โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568

สวพ.FM91

อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 22.34 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 22.34 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก 6 ล้อ หนุ่มวัย 24 ปีเสียชีวิต

06.00 น. รับแจ้งจาก อาสาสมัครกู้ภัยสว่างคุณธรรม จุดอำเภอจัตุรัส มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถบรรทุก 6 ล้อ และมีผู้เสียชีวิตเสียชีวิต บนทางหลวงหมายเลข 2179 ถนนเส้นทางจัตุรัส - บำเหน็จณรงค์ ในพื้นที่ บ้านวังเสมา ตำบลกุดน้ำใส อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ป้ายทะเบียน ชัยภูมิ ลักษณะชนกับ รถบรรทุก อีซูซุ สีขาว ชัยภูมิ ตรวจสอบพบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 24 ปี เป็นราษฎรชาวอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จัตุรัส

>> ผู้ว่าฯ นนทบุรี ติดตามสถานการณ์น้ำ พื้นที่เสี่ยง 5 จุด มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไข

08.30 น. นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในเขตอำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอบางกรวย และอำเภอปากเกร็ด เนื่องจากมีการระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ประกอบกับภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามสถานการณ์ เพื่อประเมินระดับน้ำและเพิ่มมาตรการป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่เสี่ยงสำคัญทั้ง 5 จุด ได้แก่ บริเวณท่าน้ำนนทบุรี, จุดกลับรถใต้สะพานพระนั่งเกล้าหน้าแขวงทางหลวงนนทบุรี, ถนนคู่ขนานนครอินทร์และจุดกลับรถคลองบางกอกน้อยฝั่งบางขนุน, บริเวณท่าน้ำวัดกู้, และ จุดกลับรถใต้สะพานพระราม 4 ใกล้ทางเข้าวัดบางจาก

ทั้งนี้ ที่บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานพระนั่งเกล้า พบสิ่งกีดขวาง ได้แก่ ขยะ และผักตบชวา จำนวนมากสะสมอยู่ริมตลิ่ง ซึ่งทำให้ขัดขวางการระบายน้ำได้ โดยได้รับความร่วมมือจาก เรือนจำจังหวัดนนทบุรี และ เรือนจำบางขวาง ได้จัดกำลังผู้ต้องขังเข้าช่วยเก็บขยะและผักตบชวา เพื่อเปิดทางระบายน้ำให้ไหลสะดวกมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นในพื้นที่

ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขจุดเสี่ยง เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลและเครื่องสูบน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำขึ้นในระยะนี้ และป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

>> เพลิงไหม้แคมป์คนงาน ซอยศรีนครินทร์ 55 พื้นที่เขตประเวศ

08.38 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยศรีนครินทร์ 55 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักไม้ชั้นเดียว หลังคาสังกะสี ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในเพิงพัก เพลิงลุกไหม้เสียหายจำนวน 24 ห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 100 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่พัดลมตั้งพื้น ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง มีอาการสำลักควันเล็กน้อย อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยเฉลิมพระเกียรติ

>> ทหารไทยเหยียบกับระเบิด บาดเจ็บ 2 นาย ที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ

09.30 น. กองทัพบกได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี เกิดเหตุกำลังพลเหยียบกับระเบิดบริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง เป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ จ.ส.อ. เทิดศักดิ์ อาการข้อเท้าขวาขาด และ พลทหาร วชิระ อาการแน่นหน้าอกจากแรงอัด

ปัจจุบันได้ดำเนินการส่งตัวด้วยอากาศยานเข้าทำการรักษา ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ เรียบร้อยแล้ว หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

>> แม่สุดช้ำ ลูกสาววัย 11 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นเมียนมา รุมทำร้าย ซ้ำถูกคุกคามหลังแจ้งเรื่อง วอนรัฐเร่งคุ้มครองความปลอดภัย

12.45 น. แม่เด็กหญิงวัย 11 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ เข้าร้องขอความช่วยเหลือผ่านมูลนิธิเป็นหนึ่ง หลังลูกสาวถูกกลุ่มวัยรุ่นเมียนมาร์อายุ 15-16 ปี รุมทำร้ายบริเวณท้ายซอยพัฒนาการ 20 จนได้รับบาดเจ็บ และยังถูกข่มขู่ว่าหากเล่าเรื่องให้แม่ฟังจะทำร้ายหนักกว่าเดิม สร้างความหวาดผวาให้แม่ลูกอย่างหนัก โดยแม่เปิดเผยว่าหลังพยายามพูดคุยกับผู้ปกครองคู่กรณี กลับถูกปฏิเสธและไม่มีการแสดงความรับผิดชอบ อีกทั้งยังถูกคุกคามถึงหน้าห้องพัก ทำให้ครอบครัวไม่กล้าออกจากบ้าน และต้องอยู่ในสภาพหวาดกลัวตลอดเวลา

ด้านมูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อมเจ้าหน้าที่ พม. กระทรวงยุติธรรม และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่ประสานข้อมูลกับ สน.คลองตัน เพื่อหาทางคุ้มครองครอบครัวผู้เสียหายและตรวจสอบสถานะการพำนักของกลุ่มวัยรุ่นและครอบครัวที่เกี่ยวข้อง โดยเบื้องต้น ตม.เตรียมตรวจสอบวีซ่าและเอกสารการอยู่ในราชอาณาจักร หากพบว่าผิดกฎหมายจะดำเนินการตามขั้นตอนทันที ขณะที่มูลนิธิย้ำ เหตุการณ์เด็กไทยถูกทำร้ายซ้ำซากเช่นนี้เป็นเรื่องไม่อาจยอมรับได้ และเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีและคุ้มครองความปลอดภัยของเด็กอย่างเร่งด่วน

>> รมว.อุตสาหกรรม บุกทลายโรงงานซุกกากพิษ 10 ตัน ใน จ.กาญจนบุรี

12.55 น. นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการชุดปฏิบัติการ “เต็มเหนี่ยว” กระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโรงงานประกอบกิจการคัดแยกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.สระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี

จากการตรวจสอบพบว่าโรงงานดังกล่าว มีการติดตั้งเครื่องจักรร่วม 73 แรงม้า และมีการครอบครองวัตถุอันตราย คือแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด ทั้งสภาพสมบูรณ์และแยกส่วนแล้ว ปริมาณกว่า 10 ตัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับชุมชนบริเวณใกล้เคียงได้ และไม่ได้มีการขออนุญาตประกอบกิจการคัดแยกชิ้นส่วนอย่างถูกต้อง จึงได้แจ้งความผิดข้อหาตั้งและประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดข้อหาครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่ง สอจ.กาญจนบุรี ได้สั่งให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนทันที พร้อมดำเนินการตามกฎหมายในทุกข้อหาความผิดอย่างเด็ดขาด

>> นายกฯ สั่ง “หยุดทุกข้อตกลงกับกัมพูชา” หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาด – ระงับส่งตัวเชลยศึก 18 คน

13.22 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวหลังรับรายงานเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ จนมีทหารบาดเจ็บ 2 นาย หนึ่งในนั้นถึงขั้นขาขาด โดยนายกฯ ระบุว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าความเป็นปฏิปักษ์ต่อไทยจากฝั่งกัมพูชา “ไม่ได้ลดลง” จึงมีคำสั่งชัดเจนให้ หยุดทุกกระบวนการ ทุกข้อตกลง และการดำเนินงานที่เคยมีร่วมกัน จนกว่าจะมีความชัดเจน พร้อมสั่งการให้กระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการตามทิศทางเดียวกันเท่านั้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯ จะลงพื้นที่ศรีสะเกษในวันที่ 11 พ.ย. หรือไม่ นายอนุทินตอบทันทีว่า “ต้องไปสิ ทหารของเราถึงขั้นขาขาด” พร้อมย้ำว่าการส่งตัวเชลยศึกชาวกัมพูชา 18 คนตามกระบวนการที่หารือกันก่อนหน้า “หยุดเลย” จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยรายละเอียดเพิ่มเติมให้เป็นหน้าที่ของ รมว.กลาโหม และกองทัพแถลงชี้แจงต่อไป

>> รถจักรยานยนต์เสียหลักตกข้างทาง หญิงวัย 50 ปีเสียชีวิต

13.40 น. หน่วยกู้ภัยร่วมใจกาฬสินธุ์สงเคราะห์ จุดอำเภอหนองกุงศรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักตกข้างทาง บริเวณริมถนนบ้านหนองโน – ไชยวาร ในพื้นที่ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว - แดง ยังไม่พบป้าทะเบียน ล้มคว่ำอยู่ในร่องน้ำข้างทาง และใกล้กันพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 50 ปี เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากการเสียหลักหลุดโค้งหรือถนนลื่น ทำให้รถตกลงข้างทาง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองกุงศรี

>> นายกฯ ประกาศสงครามสแกมเมอร์ ระดับ “วาระแห่งชาติ” ลั่น ไทยจะไม่เป็นแหล่งฟอกเงินอีกต่อไป

