โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KBANK ประเมิน “บาทไทย” สัปดาห์หน้า จับตา 32.10-32.80 ท่ามกลาง 3 ปัจจัยผันผวนใหญ่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 พ.ย. 2568 เวลา 15.38 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 08.38 น.

KBANK ประเมิน "บาทไทย" คาดอยู่ในกรอบ 32.10-32.80 บาทต่อดอลลาร์ชี้ 3 ตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตาคือ Fund Flow, ราคาทองคำ, และปัญหาการเมืองสหรัฐฯ

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) วิเคราะห์สถานการณ์ค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (10-14 พ.ย.) โดยคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 32.10-32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่เงินบาทปิดตลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา (7 พ.ย.) ที่ 32.32 บาทต่อดอลลาร์ การคาดการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความผันผวนของค่าเงินที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดจาก 3 ตัวแปรหลัก ได้แก่ ทิศทางกระแสเงินทุน (Fund Flow) ต่างชาติ, สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก, และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากการเมืองสหรัฐฯ

ส่องที่มาความผันผวน: ดอลลาร์แข็ง-บาทกลับลำ

ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามสกุลเงินในภูมิภาค โดยได้รับแรงกดดันจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจน สอดคล้องกับผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่เพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยสำคัญมาจากตลาดที่ปรับลดโอกาสการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในเดือนธันวาคมลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ของสหรัฐฯ เดือนตุลาคมที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด

อย่างไรก็ตาม ทิศทางดังกล่าวกลับชะลอลงในช่วงกลางถึงปลายสัปดาห์ เนื่องจาก Bond Yield สหรัฐฯ ปรับตัวลงท่ามกลางความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับภาวะชัตดาวน์ที่ยืดเยื้อ

นอกจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอนจากประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเรียกเก็บภาษีศุลกากรระหว่างประเทศ

แรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทย หนุนเงินบาทพลิกแข็งค่า

ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตลาดโลก เงินบาทกลับมาพลิกแข็งค่าได้อีกครั้ง โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการเข้าซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ และการที่ราคาทองคำในตลาดโลกสามารถกลับมายืนเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อีกครั้ง

รายงานสถานะการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 3-7 พ.ย. 68 ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีการขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยไป 1,265 ล้านบาท แต่กลับมี Net Inflows ไหลเข้าสู่ตลาดพันธบัตรไทยสูงถึง 8,227 ล้านบาท ซึ่งตอกย้ำถึงความน่าสนใจของสินทรัพย์ไทยในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ

ประเด็นร้อนที่ต้องจับตาในสัปดาห์หน้า

KBANK ได้เน้นย้ำถึงปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อประเมินทิศทางของค่าเงินบาทและตลาดการเงิน โดยมีประเด็นหลักดังนี้

  • กระแสเงินทุน (Fund Flow): ทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายของต่างชาติ และความเคลื่อนไหวของค่าเงินในกลุ่มเอเชีย
  • ราคาทองคำ: การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกที่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ
  • สถานการณ์สหรัฐฯ: ติดตามความคืบหน้าของภาวะชัตดาวน์และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ย
  • เศรษฐกิจโลก: ตัวเลข GDP ไตรมาส 3/2568 ของยูโรโซน และเครื่องชี้เศรษฐกิจสำคัญของจีนเดือนตุลาคม (ยอดปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวน, การผลิตภาคอุตสาหกรรม, และยอดค้าปลีก)

การวิเคราะห์ของ KBANK แสดงให้เห็นว่า แม้ปัจจัยภายนอกจะสร้างแรงกดดัน แต่เงินทุนต่างชาติยังคงให้ความเชื่อมั่นในตลาดพันธบัตรไทย ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของค่าเงินบาทในระยะสั้น นักลงทุนจึงต้องติดตามปัจจัยหลักทั้ง 3 ตัวแปรอย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดการเงินในสัปดาห์หน้า

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...