โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศป.กฉ. สั่งเร่งฟื้นฟูสาธารณูปโภคหาดใหญ่หลังน้ำท่วม ตั้งเป้าทุกระบบใช้ได้ 1 ธ.ค. 68

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 พ.ย. 2568 เวลา 17.11 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2568 เวลา 10.11 น.

ศป.กฉ ร่วมมือทุกภาคส่วน เร่งฟื้นฟูสาธารณูปโภคหาดใหญ่หลังน้ำท่วม เร่งให้ทุกระบบใช้งานได้ในวันที่ 1 ธ.ค. 2568 ย้ำเบอร์โทรฉุกเฉินต้องติดต่อได้ มีคนให้ข้อมูลแน่นอน พร้อมกระจายความช่วยเหลือสู่ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

30 พ.ย. 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) เปิดเผยว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้เป็นประธานการประชุมศป.กฉ. ครั้งที่ 5/2568 โดยได้รับทราบรายงานการฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนหลังภัยพิบัติ ว่า ขณะนี้ส่วนหน้าได้ปรับภารกิจจากการกู้ภัยเป็น "การฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชน" โดยภายใน 48 ชั่วโมงย้อนหลัง ได้นำระบบ Jitasa.care มาช่วยเสริมในการตรวจสอบ (double check)

ทั้งนี้ พบว่าได้ช่วยเหลือประชาชนไปแล้วกว่า 1.8 หมื่นราย แม้ว่าน้ำลดลงแล้ว ยังมีการแจกอาหารน้ำดื่มอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งได้ดำเนินการตั้ง "คลินิกเยียวยาจิตใจ" ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มเติมด้วย

โดยปัจจุบัน มีประชาชนในศูนย์พักพิงประมาณ 14,500 คน ด้านการแก้ไขระบบสาธารณูปโภคนั้น ได้ประสานและติดตามความคืบหน้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกระบบกลับมาใช้การได้ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2568

ผู้อำนวยการ ศป.กฉ. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพิ่มจุดพักขยะใน 4 โซนที่ได้แบ่งไว้ และให้ดำเนินการขนย้ายขยะในตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรในช่วงกลางวัน ซึ่งปัจจุบัน อบจ.สงขลา ได้ดำเนินการแบ่งเครื่องจักรเป็น 5 ชุด ประกอบด้วย รถ 10 ล้อ รถตัก รถน้ำ และกำลังพล ลงพื้นที่ทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง ตามเขตพื้นที่ที่ได้แบ่งไว้แล้ว และจะมีกำลังพล อส. ทหาร จากส่วนหน้ามาช่วยทำความสะอาดเพิ่มเติมในแต่ละโซน

นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ตรวจสอบเบอร์โทรต่าง ๆ เมื่อประชาชนติดต่อเข้ามา ต้องมีคนรับสายให้ข้อมูลได้แน่นอน รวมทั้งให้เร่งประชาสัมพันธ์จุดซ่อมรถ นอกจากนี้ ขอให้ส่วนหน้าดำเนินการสำรวจบ้านชั้นเดียว โดยเฉพาะเขต 8 เรื่องผู้เสียชีวิต รวมทั้งการทำความเข้าใจที่ถูกต้องกับชุมชนดังกล่าว สำหรับเรื่องรายงานผู้เสียชีวิตในแต่ละวัน จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ทำการรายงานสรุปยอดในเวลา 16.00 น.

ผู้อำนวยการ ศป.กฉ. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการลงข้อมูลทะเบียนรถ เพื่อให้เจ้าของรถสามารถค้นหาตรวจสอบรถของตนเองได้ โดยต้องทำทะเบียนคลุมไว้ทั้งหมด และอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ กรมการขนส่งและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่าเจ้าของรถสามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาที่ 2 แห่ง หรือ โทร.สอบถามที่โทรสายด่วน 1584 1599 และ 191

ประเด็นการย้ายรถยนต์ในพื้นที่น้ำท่วมนั้น ตำรวจในพื้นที่ได้รับมอบหมายจาก ศป.กฉ.ส่วนหน้า ทำภารกิจย้ายรถที่กีดขวาง ปัจจุบันมีพื้นที่รองรับการขนย้ายแล้ว และจะประสานกับ สนทช. เพื่อขยายพื้นที่ให้มากขึ้น โดยได้ประสานทำความเข้าใจกับพื้นที่เรื่องการใช้อุปกรณ์ยกรถให้ถูกวิธีแล้ว โดยตลอดคืนที่ผ่านมา ตำรวจในพื้นที่ได้ดำเนินการเปิดช่องทางให้สามารถสัญจรได้มากขึ้น