15.00 น. ณ ท่าอากาศยานแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ภายหลังหารือเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้สังเกตการณ์การส่งกลับบุคคลต่างชาติ (สัญชาติอินเดีย) จำนวน 197 ราย โดยสารเครื่องบินของกองทัพอากาศอินเดีย ก่อนรับฟังรายงานสถานการณ์การบริหารจัดการบุคคลชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ กล่าวว่า “สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ ไม่ใช่ปัญหาของไทยประเทศเดียว แต่เป็นภัยระดับโลก ทั้งอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และการหลอกลวงออนไลน์ หรือ ‘สแกมเมอร์’ ที่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั่วโลก รัฐบาลไทยจะไม่ยอมให้ประเทศของเราเป็นฐานหรือทางผ่านของอาชญากรอีกต่อไป”

รัฐบาลได้ดำเนินการเชิงรุกหลายด้าน อาทิ การจัดตั้ง “บอร์ดปราบสแกมเมอร์แห่งชาติ” เพื่อประสานความร่วมมือกับนานาประเทศในลักษณะ “Global Team” การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และล่าสุด มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง 15 หน่วยงานของไทย เพื่อร่วมกัน “ประกาศสงครามกับสแกมเมอร์” และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนในระดับ “วาระแห่งชาติ”

นายกฯ สั่ง ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด บูรณาการข้อมูลข่าวกรองและการสืบสวนให้เป็นเอกภาพ พร้อมยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทันที เพื่อ “ตัดเส้นทางการเงิน” ไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงินอีกต่อไป

>> เพลิงไหม้บนอาคารพาณิชย์ ย่านบางบอน 1 ซอย 25 รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนจะลุกลาม

15.05 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยบางบอน 1 ซอย 25 ถนนบางบอน 1 แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 4 ภายในห้องพัก เพลิงลุกไหม้เสียหายโต๊ะ ลุกลามเก้าอี้และฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่แบตเตอรี่สำรองไฟ (เพาเวอร์แบงค์) ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุ 44 มีอาการสำลักควัน อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลสหวิทยาการมะลิ พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางบอน

>> ตำรวจบุกจับ ชายวัย 59 ปี ผู้ต้องหาคดี ม.112 ขณะเดินออกกำลังกาย กลางสวนสราญรมย์

16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (กก.สส.บก.น.2) ร่วมกันจับกุมตัว ชายไทย อายุ 59 ปี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 ในข้อหา หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โดยจับกุมได้ภายในสวนสราญรมย์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ มาพักอาศัยอยู่แถววัดเงินบางพรหม (วัดรัชฎาธิษฐานราชวรวิหาร) ย่านตลิ่งชัน จึงได้ออกทำการสืบสวนหาข่าว จนกระทั่งทราบว่า วันนี้นายธีรพงศ์ จะมาออกกำลังกายที่ สวนสราญรมย์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและซุ่มสังเกตการณ์ บริเวณโดยรอบ จนกระทั่งเวลาดังกล่าว พบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับ ผู้ต้องหา เดินออกกำลังกายผ่านมาถึงที่เกิดเหตุ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอทำการตรวจสอบและถามชื่อ-นามสกุล ได้รับแจ้งว่าบุคคลดังกล่าว ซึ่งตรงตามหมายจับข้างต้น

จึงได้แสดงหมายจับให้ ผู้ต้องหา ดูและอ่านให้ฟังตรวจสอบแล้วยอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ระบุในหมายจับ และยังไม่เคยถูกจับหรือเข้ามอบตัวตามหมายจับนี้มาก่อนแต่อย่างใด จึงได้ทำการจับกุมตัวแจ้งข้อหาและสิทธิ์ตามกฎหมายให้ทราบ ส่วนรายละเอียดของคดี ผู้ถูกจับไม่ขอการโดยจะขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.2 นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

>> เทศกิจ, ไลฟ์การ์ด และชาวบ้าน ไล่จับกันวุ่น สาวไทยเสี้ยนยาจนหลอน วิ่งให้รถชนกลางถนนจอมเทียน จ.ชลบุรี

16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุหญิงสาวอายุประมาณ 25–30 ปี มีอาการคล้ายคนหลอนยา ควบคุมสติไม่ได้ วิ่งพล่านกลางถนนจอมเทียน ด้านหน้าซอย 5 เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พยายามจะให้รถที่สัญจรผ่านมาชนตัวเอง และพยายามกระโดดขึ้นรถชาวบ้าน จนคนขับและนักท่องเที่ยวแตกตื่น ต้องหยุดรถหลบวุ่นวาย

เจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองพัทยา พร้อม เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดประจำชายหาดจอมเทียน และชาวบ้านละแวกใกล้เคียง ต้องช่วยกันเข้าควบคุมสถานการณ์ ใช้เวลาหลายนาทีจึงสามารถเข้าประคองตัวหญิงสาวไว้ได้ ก่อนรีบนำตัวส่ง สภ.เมืองพัทยา สาขาย่อยโค้งดงตาล

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพัก หญิงสาวยังอยู่ในอาการพูดจาพร่ำเพ้อ สับสน บางช่วงร้องไห้บอก “อยากตาย อยากเจอพ่อแม่” ผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถามว่าเสพยามาหรือไม่ หญิงสาวยอมรับเสียงสั่นว่า “เสพมา เสี้ยนยา ควบคุมตัวเองไม่ได้”

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านแจ้งเห็นหญิงสาวมากับชายไทยคนหนึ่ง เดินเข้าไปในซอยจอมเทียน 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยมีรายงานว่าเป็นแหล่งซื้อขายยาเสพติดเก่า จากนั้นหญิงสาวก็วิ่งออกมาจากซอยในสภาพเหมือนคนสติหลุด ก่อนจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวหญิงรายนี้ส่ง สภ.เมืองพัทยาสาขาโค้งดงตาล แต่เนื่องจากไม่มีห้องควบคุม จึงต้องเคลื่อนย้ายต่อไปยัง สภ.เมืองพัทยา ซอย 9 ถนนเลียบชายหาดพัทยา เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

>> ไฟไหม้เพิงพักคนงานเสียหายวอด ย่านประชาชื่นซอย 44 และลุกลามทาวเฮ้าส์ข้างเคียง

16.43 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยประชาชื่น 44 ถนนประชาชื่น แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักไม้ชั้นเดียวหลังคาสังกะสี ใช้เป็นที่พักอาศัยคนงาน ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ภายในเพิงพัก เพลิงลุกไหม้เพิงพักเสียหายทั้งหมดจำนวน 4 ห้อง และลุกลามทาวส์เฮ้าส์ข้างเคียง 5 หลังได้รับความเสียหายชั้นบนทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 170 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายเพิงพักต้นเพลิงทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางซ่อน

>> นายกฯ ตีกลับ ไม่อนุญาตแรงงานกัมพูชาที่ใบอนุญาตหมดอายุอยู่ในประเทศไทย เหตุต้องตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน

20.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งชะลอการลงนามในร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการอนุญาตให้คนต่างด้าว สัญชาติกัมพูชาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ซึ่งเสนอในสมัยรัฐบาลก่อนที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด จากการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีแรงงานสัญชาติกัมพูชาเกือบ 1 แสนคน ที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดลงตั้งแต่เดือน ก.พ. 68 และไม่สามารถยืนยันตัวตนหรือที่อยู่ได้อย่างชัดเจน หากอนุญาตให้อยู่ต่อโดยไม่ผ่านการตรวจสอบ อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง รวมถึงปัญหาการลักลอบเข้าเมืองหรืออาชญากรรมข้ามชาติ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวให้เป็นไปตามกฎหมาย โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมกำชับให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงแรงงานร่วมกันทบทวนรายละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างถูกต้อง โดยหลังจากนี้จะมีทบทวนมติ ครม. ใหม่เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบคอบอีกครั้ง

>> หนุ่มเมาคลั่ง ขึ้นไปโหนสะพานลอย ตำรวจเมืองพัทยาพุ่งเข้าช่วยหวุดหวิด เผย ทำไปประชดเมีย จ.ชลบุรี

20.39 น. ร.ต.อ.เชาวลิต สุวรรณมณี รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุชายมีอาการคลุ้มคลั่งพยายามกระโดดสะพานลอย ใกล้เคียงโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังสายตรวจรุดตรวจสอบทันที

ที่เกิดเหตุพบชายไทย นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี เกาะราวเหล็กสะพานลอยสูงราว 6–8 เมตร ห้อยตัวอยู่ด้านนอกในท่าทางหวาดเสียว เจ้าหน้าที่รีบขึ้นไปเกลี้ยกล่อมและพยายามดึงตัวกลับขึ้นมา แต่ผู้ก่อเหตุขัดขืนไม่ยอม ก่อนที่ตำรวจจะอาศัยจังหวะเผลอคว้าตัวไว้ได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนด้วยความตกใจ ห้ามปราม ของประชาชนที่ผ่านไปมา

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ประกอบกับชายคนดังกล่าวอยู่ในอาการมึนเมา จึงบันดาลโทสะเดินขึ้นไปบนสะพานลอย หวังประชดด้วยการกระโดดลงมา โชคดีที่ตำรวจและพลเมืองดีช่วยกันเข้าช่วยได้ทันเวลา

หลังเหตุการณ์สงบ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเอ ส่ง โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ก่อนนำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.เมืองพัทยา พร้อมว่ากล่าวตักเตือน ไม่ให้ก่อเหตุในลักษณะนี้อีก ก่อนปล่อยตัวกลับบ้าน

>> หนุ่มเมายา โมโหยาย ไม่ยอมคุยด้วย คว้าเหล็กฟาดหัวเลือดอาบ จ.ชลบุรี

22.39 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุหญิงชราถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ หน้าอาคารพาณิชย์ร้าง ย่านถนนสายสามพัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานกำลังเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ นางหนู คุณยายวัย 69 ปี นั่งอยู่ในสภาพศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง มีเลือดไหลอาบหน้าแบะเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองพัทยาเพื่อให้แพทย์ทำการรักษา

ใกล้กันพบผู้ก่อเหตุ เป็นชายไทย อายุ 30 ปี นั่งอยู่ในอาการมึนเมา จากการสอบถาม และ ตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าตัวยอมรับว่าเพิ่งเสพยาเสพติดมาเมื่อวันก่อน และเกิดความไม่พอใจ ที่ยายคนเจ็บไม่ยอมพูดคุยด้วย จึงใช้เหล็กตะขอเกี่ยวประตูม้วน ตีเข้าที่ศีรษะ จนได้รับบาดเจ็บ เลือดอาบใบหน้าและเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า

หลังสอบถามในที่เกิดเหตุ ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองพัทยา พร้อมเตรียมตรวจสารเสพติดในร่างกายอย่างละเอียด เบื้องต้นต้องรอให้นางหนู อาการปลอดภัยก่อนดำเนินการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายต่อไป

>> อดีต รปภ.เฒ่า แค้นฝั่งหุ่น ล็อกคอคุณป้า ชักมีดปาดคอ - จ้วงแทงเสียชีวิตหน้าบ้าน ตร.ไล่จับ เผยปมทะเลาะกัน จนโดนไล่ออกจากงาน

23.00 น. ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้รับแจ้งเหตุหญิงถูกแทงด้วยอาวุธมีดเสียชีวิต ภายในซอยรามคำแหง 18 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตำรวจสายตรวจ และประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น บริเวณประตูหน้าบ้าน พบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นหญิงไทย อายุ 63 ปี สภาพศพ ถูกมีดปาดคอ และแผลถูกแทงตามร่างกาย นอนจมของเลือดอยู่ แต่งกายใส่กางเกงยาว เสื้อโปโล สีดำ ใกล้กันมีถุงขยะสีดำ 2 ใบวางอยู่ เจ้าหน้าที่ได้กั้นที่เกิดเหตุไว้ไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไป

ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพขนาดที่ ผู้เสียชีวิตกำลังจะปิดประตูบ้าน เพื่อจะนำถุงขยะสีดำไปทิ้งจากนั้นคนร้าย 1 คน เป็นผู้ชาย ร่างผอมสูง แต่งกายสวมเสื้อโปโลแขนยาว กางเกงขายาวสีดำ สวมหมวกแก๊ปสีดำ สะพายกระเป๋าสีขาว วิ่งจากตึกฝั่งตรงข้าม เข้ามาล็อกตัวแล้วใช้อาวุธมีดปาดคอและแทง จากนั้นได้เดินหลบหนีไป

ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ได้ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องเหตุ เป็นชายไทย อายุ 71 ปี ไว้ได้พร้อมของกลางเป็น อาวุธมีดปลายแหลม ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ในซอยรามคําแหง 68 จึงได้นำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมและส่งพนักงานสอบสวน ดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นมีรายงานว่า ผู้เสียชีวิต เคยมีปากเสียง กับผู้ก่อเหตุ ที่มีอาชีพเป็น รปภ.ของแมนชั่นแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านของผู้เสียชีวิต ก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุเคยมีพฤติกรรมคุกคามผู้เสียชีวิต และทางผู้เสียชีวิตได้แจ้งลงประจำวันที่ สน.หัวหมาก และทำให้ผู้ก่อเหตุถูกไล่ออกจากงาน

ผ่านมาประมาณ 1 เดือน จนถึงวันนี้ ผู้ก่อเหตุได้พบกับผู้เสียชีวิตและได้ใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียชีวิตบริเวณลำคอจนผู้เสียชีวิตล้มลงจากนั้นได้หลบหนี ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมได้ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดี

>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

00.31 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.0 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน

>> แผ่นดินไหว แถวหมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย

03.16 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.7 ความลึก 10 กม. บริเวณพื้นที่ หมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 695 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...