โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุคของฟลุ๊คกะล่อนบนรันเวย์ HOOKs ที่นำไปสู่การตั้งคำถามว่า นี่ก็ปี 2025 แล้ว เราจะ Free the Nipple กันจริงๆ ได้รึยัง?

Mirror Thailand

อัพเดต 19 พ.ย. 2568 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2568 เวลา 11.06 น.
ภาพไฮไลต์

ELLE Fashion Week 2025 ได้ปิดฉากลงไปอย่างงดงาม แต่เรื่องราวน่าสนใจยังไม่จบลง และเราอยากชวนไปพูดถึงข้อถกเถียงย่อมๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้โพสต์ของคุณฟลุ๊คกะล่อน ทางอินสตาแกรม Flukkaron ซึ่งเป็นภาพของเธอบนรันเวย์ของแบรนด์ HOOKs ในลุคสุดแซบที่ตั้งใจเปิดให้เห็นหัวนมทั้งสองข้างอย่างถนัดตา

และท่ามกลางเสียงชื่นชมถึงความเริ่ด ก็มีคอมเมนต์บางส่วนที่ชวนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการ ‘เปิดหัวนม’ ซึ่งทำให้หลายๆ คนมาร่วมกันแสดงความคิดเห็น บางคนยืนยันหลักการพื้นฐานของความเท่าเทียมทางเพศ ด้วยคำถามที่ว่า “ทำไมเพศชายถึงเปลือยท่อนบนและเปิดหัวนมได้ แต่ทำไมเมื่อเป็นเพศอื่นๆ ไม่ว่าจะเพศกำเนิดหญิงหรือหญิงข้ามเพศ กลับทำไม่ได้” ขณะที่บางคนก็มองว่าการเปิดหัวนมโดยมีรูปเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับเยาวชน ส่วนอีกหลายคนก็มองว่ามันคือเรื่องของ ‘ศิลปะ’ และ ‘แฟชั่น’

โอกาสนี้เราเลยอยากชวนมาย้อนดูเส้นทางของมูฟเมนต์ Free the Nipple หรือการเรียกร้องสิทธิในการเปลือยหน้าอก ที่มีจุดประสงค์ให้หัวนมและร่างกายของคนทุกเพศเท่าเทียมกัน ว่าการเข้ามาของแนวคิดนี้มีความซับซ้อนและน่าสนใจอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชียของเรา

ในหลายพื้นที่ แนวคิด Free the Nipple ปะทะกับค่านิยมอนุรักษนิยมเข้าเต็มๆ โดยในหลายประเทศ มุมมองเกี่ยวกับร่างกายผู้หญิงนั้นผูกติดอยู่กับค่านิยมดั้งเดิม เต้านมและหัวนมของผู้หญิงถูกมองเป็นเรื่องอนาจารหรือเป็นสิ่งยั่วยุทางเพศ และถึงกับมีความผิดทางกฎหมายในบางประเทศ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นมุมมองที่ใช้เพศชายเป็นศูนย์กลางในการตั้งบรรทัดฐานสังคม

เมื่อมองว่าเพศหญิงสามารถเปิดเผยร่างกายให้กับสามีเท่านั้น การเปิดในที่สาธารณะจึงกลายเป็นเรื่องผิดบาป ซึ่งในทางกลับกันสิ่งนี้กลับแทบไม่เกิดขึ้นกับเพศชายเลย

ด้วยเหตุนั้น การรณรงค์ Free the Nipple จึงได้กลายเป็นการ ‘ขัดต่อวัฒนธรรมอันดี’ และไม่ได้รับการตอบรับจากสาธารณชนในวงกว้าง เนื่องจากภาพของร่างกายผู้หญิงที่ถูกมองว่าเป็นพื้นที่ตอบสนองทางเพศนั้นยังคงฝังรากลึกมาก และแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพลต่อความคิดผู้คนอย่างบางแพลตฟอร์มในโซเชียลมีเดียก็ยังเลือกที่จะแบนหัวนมของเพศหญิง นั่นจึงยิ่งเป็นการกำหนดกรอบให้หัวนมไม่สามารถขยับที่ทางของตนเองได้

และผู้หญิงหลายๆ คนเอง แม้จะเชื่อในเสรีภาพของตน แต่ก็ยังไม่สะดวกใจที่จะ Free the Nipple ในหลายๆ พื้นที่ ด้วยความรู้สึก ‘ไม่ปลอดภัย’ เพราะตระหนักดีว่าร่างกายของตนยังถูกจับจ้องด้วยสายตาแบบ Male Gaze อยู่ และแม้จะรู้ว่าเป็นหน้าที่ของผู้ชายที่ต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกทางเพศของตัวเอง แต่ผู้หญิงหลายคนก็ไม่อยากแบบรับความเสี่ยงอยู่ดี

ที่สุดแล้ว การที่นักเคลื่อนไหว นักออกแบบ หรือบุคคลสาธารณะใช้แฟชั่นหรือศิลปะเป็นเวทีท้าทายบรรทัดฐานสังคมจึงเป็นเรื่องทรงพลัง และแม้จะมาพร้อมกับการถูกท้วงติงว่าไม่เหมาะสมต่อเยาวชน เราก็คงต้องย้อนกลับมาตั้งคำถามกันอีกทีว่าสิ่งที่คุกคามเยาวชนจริงๆ นั้นคือการได้มองเห็นสรีระร่างกายที่เปิดเผย หรือการถูกมองหรือมองเพศอื่นเป็นวัตถุทางเพศกันแน่ สิ่งที่เราควรสื่อสารกับเยาวชนจึงอาจเป็นเรื่องของร่างกายที่เท่าเทียม ร่างกายของคนทุกเพศควรได้รับการมองเห็นด้วยความเคารพและให้เกียรติไม่ต่างกัน ไม่จำเป็นต้องมีร่างกายของเพศใดเพศหนึ่งถูกตีความให้เป็นเรื่องเพศแต่เพียงอย่างเดียว มากกว่าการจำกัดว่าเห็นหัวนมของเพศไหนได้ เห็นหัวนมของเพศไหนผิด เพราะไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็จะยังคงวนอยู่ที่เดิมและถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อๆ ไปไม่จบสิ้น

บทความต้นฉบับได้ที่ : ลุคของฟลุ๊คกะล่อนบนรันเวย์ HOOKs ที่นำไปสู่การตั้งคำถามว่า นี่ก็ปี 2025 แล้ว เราจะ Free the Nipple กันจริงๆ ได้รึยัง?

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...