“แม้ย้ายจากหมิ่นตง แต่ยังคงห่วงใยหมิ่นตง”–เส้นทางสี จิ้นผิง(223)
“แม้ย้ายจากหมิ่นตง แต่ยังคงห่วงใยหมิ่นตง”--เส้นทางสี จิ้นผิง(223)
แม้ย้ายจากเขตหนิงเต๋อ นายสี จิ้นผิงก็ยังคงห่วงใยการเติบโตของหนังสือพิมพ์ “หมิ่นตงเป้า” อยู่เสมอ
ปี 1996 เพื่อแก้ปัญหาสถานที่ทำงาน สำนักงานหนังสือพิมพ์ “หมิ่นตงรื่อเป้า” (“หมิ่นตงเป้า” ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “หมิ่นตงรื่อเป้า” เมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม ค.ศ. 1993) ตัดสินใจสร้างอาคารใหม่สำหรับกองบรรณาธิการ และในวันที่ 10 สิงหาคมปีนั้น ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์อย่างเรียบง่าย
นายหวัง เส้าจี้ว์ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้บริหารของหนังสือพิมพ์เล่าว่า “ตอนนั้นนายสี จิ้นผิงดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลฝูเจี้ยนแล้ว แต่ท่านเคยเป็นเลขาธิการของพวกเรามาก่อน และยังเป็นผู้ตัดสินใจผลักดันให้หนังสือพิมพ์หมิ่นตงรื่อเป้ากลับมาตีพิมพ์อีกครั้งด้วย พวกเราจึงลองส่งบัตรเชิญไปให้ด้วยความคาดหวังเพียงเล็กน้อย เพราะคิดว่าท่านคงยุ่งกับงานมากและไม่สามารถเจียดเวลามาร่วมพิธีได้ แต่ไม่คิดเลยว่าในวันนั้นท่านได้เดินทางมาด้วยตนเอง เพื่อเข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ที่ใช้เวลาเพียงสิบกว่านาที ทั้งนี้ ถือเป็นกำลังใจและการสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเราคนทำหนังสือพิมพ์หมิ่นตงเป้า”
หนึ่งปีต่อมา หนังสือพิมพ์หมิ่นตงรื่อเป้าย้ายไปอยู่อาคารใหม่อย่างเป็นทางการ
เดือนมิถุนายน ปี 1999 ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของการกลับมาตีพิมพ์หนังสือพิมพ์หมิ่นตงรื่อเป้า นายสี จิ้นผิงได้เขียนคำอวยพรให้กับหนังสือพิมพ์ว่า “เพื่อสนับสนุนการพัฒนาหมิ่นตงให้เจริญรุ่งเรือง”
ต่อมา หนังสือพิมพ์หมิ่นตงรื่อเป้าซึ่งได้กู้เงินจำนวน 2 ล้านหยวน จากกรมการคลังของมณฑลเพื่อสร้างอาคารใหม่สามารถชำระคืนได้เพียง 1 ล้านหยวน อีก 1 ล้านหยวนที่เหลือไม่สามารถหาเงินมาคืนได้ ปลายปี 2000 นายหวัง เส้าจี้ว์ซึ่งเป็นบรรณาธิการบริหารในขณะนั้น ได้ขอความช่วยเหลือจากนายสี จิ้นผิงอีกครั้ง เมื่อนายสี จิ้นผิงทราบเรื่องทั้งหมด ก็แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่า จะสนับสนุนการพัฒนาของหนังสือพิมพ์หมิ่นตงรื่อเป้าและสั่งให้กรมการคลังช่วยแก้ไขปัญหานี้ด้วยมุมมองส่งเสริมการพัฒนา “พื้นที่เก่า” (หมายถึง พื้นที่ที่เคยเป็นฐานที่มั่นที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนสร้างขึ้นในช่วงสงครามปฏิวัติ)
ในปีเดียวกันนั้น นายหวัง เส้าจี้ว์ได้นำทีมลงพื้นที่สำรวจกระบวนการหลุดพ้นความยากจนของตำบลหงโข่ว เขตเจียวเฉิง เมืองหนิงเต๋อ ซึ่งเคยเป็นตำบลที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งในมณฑล และได้เขียนรายงานพิเศษเรื่อง “ก้าวเข้าสู่ตำบลยากจนพิเศษ - รายงานจากหงโข่ว ตำบลยากจนระดับมณฑลแห่งสุดท้ายในหมิ่นตง” ที่มีความยาวกว่า 7,000 คำ และตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์หมิ่นตงรื่อเป้า ฉบับวันที่ 14 กันยายน
สิ่งที่ไม่คาดคิด คือ นายสี จิ้นผิงได้อ่านบทความนี้ และเขียนคำแนะนำกว่า 100 ตัวอักษรว่า “จากความยากจนสู่ความมั่งคั่ง เป็นความปรารถนาที่มีมาช้านานของชาวนาทุกคน การเปลี่ยนแปลงของตำบลหงโข่วเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น ขอให้เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ยังคงรักษาเจตนารมณ์ในการต่อสู้ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงในท้องถิ่น เดินบนหนทางการพัฒนาภาคการเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเร่งสร้างตำบลหงโข่วที่เคยยากจนล้าหลังในอดีตให้กลายเป็นหงโข่วใหม่แห่งสังคมนิยมที่มั่งคั่งและรุ่งเรืองโดยเร็วที่สุด”
นายหวัง เส้าจี้ว์กล่าวว่า นายสี จิ้นผิงถึงแม้จะย้ายจากหมิ่นตงไปแล้ว แต่ยังคงห่วงใยหมิ่นตง และใส่ใจการพัฒนาของหนังสือพิมพ์หมิ่นตงรื่อเป้าอยู่เสมอ ท่านดีใจเป็นพิเศษเมื่อเห็นหนังสือพิมพ์หมิ่นตงรื่อเป้าแสดงบทบาทอันพึงมีบนหนทางแห่งการขจัดความยากจนสู่ความมั่นคงของหมิ่นตง ผมเชื่อว่านี่คือเจตนารมณ์แรกเริ่มที่ทำให้นายสี จิ้นผิงผลักดันให้หนังสือพิมพ์กลับมาตีพิมพ์อีกครั้ง”
ปี 2004 เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปีของการกลับมาตีพิมพ์หนังสือพิมพ์หมิ่นตงรื่อเป้า นายสี จิ้นผิงซึ่งขณะนั้นเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเจ้อเจียง ได้ส่งจดหมายอวยพรมาเป็นการเฉพาะ พร้อมแสดงความหวังว่า “ขอให้พวกคุณยึดหลัก ‘ใกล้ชิดความจริง ใกล้ชิดชีวิต และใกล้ชิดประชาชน’ เรียบเรียงและจัดทำเนื้อหาและคอลัมน์ที่ผู้อ่านชื่นชอบ ผลิตผลงานที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างคุณูปการต่อการสร้างสรรค์อารยธรรมสามด้านของเขตหนิงเต๋อ (อารยธรรมสามด้านหมายถึง อารยธรรมทางวัตถุ อารยธรรมทางการเมือง และอารยธรรมทางจิตวิญญาณ)
แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)
ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่