โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ญี่ปุ่น” ประณาม “จีน” ห้ามส่งออกสินค้าใช้สองทาง ชี้ยอมรับไม่ได้ เสี่ยงลามถึงแร่หายาก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 14.59 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 07.59 น.

ความตึงเครียดญี่ปุ่น-จีนปะทุ หลังจีนสั่งห้ามส่งออกสินค้าใช้ได้ทั้งพลเรือน-ทหารให้ญี่ปุ่น ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนหากจำกัดแร่หายากอาจกระทบอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจญี่ปุ่นในวงกว้าง

วันที่ 7 มกราคม 2569 เวลา 13.15 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่าการที่จีนสั่งห้ามส่งออกสินค้าใช้ได้สองทาง (dual-use) ไปยังญี่ปุ่นเป็นมาตรการที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิงและน่าเสียใจอย่างยิ่ง ขณะที่ข้อพิพาททางการทูตระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของเอเชียทวีความตึงเครียดขึ้น โดยสินค้าใช้ได้สองทางหมายถึงสินค้า ซอฟต์แวร์ หรือเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและทางทหาร รวมถึงแร่หายากบางชนิดที่จำเป็นต่อการผลิตโดรนและชิป

ชนวนความขัดแย้งเริ่มขึ้นช่วงปลายปีที่ผ่านมา เมื่อ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุว่าการโจมตีไต้หวันโดยจีนอาจถือเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่น โดยจีนมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของอาณาเขตตน ซึ่งรัฐบาลไต้หวันปฏิเสธอย่างแข็งกร้าว

จีนเรียกร้องให้ทาคาอิจิถอนคำกล่าวดังกล่าว แต่เธอยังไม่ดำเนินการ ส่งผลให้จีนออกมาตรการตอบโต้หลายระลอก โดยมาตรการล่าสุดคือการประกาศห้ามส่งออกสินค้าใช้ได้สองทางที่เกี่ยวข้องกับการทหารไปยังญี่ปุ่นเมื่อวันอังคาร

Minoru Kihara เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นและโฆษกรัฐบาล กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันว่า “มาตรการที่พุ่งเป้าเฉพาะประเทศของเราเช่นนี้ แตกต่างอย่างมากจากแนวปฏิบัติสากล และเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิงและน่าเสียใจอย่างยิ่ง” อย่างไรก็ดีเขาปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นถึงผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม โดยระบุว่ายังไม่ชัดเจนว่าสินค้าประเภทใดจะถูกจำกัดบ้าง

ในตลาดการเงิน ดัชนี Nikkei 225 ร่วงลงราว 1% ในวันพุธ สวนทางตลาดสหรัฐ และยุโรปที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ หุ้นผู้รับเหมาด้านกลาโหมรายใหญ่อย่าง Kawasaki Heavy Industries และ Mitsubishi Heavy Industries ปรับลงราว 3% ติดกลุ่มปรับตัวแย่ที่สุด

จับตาจำกัดแร่หายากเป็นรายต่อไป?

สื่อ China Daily ซึ่งอยู่ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์จีน รายงานว่า จีนกำลังพิจารณาเข้มงวดการพิจารณาอนุญาตส่งออกแร่หายากไปยังญี่ปุ่นในวงกว้าง โดยอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิด ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่าอาจกระทบภาคการผลิตของญี่ปุ่นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์

แม้ญี่ปุ่นพยายามกระจายแหล่งนำเข้าแร่หายากตั้งแต่จีนเคยจำกัดการส่งออกในปี 2553 แต่ปัจจุบันราว 60% ของการนำเข้ายังคงมาจากจีน

ทาคาฮิเดะ คิอุจิ นักเศรษฐศาสตร์จาก Nomura Research Institute ระบุว่า หากจีนจำกัดการส่งออกแร่หายากเป็นเวลา 3 เดือนเหมือนปี 2553 อาจสร้างความเสียหายให้ธุรกิจญี่ปุ่น 660,000 ล้านเยน หรือราว 4.21 พันล้านดอลลาร์ และฉุด GDP รายปี 0.11% หากยืดเยื้อหนึ่งปี GDP อาจลดลง 0.43%

จนถึงขณะนี้ ข้อมูลศุลกากรจีนยังไม่แสดงสัญญาณการลดลงของการส่งออกแร่หายากไปญี่ปุ่น (ข้อมูลมีความล่าช้า) โดยเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุด การส่งออกเพิ่มขึ้น 35% เป็น 305 ตัน สูงสุดของปีที่ผ่านมา

เตรียมรับมือความตึงเครียดระยะยาว

นับตั้งแต่คำกล่าวถึงไต้หวันของทากาอิจิในต้นเดือนพฤศจิกายน จีนได้เตือนประชาชนไม่ให้เดินทางไปญี่ปุ่น, ระงับนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่น และยกเลิกการประชุมและกิจกรรมทางวัฒนธรรม แหล่งข่าวบอกกับรอยเตอร์ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเคยเป็นคนกลางทำข้อตกลงพักรบสงครามการค้ากับ สี จิ้นผิง เมื่อปลายปีก่อน และมีแผนเยือนปักกิ่งในเดือนเมษายน ได้ขอให้ทาคาอิจิหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้งเพิ่มเติม

อย่างไรก็ดีผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่าความขัดแย้งนี้ ยังไม่กระทบความนิยมในประเทศ ของทาคาอิจิ นักวิเคราะห์เปรียบเทียบสถานการณ์กับกรณีปี 2555 เมื่อญี่ปุ่นตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์หมู่เกาะพิพาท ซึ่งนำไปสู่การประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นครั้งใหญ่ในจีน และผู้นำทั้งสองประเทศไม่พบกันนานกว่าสองปีครึ่ง

Keita Ishii ประธานบริษัทการค้ารายใหญ่ Itochu Corp. กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เมื่อวันอังคารว่า “ผมคิดว่าเรื่องนี้จะยืดเยื้อไปอีกระยะหนึ่ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงดูจะไม่พอใจพอสมควร”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...