โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระผมนั้น Made In Thailang! แถบนนทบุรี ‘แก๊ปโบ้-สิระ’ นักรับจ้างสร้างสรรค์ไปทั่ว

a day magazine

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 15.51 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2568 เวลา 11.00 น. • a day magazine

เสียงเหมือนลูกเป็ด แม้ใครว่ามีเอกลักษณ์ แต่เขาอยากผ่าตัดกล่องเสียง

ดวงตาน้ำตาลเป็นประกาย แม้ใครชมว่าสวย แต่เขาใส่แว่นเลนส์ย้อมสี

รับทำงานแทบทุกสิ่ง แม้หวังอยากร่ำรวย แต่เขาเลือกลงทุนความเสี่ยงสูง

สมุดเกิดถูกตั้งชื่อก๊อปแก๊ป แม้พ่อจะเลือกให้ชื่อแก๊ปโบ้ แต่เขาชอบชื่อแก๊ป

ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เรามองไม่เห็นอะไรนอกจากเสื้อสีส้มแสดแสบตา นี่ไม่ใช่เสื้อคนขนส่งธันเดอร์เอกซ์เพรสจำกัดในภาพยนตร์ ‘สงครามส่งด่วน’ ที่เขาเล่นเป็นตัวประกอบ แต่เป็นเสื้อใช้ประชาสัมพันธ์สแตนด์อัปครั้งแรกของเขาภายใต้ชื่อ ‘เมดอินไทยแลง’ สงสัยไหมว่าทำไมไม่เป็นไทยแลนด์ ตอนนี้ก็ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้เหมือนกัน แต่อ่านไปก่อนเดี๋ยวก็รู้

โดยปกติแล้วคนเราจะทักทายกันด้วยคำสั้น แต่เขาผู้นี้เลือกใช้ร้อยกรอง

คือผมขายบัตรรอบแรกแล้ว Sold Out ไปเป็นที่เรียบร้อย ยอดแชร์กระหน่ำเลย ตามหลักมาร์เกตติงเขาบอกให้ประกาศไปว่าเรา Sold Out แล้ว คนก็เชียร์เปิดเลยเปิดรอบอีก เราก็โพสต์ต่อเลยครับ ประกาศเปิดรอบสอง! โพสต์ปุ๊บไม่มีคนเห็น ไอ้เหี้ย! เพราะเขาเห็นแต่โพสต์ Sold Out คนที่จะซื้อก็คิดว่าบัตรกูหมดไปแล้ว

“จริงๆ บัตรกูยังเหลือ กูก็ขายไม่ได้ เพราะคนคิดว่าหมด ใครสอนมาร์เกตติงกูหรือมันผิดที่กูก็ไม่แน่ใจแล้ว”

เขาพูดโบกไม้โบกมือผสมปนเปด้วยท่าทางโมโห คงเป็นความโมโหที่ทำอะไรไม่ได้ ก็สิ่งที่ดีลอยู่ด้วยดันไม่ใช่คน และเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าจงใช้วิจารณญาณประกอบสติให้มาก เมื่อคู่สนทนาเป็น Chat GPT

ทุกรายการที่หนุ่มแว่นเลนส์ย้อมสีไปออกสัมภาษณ์ เขามักพูดถึงความผิดพลาดอันเบ๊อะบ๊ะกระทั่งใหญ่เบ้อเริ่มของตัวเองอยู่เสมอ ราวว่าไม่เคยอายในความเป็น ‘แก๊ป - สิระ สิมมี’ หรือจะพูดให้ถูกขึ้นอีกหน่อย เขากล้าหาญที่สุดและเป็นตัวเองที่สุดเมื่อได้พูดด้วยเสียงที่เป็น ‘แก๊ป’ แต่หากถนัดเรียก ‘แก๊ปโบ้’ ก็ไม่ว่ากัน ชื่อสุดท้ายนั้นพ่อเป็นคนแนะให้ ด้วยตอนไม่กี่ขวบมักอยู่ไม่สุขเหมือนตัวเอกในภาพยนตร์แรมโบ้

เขามีอาชีพเป็นนักตัดต่อ เป็นนักแสดงประกอบ เป็นผู้กำกับที่คนพูดถึงด้วยคลิปสั้น ‘กู๊ดบายไอโฟน 7’ เป็นผู้จัดพอดแคสต์ และย่อยสั้นอาชีพตัวเองว่าเป็นนักรับจ้างสร้างสรรค์ทั่วไป