ส่วนการควบคุมอาชญากรรม ได้มีการระดมกำลังตำรวจนอกพื้นที่มาช่วยควบคุม โดยจะเน้นการใช้อุปกรณ์เครื่องมือจากนอกพื้นที่ เนื่องจากรถสายตรวจในพื้นจมน้ำหมด สำหรับการส่งศพคืนญาตินั้น ได้ดำเนินการประสานกับคณะแพทย์ยืนยันว่ามีความพร้อม

ความคืบหน้าการช่วยเหลือของแต่ละหน่วยงาน

1. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ประสานบริษัทประกันภัยต่าง ๆ แล้ว เรื่องรถยก โดยปัจจุบันบริษัทประกันภัยมีรถยกขนาดเล็ก อยู่ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 80-90 คัน กำลังประสานงานกับส่วนหน้าในเรื่องพื้นที่จอดพักรถ สำหรับการเคลมประกันภัยขณะนี้ ประชาชนผู้เอาประกันภัยทยอยแจ้งเคลมมาเป็นระยะ แต่เป็นช่วงเริ่มการติดต่อระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย ซึ่งยังไม่มีเรื่องร้องเรียน

2. กรมการขนส่งทางบกได้สนับสนุนยานพาหนะ เพื่อขนส่งสิ่งของตามที่มีผู้บริจาค จากพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศดอนเมืองไปส่งหาดใหญ่ นอกจากนี้ จัดเตรียมพื้นที่สำหรับจอดรถ สำหรับรถที่ประสบภัยที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาแห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 (หาดใหญ่) และมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน "คมนาคมร่วมใจ ช่วยลดน้ำท่วม" เพื่อดำเนินการตรวจซ่อมสภาพรถยนต์จักรยานยนต์ที่มีความเสียหายไม่มาก โดยจะให้บริการตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (1 ธ.ค.) เป็นต้นไป และจะขยายศูนย์ฯ ไปยังจังหวัดรอบ ๆ ต่อไป

3. กรมโยธาธิการและผังเมือง รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการซ่อมแซมอาคารหลังน้ำลด โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สงขลาเพื่อจัดตั้ง "ศูนย์ประสานงานสำหรับการตรวจสอบอาคาร" คาดว่าจะมีการเตรียมระบบอุปกรณ์และฐานข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยหากพื้นที่ใดพร้อม ทีมงานจะสามารถเข้าดำเนินการได้ทันที

4. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ระดมช่างฝีมือในเครือข่ายลงพื้นที่ไปให้บริการซ่อมแซม รถจักรยานยนต์ ซ่อมเครื่องมือ เครื่องยนต์เล็กการเกษตร สร้างอุปกรณ์ไฟฟ้า และตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งในจังหวัดสงขลาจะมีจุดให้บริการอยู่ 5 จุด คือ 1.วัดเกาะเสือ 2. บริษัทสยามแบตเตอรี่ หาดใหญ่ 3.โรงเรียนแสงทองวิทยา 4.โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา และ 5. เทศบาลเมืองหาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษา ลงพื้นที่ให้บริการซ่อมแซมอุปกรณ์ต่าง ๆ

5. กรมปศุสัตว์ สามารถกำจัดซากสัตว์ได้แล้ว ได้แก่ ซากโค กระบือ และแพะประมาณ 200 ตัว สุกร 25 ตัว และสัตว์ประเภทอื่น ๆ อีกประมาณ 20 ตัว ทั้งนี้ การกำจัดซากสัตว์ดำเนินการใน 2 พื้นที่หลัก ได้แก่ ด่านกักกันสัตว์ และพื้นที่ของเอกชนที่ให้การสนับสนุน โดยพื้นที่ที่นำไปกำจัดจะอยู่ห่างจากชุมชนเพื่อความปลอดภัย คาดดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 - 3 วัน

6. การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เรื่องการจ่ายน้ำประปาในพื้นที่หาดใหญ่ พบว่าการประปาส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการแล้วประมาณ 45% ของพื้นที่ ครอบคลุมโรงพยาบาลหาดใหญ่ รวมทั้งบริเวณตลาดกิมหยง และจะเพิ่มการจ่ายน้ำประปาไปยังพื้นที่อื่น ๆ เช่น สนามบิน และพื้นที่รอบข้าง ส่วนเมืองสงขลา จะดำเนินการจ่ายน้ำประปาไปที่สถานีโคกสูงภายในวันนี้ โดยจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมสถานีสูบน้ำให้ครบทั้งหมด คาดว่าจะสามารถจ่ายน้ำได้ครบทั้งหาดใหญ่และสงขลาในอีก 2-5 วันข้างหน้า

ทั้งนี้ จำนวนผู้ขอรับความช่วยเหลือ ปภ. รายงานว่ามีแนวโน้มลดลงอย่างมาก และเรื่องที่ร้องขอส่วนใหญ่เป็นเรื่องการสนับสนุนการเก็บกวาด ทำความสะอาดพื้นที่และสิ่งของที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทาง ปภ. ได้ระดมทรัพยากรและกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเตรียมนำแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" เข้ามาใช้สำหรับยืนยันข้อมูลของผู้ประสบอุทกภัย เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนการจ่ายเงินเยียวยานั้น กรมการปกครองจะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด

7. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ความคืบหน้าการจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนให้กับประชาชนพบว่า สามารถจ่ายไฟได้แล้ว 85 - 86% และเหลือผู้ใช้ไฟประมาณกว่า 23,500 รายที่อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการ โดยพื้นที่สำคัญ ๆ อย่างโซนธุรกิจ ได้มีการฟื้นฟูระบบไฟฟ้าเกือบสมบูรณ์ 100% แล้ว ทั้งนี้ ภายใน 1-2 วันข้างหน้า การไฟฟ้าฯ จะพยายามจ่ายไฟคืนให้ได้มากที่สุด

ส่วนบางพื้นที่ที่ยังไม่สามารถจ่ายไฟได้นั้น เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบและแก้ไขให้ปลอดภัยก่อนจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบ ล่าสุดการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จะเข้าร่วมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าร่วมกับ กฟภ.ด้วย

8. กองทัพเรือ รายงานว่า เรือหลวงอ่างทองได้กำหนดเวลาออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ เวลา 08.00 น. หากหน่วยงานใดมีความประสงค์จะฝากสิ่งของบริจาค เพื่อส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา กองทัพเรือพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

9. สำนักงานประกันสังคม มีโครงการสินเชื่อส่งเสริมการจ้างงานเพื่อผู้ประกันตน ซึ่งได้เริ่มตั้งแต่กรกฎาคม 2568 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้นายจ้างจ้างงานผู้ประกันตน โดยมีสถานประกอบการเข้าร่วมประมาณ 500,000 ราย มีเงื่อนไขต้องจ่ายเงินสมทบติดต่อกัน 12 เดือน มี ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ 7 แห่ง คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank), ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารยูโอบี, ธนาคารไทยเครดิต และธนาคารทหารไทยธนชาต ที่จะเริ่มในธันวาคมนี้

โดยเงื่อนในการปล่อยสินเชื่อ คือ ให้สำหรับสถานประกอบการที่มีผู้ประกันตนแยกตามขนาดของสถานประกอบการ วงเงินจะแบ่งเป็น 15 ล้านบาท 30 ล้านบาท และไม่เกิน 50 ล้านบาท สำหรับอัตราดอกเบี้ย สำนักงานประกันสังคมได้ทำ MOU ไว้กับทั้ง 7 ธนาคาร

10. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รายงานว่า ในพื้นที่ที่ยังไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ได้ใช้ระบบดาวเทียมเข้าไปสนับสนุน เพื่อให้ประชาชนสามารถสื่อสารและติดต่อกันได้ หาก กฟภ. สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ครบทั้ง 8 จุด ระบบสื่อสารจะสามารถกลับมาครอบคลุมได้เต็ม 100% ภายในวันนี้

ส่วนมาตรการลดค่าบริการนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อให้โอเปอเรเตอร์ต่าง ๆ นำไปปฏิบัติ นอกจากนี้ จะปรับปรุงและวางโครงข่ายเสาสัญญาณใหม่ในบางพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และรองรับสถานการณ์ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...