‘พี่ฉอด-พี่เอส’ เปิดบ้าน CHANGE2561 เผยโฉมนักแสดงกว่า 40 ชีวิต
‘พี่ฉอด-พี่เอส’ เปิดบ้าน CHANGE2561 เผยโฉมนักแสดงกว่า 40 ชีวิต เสริมทัพ “แก๊งนมผง” แจ้งเกิดวงการบันเทิง
วันที่ 13 พ.ย.2568 ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา และ เอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย 2 หัวเรือใหญ่แห่ง CHANGE2561 จัดกิจกรรม “CHANGE2561 OPEN HOUSE” เปิดบ้านเผยโฉมหน้านักแสดงกว่า 40 คน ในสังกัด Change Artist ที่ผ่านการบ่มเพาะทักษะการแสดงและการทำงานระดับมืออาชีพ พร้อมก้าวสู่เส้นทางศิลปิน
พร้อมกันนี้พี่ฉอด และ พี่เอส ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางในการรับน้องๆ เข้ามาอยู่ในสังกัด โดยมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างนักแสดงที่มีคุณภาพให้กับวงการบันเทิง
เปิดบ้าน CHANGE2561 วันนี้ มีลูกๆ เพิ่มมาอีกเยอะเลย?
พี่ฉอด - “วันนี้เป็น CHANGE2561 OPEN HOUSE ครั้งแรกที่จัดเป็นกิจกรรมเล็กๆ แนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับลูกๆ ของบ้าน Change Artist จริงๆ เราเริ่มต้นสร้างเด็กๆ แบบจริงจังก็ตอน PIT BABE เมื่อ 3 ปีที่แล้ว จากนั้นเราก็เริ่มมีเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ ตอนนี้ก็นับได้ 40 กว่าชีวิตแล้ว
เรียกว่าเป็นความตั้งใจของพวกเราในการที่อยากจะสร้างเด็กๆ ที่มีคุณภาพ มีความตั้งใจ มีความฝัน มารวมกันตรงนี้เพื่อที่จะสร้างงานดีๆ ในรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งในปีหน้าทุกคนก็จะได้เริ่มเห็นผลงานของพวกเขาเหล่านี้ทยอยออกมาเรื่อยๆ”
พี่เอส – “ปีหน้าบอกเลยว่างานของเราจะมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน่าจะมากกว่าปีนี้ ซึ่งไลน์อัพเราจะแถลงให้ได้รู้กันอีกทีในวันที่ 28 ม.ค.2569”
บ้านหลังใหญ่ขึ้น อ้อมแขนที่ต้องดูแลเด็กๆ ก็ต้องกว้างขึ้น เตรียมการยังไงบ้าง?
พี่ฉอด - “กำลังจะเป็นโรคซึมเศร้าแล้วค่ะ ยอมรับว่าเหนื่อยขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ต้องบอกก่อนว่าเราไม่ได้มีความตั้งใจอยากจะมีเด็กเยอะๆ เพราะเราต้องแบกรับความฝันของพวกเขา ทุกคนที่มาอยู่ตรงนี้ต่างก็มีความฝัน อยากจะมีอนาคตในวงการบันเทิง ซึ่งบริษัทเองก็ต้องดูด้วยว่าเราสามารถสร้างงานได้แค่ไหนที่จะให้เด็กๆ ทุกคนได้มีงานด้วย ตอนนี้เราก็จะเป็นห่วงในเรื่องนี้เยอะ”
พี่เอส – “ถามว่าพอนักแสดงเยอะขึ้น การดูแลมีการปรับเปลี่ยนไหม จริงๆ คงไม่ได้มีอะไรปรับเปลี่ยนมาก อย่างแรกคือต้องเพิ่มคนให้รองรับกับน้องๆ ดูแลได้ทั่วถึง นอกจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของการสื่อสารมากกว่าเพราะว่าน้องๆ ก็จะมีเจนที่แตกต่างกันไป
อย่างตอนนี้เรามีโค้ดเรียกกันว่าเป็นแก๊งนมผงซึ่งเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเลย ในขณะที่เราก็มีรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อนแล้ว เรื่องของวัยก็มีความต่างเยอะ น้องๆ บางคนก็อาจจะยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงาน ซึ่งหมายความว่าเขาต้องทำงานร่วมกับคนที่ต่างวัยและต่างอาชีพ เพราะฉะนั้นก็คงต้องใช้เวลากัน”
มีกฎกติกาที่ชัดเจนเลยไหมว่าพอมาอยู่ในบ้าน Change Artist แล้ว ต้องยอมรับเงื่อนไขแบบนี้ได้?
