โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สิงคโปร์” เพิกถอนสิทธิภาษี 2 Family Office พัวพันเครือ Prince Group โยงเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 16.58 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 09.58 น.

"สิงคโปร์" เพิกถอนสิทธิภาษี 2 Family Office พัวพันเครือ Prince Group ของนักธุรกิจชาวกัมพูชา เฉิน จื้อ หลังพบโยงเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลสิงคโปร์เพิกถอนสิทธิประโยชน์ทางภาษีของสำนักงานบริหารสินทรัพย์ครอบครัว (Single Family Office) จำนวน 2 แห่ง ที่เชื่อมโยงกับเครือ Prince Group ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่

Chee Hong Tat รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาแห่งชาติ และรองประธานธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) แถลงต่อรัฐสภาว่า ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ได้ปฏิเสธคำขอจัดตั้งสำนักงานครอบครัวเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีประมาณ 3% จากคำขอทั้งหมด 1,300 ฉบับ โดยยืนยันว่ารัฐบาลได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุน

Prince Group ซึ่งก่อตั้งโดยนักธุรกิจชาวกัมพูชา เฉิน จื้อ ถูกทางการสหรัฐ และสหราชอาณาจักรคว่ำบาตรเมื่อเดือนตุลาคม ในข้อหาบริหารเครือข่ายศูนย์หลอกลวง (scam centers) ที่ใช้แรงงานข้ามชาติซึ่งถูกค้ามนุษย์เพื่อหลอกลวงผู้เสียหายทั่วโลก ขณะที่ตำรวจสิงคโปร์เพิ่งยึดทรัพย์สินกว่า 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มดังกล่าว รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ 6 แห่ง บัญชีเงินฝาก หลักทรัพย์ และเงินสด

แม้สิงคโปร์จะดึงดูดเม็ดเงินจากทั่วโลกด้วยนโยบายภาษีที่เอื้อต่อการจัดตั้ง family office และการเป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่บางส่วนของเงินทุนไหลเข้านั้นก็ถูกโยงกับคดีอาชญากรรมทางการเงิน เช่น คดีฟอกเงินมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2566 ซึ่งถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยรัฐบาลได้เพิกถอนสิทธิภาษีของสำนักงานครอบครัว 6 แห่งที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว

ฉี ระบุว่า สำนักงานครอบครัวที่เชื่อมโยงกับคดีฟอกเงินมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของทั้งระบบ ขณะที่จำนวน family office ในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจาก 700 แห่งในปี 2564 เป็นมากกว่า 2,000 แห่งในสิ้นปี 2567

หลังเหตุอื้อฉาวฟอกเงินปี 2566 รัฐบาลสิงคโปร์ได้เข้มงวดการตรวจสอบภาคการเงินมากขึ้น โดยให้ธนาคารใช้เวลามากขึ้นในกระบวนการตรวจสอบลูกค้า (due diligence) และมีการปิดบัญชีของลูกค้าบางรายที่ไม่ผ่านเกณฑ์

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...