โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ควรถอดปลั๊กบ่อย เสี่ยงพังไวกว่าเดิม

Khaosod

อัพเดต 04 ธ.ค. 2568 เวลา 07.03 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2568 เวลา 05.43 น.

ผู้เชี่ยวชาญเตือน! 6 เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ควรถอดปลั๊กบ่อย ไม่ได้ช่วยประหยัดไฟ แถมเสี่ยงมีปัญหา-พังไวกว่าเดิม ชี้หลายบ้านยังมีความเชื่อผิดๆ รีบปรับพฤติกรรมด่วน

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญเตือนประชาชน ไม่ควรถอดปลั๊ก 6 อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดนี้บ่อย ๆ เพราะไม่ช่วยประหยัดค่าไฟอย่างที่คิด แถมยังเสี่ยงทำให้อุปกรณ์เสียหายและต้องจ่ายค่าซ่อมแพงกว่าเดิมหลายเท่า

โดยระบุว่า การถอดปลั๊กไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท เนื่องจากการตัด–ต่อกระแสไฟบ่อยครั้งอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงและสร้างความเสียหายต่อระบบภายใน

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า หลายครอบครัวมีความเชื่อว่าการถอดปลั๊กเมื่อไม่ได้ใช้งานจะช่วยประหยัดไฟหรือยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ทุกอุปกรณ์ที่เหมาะกับวิธีนี้ และบางชนิดอาจยิ่งสิ้นเปลืองไฟเมื่อเปิดใช้งานใหม่ เพราะระบบต้องทำงานหนักเพื่อคืนสภาพเดิม

1. ตู้เย็น

ตู้เย็นจำเป็นต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่และเก็บรักษาอาหารให้สดใหม่ การถอดปลั๊กบ่อยครั้งทำให้อุณหภูมิภายในสูงขึ้น ส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียเติบโตและอาหารเสียเร็วขึ้น อีกทั้งเมื่อเสียบปลั๊กใหม่ คอมเพรสเซอร์จะต้องทำงานหนักเพื่อลดอุณหภูมิ ทำให้กินไฟมากขึ้นและเร่งการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วน นอกจากนี้ตู้เย็นรุ่นใหม่มีระบบเซนเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งอาจเสียการตั้งค่าหากถูกตัดไฟบ่อยครั้ง

2. เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้มาพร้อมระบบอัจฉริยะ เช่น โปรแกรมตั้งเวลา การตรวจหาความผิดปกติ และฟังก์ชันแจ้งเตือน การถอดปลั๊กบ่อยครั้งอาจทำให้ข้อมูลระบบถูกรีเซ็ต ส่งผลให้เครื่องทำงานผิดโปรแกรม อีกทั้งยังทำให้เต้ารับและสายไฟสึกหรอเร็วขึ้น โดยเฉพาะเครื่องอบผ้าที่ต้องพึ่งพาเซนเซอร์วัดอุณหภูมิและวงจรควบคุม อาจทำให้ประสิทธิภาพการอบลดลงและสิ้นเปลืองไฟมากกว่าเดิม

3. เครื่องล้างจาน

เครื่องล้างจานรุ่นใหม่มีแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมตั้งเวลา และโหมดล้างหลากหลายแบบ หากต้องถอดปลั๊กเป็นประจำ การตั้งค่าต่าง ๆ อาจหายไป ทำให้นาฬิกาและโปรแกรมไม่ทำงานตามปกติ ส่งผลต่อความสะดวกในการใช้งานและประสิทธิภาพการล้าง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการขัดข้องในระยะยาว

4. เราเตอร์ Wi-Fi และโมเด็ม

อุปกรณ์เครือข่ายต้องทำงานต่อเนื่องเพื่อรักษาความเสถียรของสัญญาณ การตัดไฟบ่อยครั้งอาจทำให้การเชื่อมต่อขาดช่วง ส่งผลกระทบต่อการทำงาน การเรียน หรือความบันเทิงในครอบครัว อีกทั้งการเปิด–ปิดบ่อยทำให้หม้อแปลงและวงจรภายในเสื่อมเร็ว โดยเฉพาะรุ่นใหม่ที่มีระบบจัดการเครือข่ายซับซ้อน

5.เตาอบ และเตาแม่เหล็กไฟฟ้าแบบบิลต์อิน

อุปกรณ์ครัวแบบฝังต้องใช้กระแสไฟสูงและจำเป็นต้องมีแหล่งจ่ายไฟที่เสถียร การถอดปลั๊กหลังใช้งานทุกครั้งนอกจากจะยุ่งยากแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หากเต้ารับไม่ได้มาตรฐาน การตัด–ต่อไฟบ่อยครั้งอาจทำให้เกิดความร้อนสะสมจนเสี่ยงไฟลุกหรือสายไฟชำรุด การเสียบปลั๊กคงไว้จะช่วยให้ระบบควบคุมและแผงอิเล็กทรอนิกส์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์

6. เครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำน้ำร้อนแบบหม้อต้ม

อุปกรณ์ประเภทนี้ต้องรักษาอุณหภูมิของน้ำให้พร้อมใช้งานตลอดวัน หากถอดปลั๊ก น้ำจะเย็นลง และเมื่อกลับมาเปิดเครื่อง ระบบต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อทำให้น้ำร้อนอีกครั้ง ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองไฟและทำให้แท่งทำความร้อนสึกหรอเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้น้ำร้อนไม่สม่ำเสมอและลดอายุการใช้งานของเครื่องอีกด้วย

ผู้เชี่ยวชาญสรุปว่า สำหรับอุปกรณ์เหล่านี้ การเสียบปลั๊กคงไว้ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าและช่วยให้อุปกรณ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ที่มา SOHA

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 6 เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ควรถอดปลั๊กบ่อย เสี่ยงพังไวกว่าเดิม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...