“ศุภจี” เผยโมเดลค้าข้าว ไทย-สิงคโปร์ 1 แสนตัน เตรียมขยายสู่สินค้าเกษตรอื่น
(วันนี้ 10 พ.ย. 68) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความสำเร็จในการเจรจาขายข้าวกับสิงคโปร์ว่า การลงนามในสัญญาซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยและสิงคโปร์ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ดำเนินการในลักษณะรัฐต่อรัฐ (G-to-G) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ การค้าข้าวระหว่างไทยและสิงคโปร์เป็นการซื้อขายโดยภาคเอกชนเป็นหลัก
นางศุภจีกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารระหว่างประเทศ และมีความสำคัญในสองมิติหลัก ได้แก่
- การร่วมมือในการซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ
- การสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับภูมิภาคและระดับโลก
“สิงคโปร์เป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะในยุคที่โลกเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างๆ เช่น ภูมิอากาศ ภูมิรัฐศาสตร์ และโรคระบาด ทำให้หลายประเทศให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางอาหาร” นางศุภจีกล่าว
ข้อตกลงในครั้งนี้เริ่มต้นจากการขายข้าวจำนวน 100,000 ตันภายในระยะเวลา 5 ปี และมีแผนที่จะขยายโมเดลนี้ไปสู่สินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น เนื้อหมู ไก่ และสินค้าการเกษตรสดในอนาคต
รัฐมนตรีพาณิชย์กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยได้หารือกับหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ตะวันออกกลาง รวมถึงยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งหลายประเทศสนใจโมเดล “Food Security” ของไทย โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาหารเป็นจำนวนมาก
“โมเดลนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่สามารถขยายไปยังประเทศอื่นๆ และสินค้าเกษตรอื่นๆ ในอนาคต เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านอาหารในระดับภูมิภาคและระดับโลก” นางศุภจีกล่าว
นอกจากนี้ นางศุภจียังกล่าวถึงนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในช่วง 4 เดือนของรัฐบาล ว่าจะผลักดันโครงการกว่า 20 โครงการ ครอบคลุม 7 นโยบาย Quick Big Win อาทิ โครงการ “สุขกายสบายกระเป๋า” ความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาราคายุติธรรม
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลาง โดยเตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและชาวนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อหามาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป