“ญี่ปุ่น” ประณาม “จีน” ห้ามส่งออกสินค้าใช้สองทาง ชี้ยอมรับไม่ได้ เสี่ยงลามถึงแร่หายาก
ความตึงเครียดญี่ปุ่น-จีนปะทุ หลังจีนสั่งห้ามส่งออกสินค้าใช้ได้ทั้งพลเรือน-ทหารให้ญี่ปุ่น ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนหากจำกัดแร่หายากอาจกระทบอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจญี่ปุ่นในวงกว้าง
วันที่ 7 มกราคม 2569 เวลา 13.15 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่าการที่จีนสั่งห้ามส่งออกสินค้าใช้ได้สองทาง (dual-use) ไปยังญี่ปุ่นเป็นมาตรการที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิงและน่าเสียใจอย่างยิ่ง ขณะที่ข้อพิพาททางการทูตระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของเอเชียทวีความตึงเครียดขึ้น โดยสินค้าใช้ได้สองทางหมายถึงสินค้า ซอฟต์แวร์ หรือเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและทางทหาร รวมถึงแร่หายากบางชนิดที่จำเป็นต่อการผลิตโดรนและชิป
ชนวนความขัดแย้งเริ่มขึ้นช่วงปลายปีที่ผ่านมา เมื่อ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุว่าการโจมตีไต้หวันโดยจีนอาจถือเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่น โดยจีนมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของอาณาเขตตน ซึ่งรัฐบาลไต้หวันปฏิเสธอย่างแข็งกร้าว
จีนเรียกร้องให้ทาคาอิจิถอนคำกล่าวดังกล่าว แต่เธอยังไม่ดำเนินการ ส่งผลให้จีนออกมาตรการตอบโต้หลายระลอก โดยมาตรการล่าสุดคือการประกาศห้ามส่งออกสินค้าใช้ได้สองทางที่เกี่ยวข้องกับการทหารไปยังญี่ปุ่นเมื่อวันอังคาร
Minoru Kihara เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นและโฆษกรัฐบาล กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันว่า “มาตรการที่พุ่งเป้าเฉพาะประเทศของเราเช่นนี้ แตกต่างอย่างมากจากแนวปฏิบัติสากล และเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิงและน่าเสียใจอย่างยิ่ง” อย่างไรก็ดีเขาปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นถึงผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม โดยระบุว่ายังไม่ชัดเจนว่าสินค้าประเภทใดจะถูกจำกัดบ้าง
ในตลาดการเงิน ดัชนี Nikkei 225 ร่วงลงราว 1% ในวันพุธ สวนทางตลาดสหรัฐ และยุโรปที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ หุ้นผู้รับเหมาด้านกลาโหมรายใหญ่อย่าง Kawasaki Heavy Industries และ Mitsubishi Heavy Industries ปรับลงราว 3% ติดกลุ่มปรับตัวแย่ที่สุด
จับตาจำกัดแร่หายากเป็นรายต่อไป?
สื่อ China Daily ซึ่งอยู่ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์จีน รายงานว่า จีนกำลังพิจารณาเข้มงวดการพิจารณาอนุญาตส่งออกแร่หายากไปยังญี่ปุ่นในวงกว้าง โดยอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิด ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่าอาจกระทบภาคการผลิตของญี่ปุ่นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์
แม้ญี่ปุ่นพยายามกระจายแหล่งนำเข้าแร่หายากตั้งแต่จีนเคยจำกัดการส่งออกในปี 2553 แต่ปัจจุบันราว 60% ของการนำเข้ายังคงมาจากจีน
ทาคาฮิเดะ คิอุจิ นักเศรษฐศาสตร์จาก Nomura Research Institute ระบุว่า หากจีนจำกัดการส่งออกแร่หายากเป็นเวลา 3 เดือนเหมือนปี 2553 อาจสร้างความเสียหายให้ธุรกิจญี่ปุ่น 660,000 ล้านเยน หรือราว 4.21 พันล้านดอลลาร์ และฉุด GDP รายปี 0.11% หากยืดเยื้อหนึ่งปี GDP อาจลดลง 0.43%
จนถึงขณะนี้ ข้อมูลศุลกากรจีนยังไม่แสดงสัญญาณการลดลงของการส่งออกแร่หายากไปญี่ปุ่น (ข้อมูลมีความล่าช้า) โดยเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุด การส่งออกเพิ่มขึ้น 35% เป็น 305 ตัน สูงสุดของปีที่ผ่านมา
เตรียมรับมือความตึงเครียดระยะยาว
นับตั้งแต่คำกล่าวถึงไต้หวันของทากาอิจิในต้นเดือนพฤศจิกายน จีนได้เตือนประชาชนไม่ให้เดินทางไปญี่ปุ่น, ระงับนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่น และยกเลิกการประชุมและกิจกรรมทางวัฒนธรรม แหล่งข่าวบอกกับรอยเตอร์ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเคยเป็นคนกลางทำข้อตกลงพักรบสงครามการค้ากับ สี จิ้นผิง เมื่อปลายปีก่อน และมีแผนเยือนปักกิ่งในเดือนเมษายน ได้ขอให้ทาคาอิจิหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้งเพิ่มเติม
อย่างไรก็ดีผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่าความขัดแย้งนี้ ยังไม่กระทบความนิยมในประเทศ ของทาคาอิจิ นักวิเคราะห์เปรียบเทียบสถานการณ์กับกรณีปี 2555 เมื่อญี่ปุ่นตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์หมู่เกาะพิพาท ซึ่งนำไปสู่การประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นครั้งใหญ่ในจีน และผู้นำทั้งสองประเทศไม่พบกันนานกว่าสองปีครึ่ง
Keita Ishii ประธานบริษัทการค้ารายใหญ่ Itochu Corp. กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เมื่อวันอังคารว่า “ผมคิดว่าเรื่องนี้จะยืดเยื้อไปอีกระยะหนึ่ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงดูจะไม่พอใจพอสมควร”
อ้างอิง : reuters.com