“ศาลเจ้าเมจิ” น้อมรำลึกแด่องค์จักรพรรดิ ณ ผืนป่าใจกลางโตเกียว
เสาโทริอิไม้สูงใหญ่ตระหง่านเป็นสัญลักษณ์บอกความเป็นศาลเจ้า โดยปรากฏตราดอกเบญจมาศสีทองสัญลักษณ์ของราชวงศ์ญี่ปุ่นย้ำให้ผู้มาเยือนได้รับรู้ว่า “ศาลเจ้าเมจิ” ที่รายล้อมด้วยความร่มรื่นของแมกไม้ใจกลางเมือง มีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์แห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย
อุทิศแด่จักรพรรดิผู้นำญี่ปุ่นสู่ยุคใหม่
ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) หนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงอันดับต้นๆของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ย่านชิบูยะ ใจกลางมหานครโตเกียว แต่บรรยากาศของศาลเจ้า เสมือนการก้าวเข้าสู่โลกอีกใบ เพราะรายล้อมด้วยป่าเขียวชอุ่มครึ้มหลากหลายไปด้วยพืชพันธุ์กว่า 300 ชนิด ภายในอาณาเขตราว 7 แสนตารางเมตร
ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างเพื่ออุทิศแด่ “จักรพรรดิเมจิ” (Meiji Emperor) รวมถึง “จักรพรรดินีโชเก็ง” (Empress Shoken) ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่ก้าวสู่ยุคสมัยใหม่ในศตวรรษที่ 19
จักรพรรดิเมจิ ทรงเป็นจักรพรรดิของญี่ปุ่นองค์ที่ 122 ครองราชย์ในช่วงปี ค.ศ.1868-1912 ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศพัฒนาแบบก้าวกระโดด เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม ยกเลิกชนชั้นซามูไร การวางรากฐานด้านการศึกษา กล่าวได้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้นำญี่ปุ่นสู่ยุคสมัยใหม่อย่างแท้จริง
ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ชาวญี่ปุ่นโศกเศร้าเป็นอย่างมาก จึงต้องการสร้างศาลเจ้าเพื่อสักการะ รัฐสภาได้อนุมัติการก่อสร้าง โดยเริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1915 จนแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1920
ว่ากันว่ามีชาวญี่ปุ่นจากทั่วประเทศร่วมกันบริจาคต้นไม้นับแสนต้น เพื่อให้นำมาปลูก และขอมีส่วนร่วมในการสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ จนปัจจุบันต้นไม้เติบโตงอกงามแทบไม่ต่างจากป่าขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ซึ่งการเดินเข้าไปในศาลเจ้าที่ร่มรื่นด้วยป่าโอบล้อมไว้ อาจทำให้แทบลืมไปเลยว่าอยู่ในใจกลางมหานครที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ถังสาเกระหว่างทาง
นอกจากเสาไม้โทริอิขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นเขตศาลเจ้าชินโต รวมทั้งผืนป่าร่มรื่นสองข้างทาง หนึ่งในจุดสังเกตและเป็นจุดแวะถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว คือ “ถังสาเก กับถังไวน์” ที่อยู่ระหว่างทางเข้าศาลเจ้า
การประดับถังสาเกเหล่านี้ เนื่องมาจากในสมัยจักรพรรดิเมจิ ทรงเป็นผู้ทำให้อุตสาหกรรมไวน์และสาเกของญี่ปุ่น มีการพัฒนารูปแบบสมัยใหม่รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ระหว่างทางเดินไปศาลเจ้า จึงสังเกตเห็นถังสาเกเรียงกันเป็นจำนวนมาก ว่ากันว่าเพื่อถวายแด่เทพเจ้าที่ประดิษฐาน ณ ศาลเจ้าแห่งนี้
ทุกปีศาลเจ้าจะได้รับการบริจาคจากสมาคมผู้ผลิต ที่ต้องการแสดงความเคารพต่อดวงวิญญาณของจักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเก็ง พร้อมทั้งเป็นความเชื่ออธิษฐานให้อุตสาหกรรมการผลิตสาเกและอุตสาหกรรมอื่นๆ มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องและรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น
หลากหลายกิจกรรมในศาลเจ้า
กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยม เช่น แวะมาสักการะ ชมความงามของภูมิทัศน์กับความร่มรื่น เขียนป้ายไม้เพื่อขออธิษฐานในสิ่งที่ตั้งใจไว้ตามความเชื่อ ซื้อเครื่องรางประจำปี
หากใครไปในช่วงที่มีพิธีแต่งงาน ก็นับว่าโชคดีที่จะได้เห็นพิธีแบบชินโตโบราณหาชมได้ยาก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพและชมแบบห่างๆได้โดยไม่ให้รบกวนผู้อยู่ในพิธี
ภายในศาลเจ้า ยังมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ 2 ต้น ที่สื่อแทนความสัมพันธ์อันดีของคู่รัก เรียกว่า “ต้นสามี-ภรรยา” ทำให้บางคนก็แวะมาขอพรเรื่องความรัก
การชมพิพิธภัณฑ์ หรือการชมทุ่งดอกไอริสแบบญี่ปุ่น (ฤดูร้อน) โรงน้ำชาแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม รวมทั้งบ่อน้ำคิโยมาซะซึ่งตั้งชื่อตามขุนนางที่เป็นผู้ขุดบ่อเมื่อ 400 ปีที่แล้ว
ส่วนในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ในคืนวันสิ้นปี 31 ธันวาคม จะมีการตีระฆัง ซึ่งชาวญี่ปุ่นนิยมมาขอพร และสวดมนต์แรกของปี เรื่อยไปจนถึงวันขึ้นปีใหม่ ด้วยความเชื่อว่าจะได้พบกับความโชคดีไปตลอดทั้งปี
ข้อมูลทั่วไป
ศาลเจ้าเมจิ ไม่มีค่าเข้าชม ยกเว้นการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ (1,000 เยน) และการชมสวนดอกไอริส (มีในช่วงฤดูร้อนราวเดือนมิถุนายน) มีค่าธรรมเนียม 500 เยน
เวลาเปิดปิดของศาลเจ้ายืดหยุ่นไปตามฤดูกาล โดยเปิดทุกวันตั้งแต่ 6 โมงเช้า ไปจนถึงช่วงพระอาทิตย์ตก ดังนั้นหากเดินทางไปในช่วงฤดูหนาว ศาลเจ้าจะปิดเร็วกว่าปกติ
การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Chiyoda Line หรือ Fukutoshin Line สถานี Meiji-Jingumae (Harajuku) Station หรือ รถไฟ JR สถานี Harajuku Station
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO