โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“บิ๊กเล็ก” แถลง หลังลงนามหยุดยิง ยันยึดถืออธิปไตย-ความปลอดภัยประชาชน

PPTV HD 36

อัพเดต 27 ธ.ค. 2568 เวลา 05.14 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 05.06 น.
รมว.กลาโหมแถลงข่าวหลังลงนามไทย-กัมพูชา หยุดยิงทันทีหลังเที่ยง ยืนยันติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด โดยยึดอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

วันที่ 27 ธ.ค. 68 เวลา 11.30 น. พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงข่าว หลังการลงนามการประชุม GBC สมัยพิเศษครั้งที่ 3 ร่วมกับ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ที่บริเวณจุดผ่านแดนบ้านผักกาด จ.จันทบุรี

นำเรียนว่า ตลอดช่วงเวลาการปะทะตามแนวชายแดนที่ผ่านมา รัฐบาลและกองทัพได้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้หลักการที่ชัดเจนและไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือการปกป้องอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน และเกียรติภูมิของประเทศชาติ

ขอเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่า สถานการณ์ครั้งนี้เริ่มต้นจากการใช้อาวุธของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้กำลังพลของเราได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต กองทัพจึงจำเป็นต้องตอบโต้ภายใต้สิทธิในการป้องกันตัวเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ และภายใต้หลักการทางทหารสากลอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ การพิจารณาหยุดยิงนั้น ไทยไได้กำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจน 3 ประการ เพื่อให้เกิดความสงบอย่างแท้จริงและยั่งยืน ดังนี้

ประการแรก ต้องมีการประกาศหยุดยิงอย่างเป็นทางการและจริงใจ งฝ่ายกัมพูชาได้ประกาศไว้ต่อที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ว่าจะขอให้มีการหยุดยิง ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 22.00 น. โดยไม่มีเงื่อนไข แต่ฝ่ายไทยพิจารณาแล้วเห็นว่า การหยุดยิงที่ยั่งยืนต้องเกิดจากทั้งสองฝ่ายได้มาพูดคุยกันอย่างจริงใจ

จึงเป็นที่มาของการประชุม GBC ในครั้งนี้ และมีการจัดทำแถลงการณ์ร่วม หรือ Joint Statement ระหว่างไทย-กัมพูชาขึ้น เพื่อให้เป็นหลักการสำคัญในการแก้ไขปัญหาระหว่างสองประเทศแบบทวิภาคีอย่างแท้จริง

ประการที่สอง การหยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงได้ร่วมกันกำหนดมาตรการสำคัญ ได้แก่

ให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันนี้ และประเด็นที่สำคัญที่สุดในแถลงการณ์ร่วมฉบับนี้คือ ให้ทั้งสองฝ่ายยังคงกำลังทหารในพื้นที่ระดับปัจจุบัน โดยต้องไม่มีการเคลื่อนย้ายหรือเสริมกำลังเพิ่มเติมเข้าหากัน และไม่มีการโจมตีหรือยั่วยุซ้ำ

และให้ติดตามและเฝ้าสังเกตการณ์การหยุดยิงเป็นเวลา 72 ชั่วโมง เพื่อยืนยันว่า การหยุดยิงเกิดขึ้นจริง และมีความต่อเนื่อง ก็ต่เมื่อสถานการณ์สงบลง ประชาชนจะสามารถกลับเข้าสู่ที่พักอาศัยได้อย่างปลอดภัย จากนั้น จะมีการปล่อยตัวทหารกัมพูชาทั้ง 18 นาย ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักสากลที่กำหนดให้ปล่อยตัวเมื่อสิ้นสุดความเป็นปรปักษ์

จากรายงานผลปฏิบัติการทางทหาร กองทัพสามารถควบคุมพื้นที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนตามที่ไได้กำหนดเอาไว้แล้ว การเสียสละเลือเนื้อและชีวิตของทหารไทยหลายนายในครั้งนี้ จะต้องไม่สูญเปล่า

แต่ขณะเดียวกัน เราก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยระดับยุทธศาสตร์ด้านอื่น ๆ อาทิเช่น ด้านเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์และความชอบธรรมของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ ที่สำคัญอย่างยิ่ง ในฐานะผู้บังคับบัญชา สิ่งที่ตระหนักเสมอคือชีวิตและเลือดเนื้อของทหาร ที่ต้องเสียสละเพื่อพิทักษ์ไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติ

ในฐานะเคยเป็นทหารมาก่อนย่อมรู้ดีว่า ทหารทุกนายถือว่าการปกป้องประเทศชาติเป็นหน้าที่และเป็นเกียรติสูงสุดแม้จะต้องเสียสละเลือดเนื้อและชีวิต สำหรับกลไกที่นำไปสู่การหยุดยิง และการตรวจสอบการปฏิบัติการแถลงการณ์ร่วมในครั้งนี้ ได้แก่ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ซึ่งเป็นกลไกตามความร่วมมือของอาเซียนในการรักษาความมั่นคงของภูมิภาค และมีสำนักงานประสานงานชายแดนของทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นกลไกระดับพื้นที่

ขณะเดียวกัน ในระดับนโยบาย จะมีการสื่อสารโดยตรงผ่านสายด่วนระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้งสองฝ่าย ในกรณีจำเป็น ผู้แทนระดับสูงของทั้งสองฝ่าย จะลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้ทีมสื่อสารของทั้งสองประเทศทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้อง ป้องกันข่าวบิดเบือน และเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน ซึ่งต้องยอมรับว่า ข่าวบิดเบือน ข่าวปลอม และข่าวยั่วยุที่เกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่าย ทำให้การแก้ไขปัญหาในทุกระดับมีความยากขึ้นโดยตลอด

ประการที่สาม ต้องมีเจตนาถึงความตั้งใจอย่างสุจริตในการแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นประเด็นด้านมนุษยธรรมที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากโดยตลอด

ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงได้เห็นพ้องในแนวทางลดความตึงเครียด และกำหนดกลไกปฏิบัติที่ชัดเจนผ่านคณะทำงานร่วมด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม (JCTF) เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีระบบ ปลอดภัย และโปร่งใส

ทั้งนี้ ขอย้ำว่า จะต้องเก็บกู้วัตถุระเบิดให้แล้วเสร็จ ทำให้พื้นที่มีความปลอดภัย ก่อนที่จะมีการสำรวจและจัดทำหลักเขตในระยะต่อไป

นอกจากเงื่อนไข 3 ประการ ที่จะทำให้การหยุดยิงเกิดขึ้นได้จริงและต่อเนื่องแล้ว แถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ก็ยังคงรักษาไว้ซึ่งสาระสำคัญตามข้อตกลงทวิภาคีระหว่างไทย-กัมพูชา คือการปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมทางไซเบอร์ และการค้ามนุษย์ ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป

สำหรับพี่น้องประชาชนชาวไทย เข้าใจดีถึงความรู้สึกโกรธ เจ็บปวด และห่วงใยชาติบ้านเมือง รัฐบาลไม่เคยมองข้ามเสียงเหล่านี้ และไม่ได้ประสาทต่อบทเรียนความสูญเสียที่ผ่านมา ขอแสดงความเคารพอย่างสูงสุด ต่อกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ อดทน และเสียสละ รวมถึงครอบครัวของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

การสูญเสียของท่านไม่ใช่เป็นเพียงตัวเลขในรายงาน แต่คือความรับผิดชอบโดยตรงของรัฐบาล ที่จะต้องดำเนินการเรื่องสิทธิ สวัสดิการ การเยียวยา การดูแลผู้บาดเจ็บ และครอบครัวในระยะยาว รวมถึงการดูแลกำลังพลหลังการรบด้วยความจริงจังต่อเนื่องและเร่งด่วน

ขอยืนยันต่อพี่น้องประชาชนและกำลังพลทุกนายว่า การหยุดยิงในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ใช้วิธีแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีในเวทีทางการทูต เพื่อกลับเข้ามาแก้ปัญหาร่วมกันอีกครั้ง

รัฐบาลและกองทัพจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตัดสินใจทุกขั้นตอนบนข้อเท็จจริง โดยยึดถืออธิปไตย ศักดิ์ศรีของชาติ ความปลอดภัย และการใช้ชีวิตที่เป็นปกติสุขของประชาชน

ขอขอบคุณทหารทุกนายและพี่น้องประชาชนชาวไทย ที่ยืนหยัดเคียงข้างประเทศชาติและกองทัพไทยด้วยความเข้าใจและเข้มแข็งในช่วงเวลาสำคัญของประเทศชาตินี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดข้อตกลงหยุดยิง มีผลเที่ยงนี้! ปล่อย 18 เชลยถ้ากัมพูชาหยุดยิงได้ 72 ชม.

“เกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา” วันที่ 27 ธ.ค. 68

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “บิ๊กเล็ก” แถลง หลังลงนามหยุดยิง ยันยึดถืออธิปไตย-ความปลอดภัยประชาชน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...