โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค้ำประกัน คือระเบิดเวลาทางการเงิน เปิด 8 Check List สำคัญ ก่อนนำอนาคตไปผูกกับคนอื่น

The Better

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 08.08 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 10.30 น. • THE BETTER
เมื่อการเซ็นค้ำประกัน…ไม่ใช่แค่การลงลายมือชื่อบนกระดาษ แต่คือระเบิดเวลาทางการเงิน ที่ซ่อนอยู่ในความเกรงใจและความไว้ใจ “ค้ำอย่างมีสติ คิดก่อนค้ำ = ปลอดภัยกว่า!” ก่อนก้าวขาเข้าสู่สนามความเสี่ยงนี้!

ระวัง!! ค้ำอย่างมีสติ คิดก่อนค้ำ = ปลอดภัยกว่า!

การเซ็นค้ำประกัน ไม่ใช่แค่การลงลายมือชื่อบนกระดาษ แต่เปรียบเสมือนการที่คุณมอบ "กุญแจสำคัญ" ไขเข้าสู่ "ตู้เซฟทรัพย์สิน" ของตัวเองให้คนอื่นถือไว้ หากคนที่คุณค้ำประกันให้ (ลูกหนี้) เดินสะดุดล้มทางการเงินเมื่อไหร่ กุญแจดอกนั้นจะถูกไขทันที และภาระหนี้ทั้งหมดก็จะพุ่งตรงมาที่คุณโดยไม่ทันตั้งตัว

ก่อนจะเริ่มค้ำประกันให้ใคร เรามาทำความรู้จัก “การค้ำประกัน” กันก่อน.. ในทางกฎหมาย การค้ำประกันคือ สัญญาที่ผู้ค้ำประกันยอมชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ หากลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้ (อ้างอิง ป.พ.พ. มาตรา 680) ส่งผลให้ผู้ค้ำประกัน เปรียบเสมือนเป็น "ผู้รับประกันการชำระหนี้" ที่ต้องเข้ามารับผิดชอบตามที่ตกลงในสัญญา สิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ค้ำประกัน คือ "กับดักสละสิทธิเกี่ยง" ที่ซ่อนอยู่ในสัญญา หรือการเซ็นสัญญาที่มีข้อความระบุว่า "ให้ผู้ค้ำประกันยอมรับผิดร่วมกับลูกหนี้" ที่จะดูดทรัพย์สินของผู้ค้ำประกันเข้าไปทันทีที่ลูกหนี้ผิดนัด โดยเจ้าหนี้ไม่ต้องรอตามทวงจากลูกหนี้ก่อนเลยแม้แต่วินาทีเดียว!

ดังนั้น ก่อนจะก้าวขาเข้าสู่สนามความเสี่ยงนี้ คุณต้อง ค้ำอย่างมีสติ คิดก่อนค้ำ = ปลอดภัยกว่า! เพราะการเป็นผู้ค้ำประกัน ไม่ใช่เรื่องเล็กและไม่ควรถูกมองข้าม!! เมื่อเลือกค้ำประกันให้ใครแล้ว ย่อมตามมาด้วยภาระความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวง รวมถึงอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินหรือล้มละลายของผู้ค้ำประกันได้เลยทีเดียว
ฉะนั้นการมีความรู้ ย่อมเป็นเกราะป้องกันชั้นเยี่ยม เราจึงรวบรวมข้อควรระวัง 8 ข้อที่จะช่วยให้คุณประเมินความเสี่ยงและปกป้องอนาคตของตัวเองก่อนจะสายเกินไป ดังนี้

ข้อควรรู้ ก่อนตัดสินใจค้ำประกัน

1. อ่านสัญญาทุกครั้ง ก่อนเซ็นค้ำประกัน : ห้ามเซ็นเอกสารเปล่าหรือเซ็นโดยไม่ได้อ่านทุกบรรทัด เพื่อให้รู้ขอบเขตความรับผิดชอบของตนเอง

2. ห้ามเซ็นสัญญาที่เขียนว่า *ให้ผู้ค้ำประกันยอมรับผิดร่วมกับลูกหนี้* : ตามกฎหมายเรียกว่า "การสละสิทธิเกี่ยง" หรือการสละสิทธิที่จะให้เจ้าหนี้ไปทวงหนี้จากลูกหนี้ก่อน โดยเจ้าหนี้สามารถฟ้องร้องและบังคับคดีกับผู้ค้ำประกันได้ทันทีที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระ โดยไม่ต้องไปทวงถามหรือฟ้องร้องเอาทรัพย์สินจากลูกหนี้ก่อนเลย

3. อย่าเกรงใจ ที่จะเซ็นค้ำประกันให้ใครง่ายๆ : การค้ำประกันไม่ใช่การให้ความช่วยเหลือเล็กน้อย แต่คือ การนำทรัพย์สินและอนาคตทางการเงินของตนเองไปเป็นประกัน แทนบุคคลอื่น

4. ดูให้แน่ใจว่า ลูกหนี้มีทรัพย์สินหรือเงินชำระหนี้ได้ : ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินหรือความสามารถในการชำระหนี้ได้จริงหรือไม่

5. การค้ำประกันต้องมีสัญญา หลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของคู่สัญญา: ตามกฎหมาย (ป.พ.พ. มาตรา 681) สัญญาค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือที่ ลงลายมือชื่อของผู้ค้ำประกัน ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ สัญญาค้ำประกันจะตกเป็น "โมฆะ" และไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีผู้ค้ำประกันได้ การมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงเป็นสิ่งที่ยืนยันขอบเขตของความรับผิดชอบและป้องกันการอ้างสิทธิ์เกินเลย

6. เขียนจำนวนเงิน หรือ ความรับผิดในสัญญาได้ : ผู้ค้ำประกันสามารถจำกัดความรับผิดชอบของตนเองได้ โดยการ ระบุจำนวนเงินสูงสุด ที่ตนเองยินยอมจะรับผิดชอบในสัญญาให้ชัดเจน

7. รับผิดชอบ ตามที่ตกลงในสัญญาเท่านั้น : โดยกฎหมายคุ้มครองผู้ค้ำประกันว่า จะต้องรับผิดชอบตามขอบเขตและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาค้ำประกันเท่านั้น

8. ให้รับผิดแทนต่อเมื่อ มีการผิดชำระตามที่ตกลงในสัญญา : โดยหลักการแล้ว ผู้ค้ำประกันจะรับผิดชอบก็ต่อเมื่อลูกหนี้ได้ "ผิดนัดชำระหนี้" ตามเงื่อนไขในสัญญาหลักแล้วเท่านั้น เจ้าหนี้ไม่สามารถเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ในขณะที่ลูกหนี้ยังคงชำระหนี้ตามปกติอยู่ได้ การผิดนัดจึงเป็น "เงื่อนไขบังคับก่อน" ที่จะทำให้ความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกันเกิดขึ้น (ยกเว้นกรณีมีการสละสิทธิเกี่ยง ตามข้อ 2)

จงจำไว้เสมอว่า การตัดสินใจค้ำประกันคือการนำอนาคตทางการเงินของตนเองไปผูกติดกับผู้อื่น ดังนั้น ค้ำอย่างมีสติ คิดก่อนค้ำ = ปลอดภัยกว่า!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...