กมธ.ลงมติเอกฉันท์แนะฉีกเอ็มโอยู44ไทย-กัมพูชา หลังเขมรแสดงเจตนาชัดไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอยู
กมธ.ลงมติเอกฉันท์แนะฉีกเอ็มโอยู44ไทย-กัมพูชา หลังเขมรแสดงเจตนาชัดไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอยู จ้องฮุบเกาะกูดไทยทั้งเกาะ แนะใช้ช่องทางกฎหมายระหว่างประเทศล้มเอ็มโอยู ชี้สิ้นสภาพข้อตกลงชั่วคราว เพราะการแบ่งเขตแดนทางทะเลไม่มีความคืบหน้า
ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู43 และเอ็มโอยู44 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา มีนายนพดล อินนา สว. ในฐานะประธานกมธ.เป็นประธานการประชุม ภายหลังการประชุมนายนพดลกล่าวว่า กมธ.ประชุมมาแล้ว 12ครั้ง เชิญผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูล และเดินทางไปศึกษาที่จ.ตราด จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ และจ.สระแก้ว ผลการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ได้ข้อสรุปเป็นมติเอกฉันท์ให้ยกเลิกเอ็มโอยู44 ด้วยเหตุผล 7ประการคือ 1.เส้นเขตไหล่ทวีปพ.ศ.2515 ของกัมพูชาละเมิดอธิปไตยและสิทธิอธิปไตยไทยชัดแจ้ง ไม่สมควรนำเส้นเขตดังกล่าวมาเป็นกรอบเจรจาใดๆ 2.กัมพูชาแสดงเจตนารมณ์ไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอยู44 การแสดงเจตนารมณ์ดังกล่าวมิใช่ครั้งแรก กัมพูชาเคยแจ้งฝ่ายไทยเมื่อปีพ.ศ.2538 ว่า เส้นไหล่ทวีปของกัมพูชาไม่สามารถเจรจาต่อรองได้ 3.ไม่ปรากฏความคืบหน้าการเจรจาแบ่งเขตแดนทางทะเลตลอดเวลาอันยาวนาน 4.กัมพูชามีเจตนารมณ์อ้างอธิปไตยเหนือเกาะกูดของไทยทั้งหมดหรือครึ่งหนึ่งของเกาะ ไม่มีเจตนาแก้ปัญหาเขตแดนทางทะเลไปพร้อมๆกับการแบ่งปันผลประโยชน์ ตามหลักการที่เป็นแก่นสาระสำคัญของเอ็มโอยู44
นายนพดลกล่าวว่า 5.กรอบการเจรจาไม่สามารถนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ได้ แม้กรอบการเจรจาจะผูกเรื่องการแบ่งเขตแดนทางทะเลเหนือเส้นละติจูด 11 องศาเหนือเข้ากับการเจรจาแบ่งผลประโยชน์ในพื้นที่ใต้เส้นละติจูด 11 องศาเหนือไว้ด้วยกัน แต่เป็นแนวทางเชิงทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้ การผูกมัดทั้ง 2ประเด็นเข้าไว้ด้วยกัน จึงเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหา 6.เอ็มโอยู2544 พ้นลักษณะข้อตกลงชั่วคราวไปแล้ว เพราะการเจรจาแบ่งเขตทางทะเลไม่มีความคืบหน้า จึงพ้นระยะเวลาชั่วคราว กลายสภาพเป็นทางตันแทน 7.ปัจจัยสภาวะแวดล้อมทางการเมือง สังคม การขาดความจริงใจจากกัมพูชาที่ส่งผลกระทบทางลบ ไม่เอื้อต่อบรรยากาศเจรจา กัมพูชามีเจตนาอ้างสิทธิไหล่ทวีป เพื่อให้เกิดพื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่เกินจากความเป็นจริง ไม่เคารพต่ออำนาจอธิปไตยทางทะเลโดยรอบเกาะกูดของไทย หากพิจารณาในภาพรวมที่ไม่แบ่งแยกว่า บกหรือทะเลกัมพูชามีเจตนาไม่ส่งเสริมบรรยากาศในการเจรจาแม้แต่น้อย ดังนั้นการยกเลิกเอ็มโอยู44 เพื่อแสวงหาข้อตกลงชั่วคราวรูปแบบใหม่ที่ เพื่อนำไปสู่ความคืบหน้าอย่างแท้จริง น่าจะเป็นแนวทางผ่าทางตันและบรรลุเป้าหมายแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นายนพดลกล่าวว่า กมธ.มีข้อเสนอว่า 1.หลักกำหนดเขตทางทะเลระหว่างรัฐยังคงไม่เปลี่ยนแปลง หากเอ็มโอยู44 ถูกยกเลิก โดยให้การกำหนดเขตทางทะเลของหน่วยงานรัฐยังต้องดำเนินต่อไป อาจออกมาตรการชั่วคราวให้หน่วยงานต่างๆมีแนวทางดำเนินการเพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยทางทะเลของไทย 2.กดดันกัมพูชาให้มาเจรจาแบ่งเขตทางทะเลเร็วที่สุด โดยแสดงเจตจำนงยกเลิกเอ็มโอยู44 3.ใช้มาตรการทางนาวิกานุภาพกดดัน เช่น การปิดอ่าว การควบคุมเรือ สินค้าเข้าออกท่าเรือกัมพูชา 4.พิจารณาประกาศเส้นฐานตรงเพิ่มเติมให้ครอบคลุมตลอดแนวชายฝั่งประเทศไทย โดยเฉพาะด้านอ่าวไทยด้านตะวันออกและตะวันตก ในบริเวณชายฝั่งที่ยังมีสถานะเป็นเส้นฐานปกติ เนื่องจากแนวชายฝั่งดังกล่าว ยังมีเกาะและหินเรียงราย สามารถใช้เป็นจุดฐานสร้างเส้นฐานตรง รองรับการกำหนดเขตทางทะเลกับกัมพูชา โดยไม่กระทบกับเขตแดนทางทะเลที่ไทยได้ทำข้อตกลงไว้กับประเทศเพื่อนบ้านแต่อย่างใด 5.ศึกษาแนวทางกำหนดเขตทางทะเลระหว่างรัฐ โดยศึกษาจากผลการพิจารณาตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมเจรจากำหนดเขตทางทะเล
นายนพดลกล่าวว่า 6.การยกเลิกเอ็มโอยู44 รัฐบาลต้องพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้เอ็มโอยู 44 สิ้นผลบังคับ เพื่อนับหนึ่งใหม่ เพราะ 24ปีที่ผ่านมาไม่มีอะไรคืบหน้าอยู่แล้ว การกลับไปใช้กฎหมายสากลน่าจะเป็นที่ยอมรับได้จากนานาประเทศ เมื่อกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลก็เป็นหน้าที่ต้องไปชี้แจงต่อสหประชาชาติหรือภาคีต่างๆกัมพูชาแบบสมาชิกอยู่ อย่างไรก็ตามถ้าไม่ยุบสภาเสียก่อน สามารถนำมติกมธ.เสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา ส่งต่อไปยังครม.ได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของครม.จะดำเนินการอย่างไร แต่ขณะนี้ถือว่าหมดหน้าที่กมธ.อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะไม่ดำเนินการทำประชามติยกเลิกเอ็มโอยู43และ44 แต่เชื่อว่าการที่กมธ.มาแถลงครั้งนี้ รัฐบาลก็น่าจะรับรู้แล้ว หากรัฐบาลต้องการรายงานฉบับเต็ม กมธ.ยินดีส่งให้อย่างไม่เป็นทางการ เนื่องจากยังไม่มีมติวุฒิสภา