ใครเป็นสาวกรายการ 15 Minutes Wasted ของช่อง Salmon Podcast คงได้เห็นหน้าค่าตาเขาพร้อมร่างกายที่ปกคลุมด้วยเสื้อสูท ถามว่าแก๊ปไปพูดอะไรอยู่ในนั้นน่ะเหรอ

“มึงเจอแน่ไอ้นักดื่ม ไอ้นักดริงก์ ไอ้นักวิ่ง ไอ้นักซิ่ง ไอ้นักหนา อย่ามายุ่ง อย่ามาทำเสียเวลา เสียเถิดหนา Fifteen Minutes Wasted เอย”

แต่เราเชื่อว่า 15 นาทีที่นับถอยหลังอยู่ ผู้อ่านจะไม่รู้สึกว่ามันเสียเปล่า

จริงเหรอ!

ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้

เมื่อไรที่แก๊ปเริ่มพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก

เท่าที่จำได้ตั้งแต่ประถมเราถูกเลือกไปเป็นตัวแทนพูดบ่อยๆ มีงานโรงเรียนก็จะได้ออกไปเป็นพิธีกร แต่ก็ไม่รู้ว่าเลือกกูทำไมนะ

เขินไหม

เขิน! ไอ้ที่ทำตัวประหลาดๆ นี่คือแก้เขินด้วยซ้ำนะ เหมือนทำให้มันพังไปเลย

เช่นอะไร

ก็ไปพูดอะไรโง่ๆ บนเวที เหมือนกูสารภาพแล้วนะว่ากูเป็นแบบนี้

เคยถามคนฟังไหมว่าชอบอะไรในการพูดของเรา

เขาชอบเสียง ชอบบอกว่าเสียงตลกเพราะมันแบน

แล้วทำไมแก๊ปถึงให้สัมภาษณ์ว่าไม่ชอบเสียงตัวเอง

เราอยากจีบสาวอะ คือกูควรจะเท่ไหม ยกตัวอย่างคนเท่ทรงสาวกรี๊ด หน้าตาก็ต้องออกเอเชียๆ หน่อย พูดน้อยๆ เสียงต่ำๆ เทสเพลงแนว Safeplanet ตัดภาพมากูเนี่ย! ตรงข้ามกับเขาหมดเลย เราก็เลยไม่ชอบตัวเองเพราะคุณสมบัติที่มีไม่พร้อมไปทางเท่เลย

เป็นคนชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเหรอ

ใช่ อาจจะตั้งแต่เด็กเลย เปรียบเทียบไปเรื่อย มันเหมือนเรากลัวตัวเองไม่ดี ส่วนหนึ่งเพราะเราเป็นคนคิดทุกอย่างแบบเชื่อมโยงตลอดเวลา แต่กูไม่ชอบมันเหนื่อย! อย่างตอนเดินเข้ามาในห้องนี้ เราก็คิดแล้วว่าคนทำงานเขียนเขาอยู่กันอย่างนี้เหรอ แสดงว่ามันอาจจะช่วยสร้างบรรยากาศในการเขียนงานเปล่าวะ ที่บ้านกูต้องทำแบบนี้ไหม ถ้าแสงมันสว่างๆ ก็คงจะ Productive อีกแบบใช่ไหม

ดูย้อนแย้งนะที่แก๊ปมักทำอะไรอยู่เบื้องหน้าแต่กลับไม่มั่นใจในตัวเอง

ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่กิจกรรมหลายอย่างที่ทำส่วนมากจะมาจากความบังเอิญ อย่างตอนเด็กก็ได้เป็นหัวหน้าห้องโดยที่ไม่รู้ว่าทำไม พอได้เป็นแล้วก็จะได้เป็นอีกในปีถัดไป ทั้งที่กูว่ากูไม่ได้เสนอตัวเองแน่ๆ (หัวเราะ) ตอนมัธยมเราก็เข้าไปอยู่ชมรมยูเนสโกในห้องพิพิธภัณฑ์การศึกษา เพราะอยากช่วยเขา แล้วมันต้องมีมัคคุเทศก์น้อยนำชม ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง อารมณ์ว่าเดี๋ยวเราจะนำท่านชมที่นี่นะครับ แล้วกูน่ะเหรอ!

อย่างที่เราไปเป็นประธานนักเรียน ตอนนั้นรู้แค่อยากเป็นเพราะจะได้คล้องดอกดาวเรืองเหมือนนักการเมือง ไปโรงเรียนก็หันไหว้สวัสดีครับน้องๆ แค่นั้น หรือไปเล่นละครเวทีของมหาวิทยาลัย เพราะรุ่นพี่ให้ไปแคสต์ คือมันน้อยมากเลยที่เราจะเสนอตัวเองว่าผมอยากเป็นครับ

แล้วเกิดความภูมิใจในตัวเองบ้างไหมที่คนเลือกเรา

ภูมิใจนะ แล้วก็ดีใจ แต่คือเราชอบกระบวนการระหว่างทำมาก เราได้เรียนรู้ รู้สึกว่ากูฉลาดขึ้นแล้ว อย่างตอนเล่นละครเวทีก็จะเชี่ย! กูนั่งสมาธิได้นานขึ้นว่ะ กูขยับร่างกายแบบนี้ได้ด้วย

เคยฝันเฉยเฉย

แก๊ปทำทั้งอาชีพตัดต่อ ผู้กำกับ นักแสดง นักพูด แล้วความฝันที่แท้จริงของแก๊ปคืออะไร

เราว่าความฝันมันหายไปแล้ว เราเคยมีความฝันเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์ อยากเป็นบิล เกตส์เมืองไทย เพราะตอนนั้นเขาดังสุด รวย เจ๋งเลย แต่หลังจากความฝันนี้หายไป เราไม่เคยมีอะไรที่รู้สึกว่าต้องไขว่คว้าอีก ถ้ามีก็จะเป็นระยะใกล้ไม่ใหญ่ ถ้ามีงานแสดงมากขึ้นก็ไม่คิดว่าจะต้องได้ออสการ์หรือสุพรรณหงส์ หรือถ้าทำงานกำกับก็ไม่ได้คิดว่ากูจะไปคว้ารางวัลกำกับให้ได้

ตอนนี้แค่อยากพูดอะไรก็หาเครื่องมือสักอย่างมาพูดมัน คิดว่าน่าจะตอบโจทย์ความต้องการของเราทั้งหมดแล้วนะ

ครอบครัวอยากให้แก๊ปทำอาชีพอะไร

ไม่มี แม่แค่อยากให้เรียนดีๆ ส่วนพ่อเป็นครูก็จะบอกเลือกเลยลูก ให้ลูกได้เติบโตในวิถีทางของตัวเอง

เมื่อครอบครัวถามว่าแก๊ปกำลังทำงานอะไรอยู่ ตอบเขาว่าอะไร

เราพูดไม่ค่อยสวยงามเท่าไร รู้เลยว่าพูดแล้วเขาจะเป็นห่วง ล่าสุดเนี่ยก็ตอบเขาไปว่าทำไปเรื่อยๆ เขาก็จะยิ่งพูดด้วยน้ำเสียงอ่าว! แก๊ป แล้วมันอย่างไรล่ะลูก เราก็เออ! น่ะแหละ ได้แล้ว มันได้แล้ว แต่เขาไม่เข้าใจหรอกเอาจริงๆ (หัวเราะ) ในมุมพ่อแม่ก็คงน่าเป็นห่วง เพราะเราตอบไม่ได้ว่าทำอะไรอยู่

แล้วใครเป็นคนที่เข้าใจแก๊ปมากที่สุด

ตัวเองเหรอ ไม่แน่ใจ คนรอบตัวเราทั้งแฟน เพื่อน ครอบครัวก็อาจจะเข้าใจสัก 60/40 แต่ถ้าเป็นตัวเราเลยก็ 80/20 ทุกคนคงมีพาร์ตที่ไม่เข้าใจตัวเองว่ากูทำทำไม

แต่แก๊ปตอบตัวเองได้ใช่ไหม

เราพยายามกำหนดอาชีพตัวเอง ด้วยการเขียนในเว็บประกาศหางานว่ารับจ้างเชิงสร้างสรรค์ เป็นนักแสดงก็ยินดีครับ กำกับก็ดีครับเพราะได้เล่าเรื่อง ถ้าจะให้เล่นมุกก็ทำได้ หรือช่วยคิดงานเป็นเชิงครีเอทิฟก็พอได้ครับ แต่ผมจะไม่แม่นเรื่อง Strategy นะ

ใครที่พูดแล้วแก๊ปจะฟัง

ตอบยาก คงจะทุกอย่างสัตว์ๆ เราเป็นคนฟังทุกเสียง จนมีช่วงหนึ่งหาทางออกไม่ได้เพราะเหนื่อยมากที่อะไรก็ฟังไปหมด

แล้วกลับมาตั้งหลักหรือหาทางออกอย่างไร

คุยกับตัวเองก่อน เพราะเราว่ามันมีความเร่งรีบ อาจจะเป็นการอยากถึงเป้าหมายอะไรสักอย่างเร็วๆ เราเป็นคนรันด้วยความเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรือเป็นไปได้ยากมากๆ แล้วพอคิดแบบนี้มันจะเหนื่อย สมมติเรื่องที่มันไม่ควรจะเป็นไปได้ มึงก็เสือกเชื่อว่าเป็นไปได้ มึงก็จะหาวิธีอยู่อย่างนั้น เกิดเป็นการนั่งถามตัวเองว่ามึงต้องการอะไร ลองกำหนดกรอบมันใหม่ดีไหม ยืดเวลาผ่อนปรนกับตัวเองลงบ้าง

ทุกวันนี้หมุดหมายในการทำงานของแก๊ปคืออะไร

หาคำตอบที่ตัวเองสงสัย พูดเรื่องที่จะพูด

ซอกในซอยสิระ

เคยรู้สึกไหมว่าตัวเองเป็นคนใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อย

อ๋อ! รู้สึก ตอนนี้กูก็ยังรู้สึกเลย (หัวเราะ)

มันเป็นการหลงทางหรือเปล่า

ไม่หรอก มันเป็นประมาณว่าเราขับรถหลงในซอยลับลาดพร้าว กูไม่รู้เลยว่ากูอยู่ไหน แต่รู้ว่าอยู่ลาดพร้าวนะ กูไม่คุ้นทางด้วย แล้วแม่งเสือกทะลุกันได้หมด

จุดเปลี่ยนสำคัญไหนที่ทำให้แก๊ปรู้ว่าต้องมาสายครีเอทิฟแน่ๆ

เป็นความจับพลัดจับผลูอยู่นะ หลังจากอยากเป็นบิล เกตส์จบไปใช่ไหม มันก็สตาร์ตมาจากไม่รู้จะเรียนอะไรในมหาลัย ทำให้นั่งคิดว่ากูทำอะไรได้อีกวะ อ๋อ! กูเคยทำรายการอัปเดตข่าวคอมพิวเตอร์นี่ อย่างนั้นคงเรียนพวกนิเทศได้ อย่างงานแสดงก็มาจากละครเวทีที่ไปบังเอิญเล่น มีรุ่นพี่คนหนึ่งเห็นเขาเลยชวนไปแสดง ทุกเส้นมาจากอะไรที่เราทำไว้โดยที่อาจจะไม่ได้ตั้งใจ

คิดว่าการที่คนอื่นเห็นความสามารถเราเป็นเรื่องบังเอิญเหรอ

ไม่หรอก เขาคงรู้สึกอะไรสักอย่างมากกว่า สมมติที่ชวนไปแสดงอาจเพราะเราตรงคาแรกเตอร์ เสียงพุ่ง สมาธิดีในซีนนั้น เราไม่รู้ว่าเขาเลือกจากอะไร แต่ไม่ว่ามันจะไปด้วยความบังเอิญแค่ไหน เราตั้งใจของเราเต็มที่ที่สุดแล้วในการทำสิ่งนั้น

แก๊ปคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ไหม

เราเพิ่งไปหาอ่านมาว่ามันคืออะไร จนตอนนี้เชื่อในพรสวรรค์ทางร่างกายแบบเดียว เช่น เรามีกระดูกที่ใหญ่หรือมีข้อเท้าที่เหมาะสำหรับการวิ่ง เพราะร่างกายมึงถูกประกอบมาดีจากการคลอดทำให้วิ่งได้ดี เราจะนับว่าสิ่งนี้เป็นพรสวรรค์ แต่ถ้าเป็นอาชีพแบบเราก็นึกไม่ค่อยออกว่าพรสวรรค์จะเป็นอะไร เพราะเสือกเชื่อว่าพรสวรรค์เบสอยู่กับร่างกาย เราเลยคิดว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์ อธิบายไม่ค่อยถูก คำตอบแม่งเหี้ยจัด (หัวเราะ)

เมื่อต้องทำงานกำกับ สไตล์การเป็นผู้นำแบบแก๊ปเป็นอย่างไร

เช้าเข้ากองจะพูดเลยว่าเทกแรกผ่าน ยัง! ยังไม่ผ่าน เพราะยังไม่ได้ถ่าย (หัวเราะ) คือเราเคยได้ยินเรื่องกองซีเรียสมาเยอะ แล้วก็ไม่ค่อยชอบดุด้วย

ไม่คิดว่าคนอื่นจะมองว่าเราติดเล่นเหรอ

คิดไปเลยไม่เป็นไร เพราะถ้าอยู่ไปสักพักหนึ่งเขาจะเห็นเองว่าเราตั้งใจกับอะไร ลงรายละเอียดกับอะไร เช่นตอนตัดต่อก็ไม่มีปัญหานะ หรือมีปัญหาอะไรที่เขาพูดขึ้นมา เรามีทางออกเตรียมไว้ให้หมดแล้ว

ดูจะเข้ากับคนอื่นได้ดี แล้วเคยทะเลาะกับคนอื่นบ้างไหม

ไม่กล้าแล้วก็ไม่ชอบ เราหลีกเลี่ยงการปะทะ ปกติก็ไม่ชอบเห็นคนอื่นทะเลาะกัน คุยกันดีๆ ก็ได้นี่ ถ้าเราโดนด่าก็จะนิ่งกับขอโทษ แล้วก็นั่งวิเคราะห์ว่าที่มันเกิดปัญหาเป็นเพราะอะไร อธิบายให้เขาฟัง หาทางออกจริงจังเลย

แก๊ปเลือกรับงานจากอะไร

มีอยู่สองแบบคือช่วงที่จัดการเงินไม่ดีจะคิดเรื่องเงินมากกว่า แต่ถ้าสบายจิตสบายใจก็จะเป็นการคิดว่าเราช่วยเขาได้ไหม เรามีประโยชน์กับงานนี้แค่ไหน สมมติมีคนบอกว่าแก๊ปเหมาะกับงานนี้มาก งานแฟชัน ดูกวนตีนหน่อย เราก็จะบอกเขาก่อนว่าผมไม่ถนัดแฟชันเลย ไม่ใช่คำว่าไม่ดี แต่เข้าขั้นเหี้ยได้เลย จะลองจริงๆ ใช่ไหม (หัวเราะ) น่าจะเป็นสเตปไป เงิน อยากลอง ช่วยเหลือ

แล้วเราเป็นคนคิดเรื่องเงินจริงจังนะ แบ่งกี่กระเป๋า กี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ซื้อประกัน ไม่ลดหย่อนภาษี ลงทุนเพื่อรับความเสี่ยง อยากเป็นคนรวย เพราะรู้ตัวด้วยว่าถ้าไม่มีเงินจะมีปัญหาชีวิตได้ง่ายขึ้น และมองคุณค่าตัวเองต่ำลงโดยปริยายเลย คำถามแม่งจะเยอะมาก กูเกิดมาทำไม นี่กูใช้ชีวิตแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมแค่ข้าวกูกินไม่ได้

เคยอับจนไหม

เคย เราก็แก้ด้วยการทำงาน เพราะหนึ่งในสาเหตุที่ไม่มีคือการวู่วาม ลงทุน รีบร้อน คนเรามันต้องรวย! เหมือนที่เขาบอกว่าคนอายุน้อยยิ่งรับความเสี่ยงสูง

รวยแค่ไหนถึงจะพอสำหรับแก๊ป

เราเคยมีคำถามนี้ เคยคุยกับเพื่อนว่าอายุ 30 ปีควรมีเงินเก็บเท่าไร รวยแค่ไหนถึงจะโอเควะ สมมติวินาทีนี้กูมีสามสิบล้าน พูดไปปุ๊บนะ อือหือ! คุณรวย แต่ถ้าพ่วงมากับการอยากมีบ้านที่อารีย์ ไม่ได้ กระจอก! รวยแค่ไหนถึงจะพอคือต้องรู้ก่อนว่าอยากได้อะไร นิยามคำว่ารวยสำหรับเราตอนนี้เป็นการมีสิ่งพื้นฐาน มีสิ่งที่อยากได้แล้วได้มา ยังมีชีวิตที่โอเค แต่ตอนนี้อาจจะยัง เพราะเพิ่งกลับไปอยู่ในลูปความเสี่ยง

ตลกอยู่ไหม

แก๊ปยกให้ใครเป็นยอดครูในสายโปรดักชัน

เราชอบงาน ‘พี่ต่อ - ธนญชัย ศรีวิชัย’ มาก

ยอดครูในสายตลกตบมุกล่ะ

ชอบคณะอาสีหนุ่ม เราเชื่อว่ามุกมันเหมือนแฟชัน เหมือนทุกอย่างบนโลกที่มันวนซ้ำ คือตอนนี้กูเหมือนคนที่คิดมุกเยอะมาก คิดมุกเก่ง ไม่! กูเอาของเขามาเล่นหมดเลย แต่คนอื่นอาจจะเกิดไม่ทันหรือไม่เคยดู อย่างมุกเฝือๆ ลูกครึ่ง พ่อเป็นฝรั่ง แม่เป็นบ๊วย ลูกเข็นขาย แฮ่! เห็นไหมซ้ำแล้วเพราะได้ยินบ่อย มีคนเคยบอกว่าความเศร้าของตลกเหมือนการแสดงลิเกคือเราเป็นครูพักลักจำ แต่ถ้าอะไรที่มันเป็นเนื้อหนังเป็นเพลงแล้วไปจดลิขสิทธิ์ก็คงจะใช้ไม่ได้แล้ว

แล้วอย่างนี้ความตลกที่เป็นเอกลักษณ์ของแก๊ปคืออะไร

เหี้ย! เราเคยนั่งคิดแล้วด้วย เราไม่รู้ ถ้าในด้านการตัดต่อ เป็นผู้กำกับ คนก็จะบอกว่าเสียงเป็นเอกลักษณ์

งานกำกับชิ้นไหนที่แก๊ปอยากอวด

เราชอบคลิป‘เสียงจากมะเร็ง’ มันเป็นการทำวิดีโอรับบริจาคเงินสร้างตึกเพื่อให้ญาติของผู้ป่วยได้มานอนพัก เป็นโรงพยาบาลศูนย์พระปกเกล้าจันทบุรี บางคนมาเช้าเย็นกลับจากต่างจังหวัดก็ลำบาก ไม่มีเงินจ่ายที่พักก็นอนตามพื้นโรงพยาบาลกัน การสร้างตึกนี้เขาจะใช้เงินจากการบริจาคทั้งหมดสามสิบล้านเลย แล้วตอนนั้นเราอายุ 25 ปี คือขอโทษนะ พ่อมึงเถอะ! ใครจะไปทำได้ บ้าหรือเปล่า กูเป็นใครเนี่ย ยังไม่ได้งานกำกับเลยด้วย แต่งานเก่าที่กำกับให้เพื่อนแบบเล็กๆ มันคงไปเข้าตาเอเจนซีเข้า

หลังจากได้ทำงานนี้ เราเรียนรู้เยอะมาก เพราะเราคิดไว้อีกแบบหนึ่ง แต่ตัดต่อออกมาแล้วไม่เวิร์ก กลายเป็นว่าต้องหาวิธีเล่าใหม่ทั้งหมด ทั้งที่เราไปถ่ายฟุตเทจมาแล้ว ปรากฏว่าพอหาจนเจอแล้วทำออกมา มันได้สามสิบล้านจริง! ตึกก็สร้างขึ้นมาได้ เรารู้สึกดีที่มันอิมแพกต์สังคม แต่หงุดหงิดว่าแล้วทำไมกูต้องทำ หมายถึงกูเป็นใคร ไม่ใช่กระทรวงที่ต้องลงทุนเหรอ ทำไมต้องให้ใครสักคนมาทำวิดีโอให้คนอื่นเห็นแล้วบริจาคเงิน หรือที่กูทำอยู่คือกูกำลังสนับสนุนให้มีปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่นะ! (หัวเราะ) เราเลยสนุกกับงานนี้มากเพราะอารมณ์มันตีกันไปหมด

คิดว่าตัวเองเป็นคนทำผิดพลาดบ่อยไหม

บ่อยมาก อาจจะทุกวันเลย อย่างวันนี้คือกูใส่เสื้อเหี้ยอะไรมาเนี่ย ผิดพลาดจนรู้สึกว่ามันปกติ

มีสถานการณ์ไหนที่โคตรอยากย้อนกลับไปแก้ไขไหม

อาจจะไม่มี เพราะกลัวแก้ไป แล้วตอนนี้จะไม่ใช่คนแบบนี้

ตอนนี้เป็นคนแบบไหนอยู่

เป็นคนเรื่อยเปื่อย (หัวเราะ) คิดอะไรออกก็ทำ

เรื่องอะไรที่ทำให้แก๊ปหงุดหงิดมากที่สุด

ใจร้ายมากเลย ส่วนมากมันคือเราไม่พอใจกับตัวเอง อย่างเมื่อวานตอนเช้าเราตื่นด้วยอาการกระชากทำให้หงุดหงิด แล้วก็ดันไม่พอใจที่ตัวเองหงุดหงิด คือมึงหงุดหงิดทำไม ก็ทำอะไรช้าๆ สิ อย่าไปโทษอะไร มาระลึกสิ่งนี้ได้หลังตื่นสองชั่วโมงว่าแม่ง! เมื่อกี้ไม่น่าหงุดหงิดเลย รู้สึกแย่

เรื่องอะไรที่ทำให้แก๊ปเสียน้ำตาได้มากที่สุด

อาจจะเป็นสงสารตัวเองที่ใจร้ายต่อตัวเอง รู้สึกแย่กับตัวเองจนมันเศร้า

ฟังแล้วต้องสแตนด์อัป

แก๊ปเคยให้สัมภาษณ์ว่าชีวิตเหมือนเป็นเอกซ์ตราในหนังสงคราม ทำไมตอนนี้ถึงมาเป็นตัวละครหลักด้วยการจัดสแตนด์อัปของตัวเอง

มันอาจจะเป็นหนังสงครามอยู่ก็ได้นะ (หัวเราะ) ในขณะที่เราเป็นเอกซ์ตราในหนังสงคราม เราอาจจะเป็นตัวละครหลักด้วยบทบาทที่กำลังดำเนินสิ่งนั้นอยู่ ดูวุ่นวายมากเลยแต่ก็เป็นตัวเองนะที่สร้างความวุ่นวายเหล่านั้น เช่น กูไม่เคยทำสแตนด์อัป ดูมาก็น้อย แต่อึ้ย! เรามาทำกันดีกว่า มึงทำทำไม!

แล้วทำทำไม

อยากพูดเรื่องที่ทั้งเกี่ยวกับตัวเราและประเทศไทยเท่าที่เคยเจอมา เท่าที่นึกออก แล้วจริงๆ มีคนเคยบอกให้ลองไปทำสแตนด์อัปดู เราคิดว่าลองก็ได้คงไม่เสียหายอะไร

ดูมุทะลุเหมือนกันนะ อยากจะทำอะไรก็ทำเลย

จริงๆ ก็ไม่ถึงขั้นมุทะลุ แต่ด้วยผลลัพธ์มั้งมันถึงออกมาเป็นแบบนั้น เพราะอย่างพอดแคสต์ที่ทำก็เพราะมีคนบอกว่ามึงแม่งพูดอะไร พูดไปเรื่อย ไปทำพอดแคสต์ไป (หัวเราะ) เรามีไอเดียอยากจะทำหลายๆ อย่างอยู่แล้ว พอมีคนจุดชนวนก็ไปเลย ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองทำได้ไหม รู้แค่มันไม่พังแน่ๆ สมมติทำไปแล้วรู้ตัวว่าน่าจะไม่ไหว งั้นเดี๋ยวหาคนช่วย หาความรู้เพิ่ม เราจะประเมินขั้นต้นนะ อย่างสแตนด์อัปก็แวบๆ ขึ้นว่ามันมีลักษณะเหมือนการเป็นพิธีกรอยู่ครึ่งหนึ่ง ผสมการเล่าเรื่องตลกต่อหน้าสาธารณะ อืม! ก็ยากเลยล่ะนะ แต่มีความเป็นไปได้อยู่ งั้นเราลองกันเถอะ แต่สมมติวันนี้มีคนเดินมาบอกไอ้แก๊ป! มึงไปทำบัญชี ไอ้สัตว์! ไม่เอา กูไปให้คนอื่นมาช่วยดีกว่า

หมายความว่าแก๊ปชอบเสียงแบนๆ ของตัวเองแล้วใช่ไหม

ชินมากกว่า มันทำอะไรไม่ได้แล้วอะ เฮ้ย! ตอนนั้นเราจริงจังมากนะ เคยไปดูการผ่าตัดเส้นเสียงด้วย แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้มันเป็นไปเถอะ

มันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว แก๊ปกังวลหรือกลัวอะไรไหม

เราเป็นคนคิดอะไรไม่รู้เต็มไปหมดเลย การถามตอบยังง่ายตรงที่ออกทะเลไปก็จะมีคนดึงกลับมา แต่การที่เราพูดไปเลยบางครั้งมันไปไหนก็ไม่รู้ กูไม่รู้ด้วยว่าจะไปสุดที่ตรงไหน

แล้วใช้วิธีไหนไม่ให้ตัวเองพูดออกทะเล

เนี่ย! กำลังจะอัดคลิปลงโซเชียลมีเดียอยู่ว่าสองรอบซื้อบัตรได้เลยนะครับ ซื้อสองรอบก็ได้เพราะคงพูดไม่เหมือนกัน (หัวเราะ)

แก๊ปคิดว่าทำไมคนต้องมานั่งฟังแก๊ปพูด

เออ ทำไมนะ ไม่รู้เหมือนกัน คิดซะว่ามารับชมมหรสพสักเรื่อง

อยากได้ยินเสียงตอบรับอะไรหลังสแตนด์อัปจบลง

ไม่มีคำที่ชัดเจน แต่อยากให้เขารู้สึกดีที่สนับสนุนเรา ไม่อยากให้ฮากันขี้แตกกระจายอะไร หรือโอโห! ทำไมมันคุ้มค่าขนาดนี้ สิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นจริงๆ คือความอิ่ม ไม่รู้สึกผิดหวัง

หมุดหมายต่อไปของแก๊ปคืออะไร

เราอยากทำยูทูบ ทำคอนเทนต์ กลับไปที่การรับจ้างสร้างสรรค์ทั่วไป

ปรัชญาฉบับแก๊ปที่ยึดถือในการใช้ชีวิตอยู่เสมอคืออะไร

อยากทำอะไรทำไปเลยครับ ถ้าทำผิดเดี๋ยวขอโทษ

มีความเจ๋งไหนของแก๊ปตลอดการใช้ชีวิตมา 30 ปีที่อยากอวดไหม

ยังไม่ได้ทำผิดจนต้องไปขอโทษในที่สาธารณะต่อหน้าคนเป็นหมื่นเป็นแสน (หัวเราะ)

“ลองฟังสแตนด์อัปผมดูครับ ถ้าจากที่อ่านมาแล้วรู้สึกว่าวิธีคิดของผมมันประหลาด คุณก็ลองคิดดูสิว่าคนที่ใช้ชีวิตด้วยความคิดประหลาดแบบนี้มันจะไปเจอของปกติได้อย่างไร หรือต่อให้เจอของปกติ มึงก็ทำตัวประหลาดใส่มันอยู่ดี เหมือนแทนที่มึงคุยกับเอไอจะใช้วิจารณญาณ ดันเสือกเชื่อแล้วทำเลย

“คนแบบนี้มันจะไปเจออะไรอีกก็ไม่รู้”

แต่ผู้อ่านไปเจอคนแบบนี้ได้ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ณ Lido Connect Hall 2 เริ่มขายบัตรแล้วทาง https://www.ticketmelon.com/anyremark/sirasimmee

แก๊ปว่าเขาจะทำการบรรยายเรื่องอนาโตมีมนุษย์เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...