โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การประชุม GBC ไทย-กัมพูชา ลงนามร่วมหยุดยิงเริ่ม 12.00 น. วันนี้

อีจัน

อัพเดต 27 ธ.ค. 2568 เวลา 12.41 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 04.46 น. • อีจัน

ลงนามเเล้ว ไทย-เขมร พักรบ 72 ชั่วโมง จับตาดูเขมรจะทำได้มั้ย?

วันนี้ (27 ธ.ค.68) ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีการประชุม GBC ระหว่างรมว.กลาโหมกัมพูชาและ รมว.กลาโหมจากไทย ซึ่งเป็น เรื่องการบรรลุกฏการหยุดยิง 72 ชั่วโมงนั้น ล่าสุดกัมพูชาและไทยตกลงที่จะ“หยุดยิงทันทีหลังจากลงนามในแถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ โดยมีผลตั้งแต่เวลา 12.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)

โดย กัมพูชาและไทยได้ออกแถลงการณ์ร่วมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปพิเศษครั้งที่ 3 ระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย ณ จุดผ่านแดนระหว่างประเทศพรุม (จังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา) – บ้านปากการ์ด (จังหวัดจันทบุรี ประเทศไทย)

ซึ่งการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปพิเศษครั้งที่ 3 ณ จุดผ่านแดนระหว่างประเทศ พรุม (จังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา) บ้านปากการ์ด (จังหวัดจันทบุรี ประเทศไทย) มีพลเอก เทีย เสยหา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และประธานร่วมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปของกัมพูชา เป็นประธานร่วม และ พลเอกณัฐพล นากพานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรไทย และประธานร่วมคณะกรรมาธิการชายแดนไทย และคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์

บรรยากาศ ณ ที่ประชุมก็จะมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้อย่างเข้มข้น รวมถึงตระหนักถึงความสำคัญของการหารือเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทอย่างสันติในบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ ความจริงใจ ความสุจริต ความเป็นธรรม และการเคารพซึ่งกันและกัน ตามวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรอาเซียน และสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อปูทางไปสู่บทใหม่แห่งสันติภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ระลึกถึงแถลงการณ์ของประธานอาเซียนในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ปัจจุบันระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์

ย้ำอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะงดเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลัง การระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี และการเคารพพรมแดนระหว่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกันในเอกราช อธิปไตย ความเสมอภาค บูรณภาพแห่งดินแดน และเอกลักษณ์ของชาติของแต่ละประเทศ

ยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ รวมถึงข้อตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่บรรลุได้หลังจากนั้น และข้อตกลงที่บรรลุได้ในการประชุมคณะกรรมการพรมแดนทั่วไปและการประชุมคณะกรรมการพรมแดนร่วม ตลอดจนข้อตกลงอื่น ๆ ที่มีอยู่ระหว่างกัมพูชาและไทย

ทั้งนี้ความตั้งใจร่วมกันที่จะกลับสู่การเจรจาผ่านและต่อยอดจากข้อตกลงก่อนหน้านี้ ตลอดจนกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เพื่อยุติการสู้รบทุกรูปแบบ และเพื่อสร้างสันติภาพที่แท้จริงและยั่งยืน ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการสร้างความไว้วางใจและการฟื้นฟูความปกติและสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดน สรุปเเล้วก็คือเห็นพ้องในข้อตกลงและมาตรการดังต่อไปนี้

ต่อมาหลังจากการประชุม GBC พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ จากเลขาฯ สมช.-เลขาฯ รมว.กลาโหม ได้ออกมาแถลงข่าวพิเศษ เกี่ยวกับผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย – กัมพูชา (GBC) วาระพิเศษ ครั้งที่ 3 ที่ร่วมประชุมกับ พลเอกเตีย เซ็ยฮา รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ณ พื้นที่จังหวัดจันทบุรี ระบุว่า…

ตลอดช่วงเวลาที่มีการปะทะชายเเดนที่ผ่านมา รัฐบาลเเละกองทัพได้ปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้หลักการที่ชัดเจนเเละไม่เคยเปลี่ยนเเปลง คือการปกป้องอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน เเละเกียรติภูมิของประเทศชาติ

โดยสถานการณ์การหยุดยิงไทย-กัมพูชา เริ่มต้นจากการใช้อาวุธของกัมพูชาทำให้กำลังพลของเราบาดเจ็บเเละเสียชีวิต
กองทัพจึงจำเป็นต้องตอบโต้ภายใต้หลักการทางทหารสากล ทั้งนี้ในการลงนามหยุดยิงนั้น ไทยได้กำหนดเงื่อนไข 3 ประการ เพื่อให้เกิดความสงบอย่างเเท้จริงเเละยั่งยืน ดังนี้

1.ต้องมีการประกาศหยุดยิงอย่างเป็นทางการเเละจริงใจ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้มีการประกาศไว้ในที่ประชุมอาเซียนว่าจะขอให้มีการหยุดยิงตั้งเเต่ วันที่ 22 ธ.ค.68 เวลา 22 .00 น. โดยไม่มีเงื่อนไข เเต่ฝ่ายไทยพิจารณาเเล้ว เห็นว่าการหยุดยิงที่ยั่งยินต้องเกิดจากทั้ง 2 ฝ่ายที่เกิดความจริงใจ ซึ่งได้มีการประชุมในครั้งนี้เเละมีการเเถลงร่วมกัน ระหว่างไทย-กัมพูชาขึ้น เพื่อให้มีการเเก้ไขปัญหาเเบบทวิภาคีอย่างเเท้จริง

2.การหยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริงเเละต่อเนื่อง ดังนั้นทั้ง 2 ฝ่ายจึงต้องมีการกำหนดมาตรการสำคัญ ได้เเก่ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องหยุดยิงตั้งเเต่เวลา 12.00 น. ของวันนี้(27 ธ.ค.68) เเละจะต้องตรึงกำลังทหารอยู่โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายหรือเสิรมกำลังเข้าหากันโดยเด็ดขาด เเละให้เฝ้าติดตาม 72 ชั่วโมง เพื่อยันว่าการหยุดยิงเกิดขึ้นจริง เเละหากสถานการณ์สงบลง ประชาชนก็สามารถกลับบ้านเกิดได้อย่างปลอดภัยจากนั้น เเละจะมีการปล่อยตัวทหารกัมพูชาทั้ง 18 นาย ซึ่งเงื่อนไขการปล่อยตัวจะต้องเลิกเป็นศัตรูกันถึงจะสามารถปล่อยตัวเชลยได้

สำหรับกลไกสำคัญ นั่นก็คือคณะ AOT ที่เป็นไปตามกลไกความร่วมมือของอาเซียน ในการรักษาความมั่นคงของภูมิภาค เเละหน่วยงานอื่นๆก็จะดำเนินการต่อไป

ส่วนเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะลดความตึงเครียดเเละทำให้การทำงานมีไปอย่างเป็นระบบ ปลอดภัยเเละโปร่งใส ทั้งนี้จะต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้เสร็จ ทั้งนี้ การหยุดยิงครั้งนี้เป็นการเเก้ไขปัญหาเเบบสันติวิธีเเละจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดหลังลงนามการหยุดยิง

ต้องติดตามสถานการณ์กันอย่างต่อเนื่องนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...