โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการมหิดลยืนยัน! “นมไทย” คุณภาพระดับโลก แนะคนไทยดื่มอย่างรู้เท่าทัน

The Better

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 08.41 น. • THE BETTER
ผศ.ดร.สุภัทร์ ไชยกุล แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล เผยกระบวนการผลิตนมไทยเข้มงวดทุกขั้นตอนและยืนยัน “นมไทย” มาตรฐานเทียบเท่าสากล แนะคนไทยดื่มอย่างรู้เท่าทัน อ่านฉลากให้เป็น เลือกสูตรให้เหมาะกับวัย

ผศ.ดร.สุภัทร์ ไชยกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยืนยันว่า “นมไทยทุกกล่องมีมาตรฐานคุณภาพระดับสากล” ผ่านการควบคุมตั้งแต่ฟาร์มโคนมจนถึงกระบวนการผลิตและบรรจุ โดยอยู่ภายใต้การกำกับของ อย., กรมปศุสัตว์ และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)

ผศ.ดร.สุภัทร์ เผยว่า โรงงานผลิตนมในประเทศทุกแห่งต้องผ่านมาตรฐาน GMP และหลายแห่งยังได้รับการรับรองเพิ่มเติม เช่น HACCP, ISO 17025 และ Codex Alimentarius ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางระดับโลก ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า “นมไทยทุกกล่องปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการจริงตามที่ระบุบนฉลาก”

นอกจากนี้ การระบุข้อความบนบรรจุภัณฑ์ เช่น “โปรตีนสูง” หรือ “แคลเซียมสูง” ต้องผ่านการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อยืนยันว่ามีปริมาณสารอาหารตามเกณฑ์ อย. กำหนดอย่างแท้จริง

“ข้อมูลบนฉลากทุกบรรทัดมาจากผลการตรวจวิเคราะห์จริง ไม่ใช่เพียงคำโฆษณา”
— ผศ.ดร.สุภัทร์ ไชยกุล

“นมสด” หรือ “นมผง” แบบไหนดีกว่ากัน?

หลายคนเชื่อว่านมสดดีกว่านมผง แต่ในความจริงแล้ว ทั้งสองชนิดสามารถให้สารอาหารใกล้เคียงกันได้ หากผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ผศ.ดร.สุภัทร์ อธิบายว่า นมผงก็คือนมสดที่นำมาทำให้แห้ง แม้สารอาหารบางส่วนอาจลดลงเล็กน้อยจากกระบวนการผลิต แต่ผู้ผลิตสามารถเติมสารอาหารให้ครบถ้วนตามต้องการได้

“สิ่งสำคัญคือการรู้ว่าเราต้องการสารอาหารอะไร และเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับร่างกาย ไม่ใช่ตัดสินจากคำว่า ‘นมสด’ หรือ ‘นมผง’ เท่านั้น” เขากล่าว พร้อมแนะนำให้ อ่านฉลากโภชนาการ เพื่อเลือกดื่มนมให้เหมาะกับช่วงวัยและความต้องการของแต่ละคน

แนวทางการดื่มนมในแต่ละวัย

  • เด็กเล็ก (1–3 ปี): ดื่มวันละ 2 แก้ว เพื่อเสริมสร้างกระดูกและฟัน

  • วัยรุ่น: ดื่มวันละ 1–2 แก้ว เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต

  • วัยทำงาน: ดื่มวันละ 1 แก้ว หรือเลือกสูตรไขมันต่ำ

  • ผู้สูงอายุ: ดื่มวันละ 2 แก้ว เน้นสูตรแคลเซียมสูง หรือสูตรปราศจากแลคโตสหากมีอาการท้องอืด

จากน้ำนมไทยสู่ “อาหารทางการแพทย์” ภายใต้แบรนด์ Mahidol Collection

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ผศ.ดร.สุภัทร์ ได้ต่อยอดน้ำนมโคไทยสู่การพัฒนา ผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ร่วมกับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) โดยใช้วัตถุดิบในประเทศทั้งหมด เช่น น้ำนมโคคุณภาพสูงปราศจากแลคโตส ผสมกับ โปรตีนข้าวกล้องไทยที่ย่อยง่าย เพื่อทดแทนผลิตภัณฑ์นำเข้าที่มีราคาสูง

สูตรดังกล่าวเป็น Complete Formula ที่มีสารอาหารครบถ้วน ได้แก่

  • โปรตีนคุณภาพสูงจากนมโค ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

  • คาร์โบไฮเดรตจากข้าวกล้อง ย่อยช้า อิ่มนาน

  • ไขมันดีจากกรดไขมันไม่อิ่มตัว Omega 3, 6, 9

ผลิตภัณฑ์นี้มีต้นทุนเข้าถึงง่าย จำหน่ายได้ในราคาประมาณ 49 บาทต่อมื้อ ซึ่งถูกกว่าสินค้านำเข้าถึงสามเท่า และอยู่ระหว่างขั้นตอนขอขึ้นทะเบียนเป็น “อาหารทางการแพทย์” อย่างเป็นทางการ

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับตราสัญลักษณ์ Mahidol Collection ซึ่งรับรองว่าเป็นผลงานวิจัยและนวัตกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การผลักดันของ สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์และสร้างโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมพัฒนานวัตกรรมคุณภาพจากมหิดลได้อย่างมั่นใจ

โปรตีนทางเลือกจาก “ไข่ขาว” นวัตกรรมใหม่เพื่อสุขภาพ

อีกหนึ่งผลงานเด่นจากมหิดล คือ เครื่องดื่มโปรตีนจากไข่ขาวคุณภาพสูง พัฒนาโดย
อ.ดร.ดลพร แซ่แต้ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งใช้โปรตีนไข่ขาวที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ดื่มง่าย ไม่มีกลิ่นคาว และให้โปรตีนเทียบเท่ากับไข่ขาว 4–5 ฟองต่อขวด มีหลากหลายรสชาติ เช่น โกโก้ กาแฟลาเต้ ชาไทย และกรีนทีลาเต้

ผลิตภัณฑ์นี้ผ่านการทดสอบความพึงพอใจจากผู้บริโภคกว่า 1,000 ราย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพและคนรุ่นใหม่ที่ต้องการโปรตีนคุณภาพในรูปแบบเครื่องดื่มพร้อมดื่ม

INT มหิดล “ประตูสู่นวัตกรรม” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย

สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล มีเป้าหมายเป็น
“Innovation Gateway of Mahidol University” ผลักดันงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์จริงที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตผู้คน (Real World Impact) ทั้งในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนไทยและทั่วโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...