พี่เอส - “จริงๆ เราพูดกันง่ายๆ สั้นๆ ว่าเราต้องการเด็กดีและมีคุณภาพ ตรงนี้ก็น่าจะครอบคลุมทุกอย่างแล้ว”
พี่ฉอด – “เด็กแต่ละคนก่อนที่เข้ามาอยู่กับเราก็ใช้เวลา ต้องคุยกันเยอะ ทำความรู้จักกัน ในเรื่องของการทำงานตอนนี้ก็ส่งเสียให้เด็กๆ เล่าเรียนการแสดง เรียนร้องเพลง และเรียนเต้นกันอยู่ เพื่อที่จะเตรียมทำงานในปีหน้า”
ในฐานะที่เคยทำงานกับนักแสดงมาเยอะมาก พอได้เห็นแก๊งนมผงแล้ว รู้สึกเลยไหมว่าพวกเขาจะเปล่งประกายได้?
พี่เอส – “เราก็ไม่ได้ตาถึงขนาดนั้น แต่ว่าอย่างน้อยจุดเริ่มต้นถ้าเขาทำให้เรารู้สึกเอ็นดูเขาได้ หรือประทับใจในตัวเขาได้จนอยากจะชวนมาร่วมงานกัน เราคิดว่าก็ไม่น่าจะยากอะไรถ้าเขาจะทำให้คนอื่นมองเห็นศักยภาพ หรือความน่ารักน่าเอ็นดูในตัวเขา”
พี่ฉอด - “คือมันก็ต้องใช้เวลาในการทำงานกันไป ในวันเริ่มต้นของเด็กบางคนย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วอย่างเด็ก PIT BABE วันนั้นก็ยังมองว่าเขาเป็นเด็กน้อยอยู่เลย พอ 3 ปีผ่านมาเราก็จะเห็นแล้วว่าแต่ละคนก็เติบโตพัฒนามากน้อยในทางไหนแตกต่างกันไป หลายคนก็พูดกับเราว่าวันแรกที่เห็นเด็กพวกนี้มันเหมือนไม่ได้เจิดจ้าเท่าไหร่ แต่วันนี้ทำไมพวกเขาถึงเจิดจ้าจังเลย
นั่นแหละคือการที่เขาค่อยๆ สั่งสมและพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ แก๊งนมผงก็เช่นกันพอถึงวันหนึ่งสมมติเขาได้ทำงานได้แสดงบทบทต่างๆ ถ้าทุกอย่างมันลงตัวพอดีเดี๋ยวความเจิดจ้าฉายแสงมันก็จะเกิดขึ้นมาเอง”
น้องๆ ที่เข้ามาใหม่มีจุดร่วมไหนที่รู้สึกได้ว่าคล้ายกันบ้าง?
พี่ฉอด - “ทุกครั้งที่เราเลือกเด็กเราตั้งใจอยากเลือกเด็กดี คำว่าเด็กดีเป็นคีย์เวิร์ดที่เราพูดกันอยู่เสมอ แล้วก็ไปอยู่ที่ไหนต้องเป็นที่รัก เด็กที่เราคุยกันจำนวนเยอะมากแล้วก็สกรีนเลือกมา เราก็ไม่ได้ถึงขนาดว่าเขาต้องเป็นแบบนี้แบบนั้น
มันอาจจะยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เรายังไม่รู้จักกันมากพอ ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และรู้จักกันไป แต่ความตั้งใจขั้นพื้นฐานก็คือเราอยากได้เด็กดีที่มีคุณภาพ มีความตั้งใจในการทำงาน เราอยากสร้างคนที่ประสบความสำเร็จการแสดงในวงการบันเทิงด้วย แต่ว่าเป็นคนดีที่มีคุณภาพด้วย อันนี้เป็นโจทย์ใหญ่ของพวกเรา”
พอมีลูกเยอะๆ กลัวไหมที่มันจะอาจจะมีความรู้สึกเกิดขึ้นได้ว่ารักลูกไม่เท่ากันหรือเปล่า?
