เชลล์ ขอโตนอกพอร์ตพลังงาน รุก Personal Care ส่ง GTL ปั้น New S-Curve
เชลล์ ยักษ์พลังงานระดับโลกปรับกลยุทธ์ข้ามอุตสาหกรรม เปิดตัว Shell Silk Alkane วัตถุดิบเกรดเภสัชกรรมรุกตลาดความงาม เจาะเซกเมนต์ Clean Beauty และความยั่งยืน รับแผนขยายตัวตลาดสกินแคร์ไทยที่คาดโตต่อเนื่อง 5.45% ต่อปี
17พฤศจิกายน 2658-ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างธุรกิจโลกที่มุ่งเน้นความหลากหลาย บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ได้ประกาศรุกคืบเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Personal Care) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย การข้ามเส้นแบ่งทางอุตสาหกรรม (Cross-Industry Innovation) ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการหาช่องทางจำหน่ายใหม่
แต่เป็นการนำความเชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์ขั้นสูงมาปรับใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ให้กับเทคโนโลยีที่มีอยู่ในมือ โดยเฉพาะเทคโนโลยี Gas-to-Liquids (GTL) ซึ่งเป็นกระบวนการเปลี่ยนก๊าซธรรมชาติให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เหลวที่มีความบริสุทธิ์สูง
นายกมลพัทธ์ พหลโยธิน กรรมการบริหารธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น ระบุถึงทิศทางเชิงกลยุทธ์ว่า ความสำเร็จในฐานะผู้นำน้ำมันหล่อลื่นยาวนานกว่า 19 ปี เป็นฐานสำคัญในการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูงอย่างผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล ซึ่งต้องการวัตถุดิบที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาในระดับสากล เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เริ่มมองหาส่วนประกอบที่มีความปลอดภัยและโปร่งใสมากขึ้น
พลิกก๊าซธรรมชาติสู่นวัตกรรมสกินแคร์ มาตรฐาน 'Pharmaceutical Grade'
แกนกลางของการบุกตลาดครั้งนี้คือ Shell Silk Alkane สารไฮโดรคาร์บอนบริสุทธิ์ที่ยกระดับมาตรฐานวัตถุดิบในอุตสาหกรรมความงามไทย โดยผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติเด่นคือเป็นสารความบริสุทธิ์ระดับเภสัชกรรม (Pharmaceutical Grade) ซึ่งปราศจากสี กลิ่น และที่สำคัญคือปราศจากส่วนผสมที่มักถูกตั้งคำถามในเชิงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น ซิลิโคน น้ำมันแร่ (Mineral Oil) และโลหะหนัก
ในเชิงเทคนิค สารนี้ทำหน้าที่เป็นสารให้ความชุ่มชื้นหลัก (Key Emollient) สารปรับสภาพผิว และสารกระจายตัว ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ต้องการเนื้อสัมผัสบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่ยังคงประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้น นอกจากนี้ ข้อมูลด้านความยั่งยืนยังระบุว่าผลิตภัณฑ์สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ (Biodegradable) ตามมาตรฐาน OECD 301B และผ่านการรับรอง Vegan Verification จาก Chem-MAP ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการตอบโจทย์เทรนด์ Clean Beauty ที่กำลังทรงอิทธิพลในระดับโลก
ยุทธศาสตร์ 'สูตรต้นแบบ': โมเดลความร่วมมือลดระยะเวลา Time-to-Market
เพื่อให้การบุกตลาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เชลล์ได้เลือกใช้โมเดลพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยแต่งตั้ง บริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น อินกรีเดียนส์ (ที) จำกัด (JJIT) เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการรายแรก
การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงการนำจุดแข็งที่แตกต่างมาผสมผสานกัน ระหว่างเทคโนโลยีการผลิตระดับโลกของเชลล์ และเครือข่ายความเชี่ยวชาญด้านการตลาดเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมของ JJIT ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ผลิต (Manufacturers) ในประเทศ
นายทรงสิน สังขเวทัย กรรมการผู้จัดการ JJIT ชี้ให้เห็นว่า ความร่วมมือนี้ไม่ได้หยุดเพียงแค่การขายวัตถุดิบ แต่ยังรวมถึงการพัฒนา "สูตรต้นแบบ" (Formulations Guide) กว่า 6 ประเภท เช่น มาสก์ดีท็อกซ์ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และคลีนซิ่งบาล์ม เพื่อเป็นทางลัดให้แก่หน่วยงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ของแบรนด์ต่างๆ ในการลดระยะเวลาการนำสินค้าออกสู่ตลาด (Speed-to-market) ซึ่งเป็นปัจจัยตัดสินความแพ้ชนะในธุรกิจความงามปัจจุบัน
เล็ง Premium Segment รับอานิสงส์ตลาดสกินแคร์ไทย โต 5.45%
การเข้าสู่ตลาดของเชลล์สอดคล้องกับพยากรณ์ทางเศรษฐกิจของ Custom Market Insights ที่ระบุว่าตลาดความงามและสกินแคร์ของไทยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่ 5.45% ต่อปี ในช่วงปี 2025–2034 การขยายพอร์ตธุรกิจของเชลล์ในครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมต้นน้ำของไทย
ในระยะยาว เชลล์ตั้งเป้าให้ Shell Silk Alkane กลายเป็นส่วนผสมมาตรฐานในผลิตภัณฑ์ระดับบน (Premium Segment) และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมความงามไทยในเวทีสากล ผ่านนวัตกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างประสิทธิภาพเชิงเคมีและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่ทั้งเชลล์และพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทาน