เปิด 5 ท็อปลิสต์ กาแฟ GI ไทยขายสุดปัง กิโลสูงสุด 1,500 บาท ยอดขายรวมเฉียด 1.5 พันล้าน
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ในกลุ่มสินค้ากาแฟ รวมทั้งสิ้น 11 รายการ จาก 8 จังหวัด ได้แก่ กาแฟดอยตุง จ.เชียงราย กาแฟดอยช้าง จ.เชียงราย กาแฟเทพเสด็จ จ.เชียงใหม่ กาแฟดอยสวนยาหลวงน่าน กาแฟดอยมูเซอตาก กาแฟวังน้ำเขียว และกาแฟดงมะไฟ จ.นครราชสีมา กาแฟระนอง กาแฟเขาทะลุ และกาถ้ำสิงห์ชุมพร จ.ชุมพร และกาแฟเมืองกระบี่ ซึ่งในปี 68 ทั้ง 11 รายการ สามารถทำยอดขายรวมกว่า 1,497 ล้านบาท
สำหรับกาแฟ จีไอ ไทยที่ทำมูลค่าตลาดสูงสุด 5 อันดับแรก หรือมียอดขายรวม 1,318 ล้านบาท ประกอบด้วย อันดับที่ 1 กาแฟดอยสวนยาหลวงน่าน ยอดขายสูงสุดกว่า 526 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 2,257 ตัน โดยราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 500 บาทต่อกก. เพิ่มขึ้นกว่า 1.78 เท่า จากก่อนที่ 280 บาทต่อ กก. อันดับที่ 2 กาแฟระนอง สร้างยอดขายกว่า 262 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 947 ตัน ปัจจุบันมีราคาขายปลีกเฉลี่ย 600 บาทต่อกก. เพิ่มขึ้นกว่า 7.5 เท่า จากราคาเดิม ที่ 80 บาทต่อกก.
อันดับที่ 3 กาแฟเขาทะลุ จังหวัดชุมพร สร้างยอดขายกว่า 234 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 390 ตัน ปัจจุบันมีราคาขายปลีกเฉลี่ย 450 บาทต่อกก. เพิ่มขึ้น 1.95 เท่า จากราคาเดิมก่อนเป็นจีไอที่ 230 บาทต่อกก. อันดับที่ 4 กาแฟดอยช้าง จังหวัดเชียงราย สร้างยอดขายกว่า 160 ล้านบาท จากปริมาณการผลิต 75 ตัน ปัจจุบันมีราคาขายปลีกเฉลี่ย 1,600 บาทต่อกก. เพิ่มขึ้น 1.43 เท่า จากราคาเดิมก่อนที่ 1,120 บาทต่อกก. และอันดับที่ 5 กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร สร้างยอดขาย 136 ล้านบาท ปัจจุบันมีราคาขายปลีกเฉลี่ย 850 บาทต่อกก.เพิ่มขึ้น 1.7 เท่า จากราคาเดิมก่อนที่ 500 บาทต่อกก.
“จุดเด่นของกาแฟ จีไอ ไทยอยู่ที่กลิ่นและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น สะท้อนอัตลักษณ์ของแหล่งผลิตอย่างชัดเจน ทั้งสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ วิธีการปลูก ตลอดจนภูมิปัญญาในการผลิตของเกษตรกรที่สั่งสมมายาวนาน เมื่อผสานกับกระบวนการแปรรูปที่ได้มาตรฐาน จึงช่วยคงคุณภาพและเอกลักษณ์ของกาแฟ จีไอ ไทยจากแหล่งผลิตต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งช่วยยกระดับกาแฟไทยจากสินค้าเกษตรสู่สินค้าพรีเมียม”