เลขาฯ กกต. ชี้ ขยายเวลาลงทะเบียนประชามติไม่ได้ เหตุมีงานธุรการรออยู่ ย้ำต้องทำตามกฎหมาย
เลขาฯ กกต. ชี้ ขยายเวลาลงทะเบียนประชามติไม่ได้ เหตุมีงานธุรการรออยู่ ย้ำต้องทำตามกฎหมาย ลั่นอย่าคิดแทนผู้ใช้สิทธิ หลังตัวเลขลงทะเบียนห่างกว่า 6 แสนคน สรุปผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต กว่า 1.5 ล้านคน เลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า กว่า 2.4 ล้านคน
วันนี้ (6 ม.ค. 69) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน
นายแสวง กล่าวว่า ไม่ใช่แค่เรื่องเปิดระบบให้ลงทะเบียน แต่ยังมีงานธุรการตามมาอีกจำนวนมาก ทั้งการแยกบัญชี แยกผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร การจัดทำบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไปกว่าแสนหน่วย รวมถึงงานด้านเอกสารอื่น ๆ ซึ่งทั้งหมดต้องทำให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา
นายแสวง ระบุว่า การเปิดให้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตเป็นเวลา 3 วัน ถือว่าเพียงพอแล้ว โดยเปรียบเทียบว่า สามวันเท่ากับ 4,320 นาที แค่เจียดเวลา 3 นาที ก็สามารถลงทะเบียนได้แล้ว ถ้าเตรียมข้อมูลให้พร้อม การลงทะเบียนไม่ใช่เรื่องยาก พร้อมย้ำว่า เมื่อกฎหมายกำหนดเวลาไว้ชัดเจน ประชาชนก็ต้องบริหารจัดการเวลาและรับผิดชอบสิทธิของตนเอง “เมื่อมีเวลาแค่นี้ ก็ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ เราขยายเวลาไม่ได้ เพราะจะไปกระทบงานส่วนอื่นทั้งหมด
นายแสวง เปิดเผยภาพรวมการลงทะเบียนว่า เฉพาะวันสุดท้ายของการเปิดระบบ เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ซึ่งมีจำนวนผู้ลงทะเบียนสูงกว่าการเลือกตั้งปี 66 ทั้งในส่วนของการเลือกตั้งล่วงหน้าและการออกเสียงประชามตินอกเขต โดยระบุว่า วันสุดท้ายมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าประมาณ 9 แสนคน และลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตประมาณ 1 ล้านคน ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ แสดงให้เห็นว่าระบบรองรับได้ อาจติดขัดบ้างเล็กน้อย แต่ไม่มีปัญหา
สำหรับประเด็นที่จำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากับผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตมีตัวเลขแตกต่างกันมาก นายแสวง ชี้แจงว่า ตรวจสอบแล้ว ผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ามีประมาณ 2.2 ล้านคน ส่วนผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตมีประมาณ 1.6 ล้านคน ต่างกันราว 6 แสนคน พร้อมย้ำว่า อย่าไปคิดแทนว่า คนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. จะต้องลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตด้วย
กรณีที่ประชาชนไม่สามารถเลือกหน่วยออกเสียงประชามตินอกเขตที่อยู่ภายในจังหวัดเดียวกันได้ นายแสวง ยอมรับว่า เป็นข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยระบุว่า ไม่ใช่ว่า กกต. ดูแลประชาชนไม่ดี แต่กฎหมายออกแบบมาแบบนี้ หากจะลงทะเบียนประชามตินอกเขต ต้องเป็นต่างจังหวัดเท่านั้น ถ้าไม่ได้ลงทะเบียน ก็ให้มาใช้สิทธิในเขตของตัวเอง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในการเลือกตั้งหรือประชามติครั้งต่อไป กกต. จะสามารถใช้ดุลยพินิจอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้มากกว่านี้หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า การแข่งขันต้องมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เพราะมีผู้แพ้ผู้ชนะ กฎหมายจึงต้องเคร่งครัด ไม่อย่างนั้นก็ทำอะไรก็ได้ ก่อนจะยอมรับว่า ส่วนตัวมองว่า กฎหมายควรได้รับการแก้ไข
ส่วนกรณีที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ตั้งคำถามถึงการจัดประชามติควบคู่กับการเลือกตั้ง ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท นายแสวงชี้แจงว่า ถ้าอ่านกฎหมายให้จบ จะเข้าใจ หลายเรื่องเป็นการอ่านกฎหมายไม่ครบแล้วมาแสดงความคิดเห็น ผมก็รับฟัง ไม่ได้ว่าอะไร
พร้อมอธิบายต่อว่า การใช้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) 14 คนต่อหน่วย เป็นความจำเป็น เพราะ ในหน่วยต้องนับคะแนน 3 กระดานพร้อมกัน ไม่ใช่ทำทีละกระดาน จึงต้องใช้ กปน. 10 บวก 4 คน
นายแสวง ยังกล่าวว่า การจัดให้วันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้ง สส. ช่วยประหยัดงบประมาณอย่างมาก โดยระบุว่า ถ้าจัดแยกกันสองครั้ง จะใช้งบประมาณรวมกว่า 11,000 ล้านบาท แต่เมื่อจัดพร้อมกัน ใช้ประมาณ 7,000 ล้านบาท ประหยัดไปกว่า 4,000 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณเฉพาะการทำประชามติครั้งนี้ใช้อยู่ราว 500 ล้านบาท
พร้อมอธิบายขั้นตอนการใช้สิทธิว่า ประชาชนต้องแสดงตนสองครั้ง ครั้งแรกเลือกตั้ง สส. จากนั้นแสดงตนอีกครั้งเพื่อออกเสียงประชามติ ซึ่งไม่ได้ใช้เวลานาน สำนักงาน กกต. จะทำหน่วยเลือกตั้งเสมือนจริงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจขั้นตอน
สำหรับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ที่บางประเทศเริ่มลงคะแนนตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.นี้ นายแสวง ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา กฎหมายกำหนดให้ลงคะแนนล่วงหน้าได้ เพราะสภาพแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน และบางสถานทูตต้องดูแลหลายประเทศ
ส่วนกรณีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในประเทศกัมพูชา นายแสวง ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจำนวนผู้ลงทะเบียนที่ชัดเจน แต่ในภาพรวมมีผู้ลงทะเบียนนอกราชอาณาจักรประมาณ 1.3 แสนคน โดยบัตรเลือกตั้ง สส. จะส่งกลับมานับที่ประเทศไทย ขณะที่บัตรออกเสียงประชามติจะนับที่สถานทูต เชื่อว่าไม่มีปัญหา ดำเนินการเหมือนเดิม
สำหรับจำนวนผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต/นอกราชอาณาจักร ณ วันที่ 5 ม.ค.69 จำนวน 1,598,056 คน
ส่วนจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า ในเขต/นอกเขต/นอกราชอาณาจักร ณ วันที่ 2,410425 คน