบน้ำ และมีขนหนาแน่นทั่วทั้งใบ ออกดอกสีขาวแกมชมพูดูสวยงาม ซึ่งหลังจากนี้ทางกรมฯ มีแผนที่จะเดินหน้า อนุรักษ์พรรณไม้และศึกษาวิจัยเพื่อการขยายพันธุ์ต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้พืชล้ำค่าชนิดนี้ต้องเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ซ้ำรอยอดีตอีกครั้ง

ค้นพบ หูเสือใบขน พรรณไม้หายากที่หายไป 130 ปี

ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...