พี่ฉอด - “เรามองว่าเป็นเรื่องปกติของทุกคน ต้องเข้าใจก่อนว่าคำว่าเท่ากันเป๊ะไม่มีหรอก แต่คำว่าความรักที่ให้กันมันไม่ได้หมายความว่ารักแล้วเลยเลือก หรือรักแล้วถึงให้เขาได้สิ่งโน้นสิ่งนี้ ในการทำงานมันไม่ใช่แค่รักอย่างเดียวต้องมีคำว่าความเหมาะสมด้วย”
อย่างน้องๆ ที่เข้ามาใหม่หลายคนอยู่ในวัยที่ยังเรียนอยู่มัธยมปลายด้วย ตรงนี้เราให้ความสำคัญยังไงบ้าง?
พี่เอส – “แน่นอนครับ เราดีลกันชัดเจนสิ่งที่เราอนุญาตอันดับแรกคือการเรียนต้องมาก่อน ไม่ได้หมายความว่าเด็กของเราต้องเรียนดีนะ แต่เด็กของเราต้องมีความรับผิดชอบ เพราะก่อนที่เขาจะมาเจอเรานั่นคือความหวังของคุณพ่อคุณแม่ที่เขาส่งเสียเลี้ยงดูให้ลูกได้เรียน ฉะนั้นหน้าที่อันดับแรกของเขาคือต้องเรียนให้จบ แต่ถ้าเกิดว่าคุณอยากได้รับโอกาสตรงนี้คุณต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นคูณสอง แล้วเราถึงจะดีลกัน”
พี่ฉอด – “สมมติว่าเขาเคยทำอยู่ร้อยหนึ่งพอเขามาทำงานด้วยแล้วจะเป็น 50:50 แบบนี้ไม่ใช่นะคะ แต่เราต้องการ 100 กับ 100 พูดง่ายๆ คือต้องเต็มร้อยให้ได้ทั้งสองอย่างค่ะ”
ฝากแก๊งนมผง?
พี่เอส - “เจอเด็ก PIT BABE ก็ว่าเหนื่อยแล้วนะ แก๊งนมผงนี่น่าจะเหนื่อยอีกยาวๆ เพราะเขายังมีช่วงเวลาของวัยที่เขาสามารถพัฒนาตัวเองได้ ส่วนตัวคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนุกสำหรับเราและเขาที่จะเดินไปด้วยกัน ในวันนี้ก็อยากให้เขาคีพเอ็นเนอร์จี้และคีพความเป็นเด็กที่มีความสดใสแบบนี้ไว้ เพราะว่าเขาต้องเป็นตัวแทนของการส่งมอบความสุข ถ้าเมื่อไหร่ที่เขามีความสุขกับสิ่งที่เขาทำ เขาจะสามารถส่งมอบสิ่งดีๆ และพลังบวกออกไปได้”
พี่ฉอด - “พวกเราก็ทำงานมาเยอะ จนกระทั่งมาถึงวันหนึ่งว่าจะไปไหนกันต่อดี ในยุคที่วงการบันเทิงก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย เราก็มีเครื่องหมายคำถามอยู่เหมือนกันว่าแล้ว CHANGE2561 จะมีทิศทางยังไงกันต่อ แล้วก็มีโอกาสได้มาเจอตอนที่เป็นเด็กๆ PIT BABE มันก็เริ่มสนุกและทำงานมาเรื่อยๆ
จนมาถึงตรงนี้ก็มาเจอตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้ซึ่งก็จะเป็นอีกเรื่องราวหนึ่ง เพราะว่าเขาแตกต่างกับเด็กโตไปคนละแบบเลย แต่มันก็ทำให้เราได้รู้สึกว่าชีวิตในวงการบันเทิงมันก็ยังมีอะไรสนุกๆ ให้เราได้ทำอยู่ มั่นใจว่าได้สนุกกันยาวๆ แน่นอน”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘พี่ฉอด-พี่เอส’ เปิดบ้าน CHANGE2561 เผยโฉมนักแสดงกว่า 40 ชีวิต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th