โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MUJI ยกระดับไทยสู่ Top 3 ตลาดสำคัญในเอเชีย กางแผน 5 ปี ขยายเพิ่ม 20 สาขา

Positioningmag

อัพเดต 25 ธ.ค. 2568 เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2568 เวลา 08.43 น. • ratirita

MUJI (มูจิ) แบรนด์ไลฟ์สไตล์สัญชาติญี่ปุ่น ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในประเทศไทย เปิดตัว “MUJI Central World Flagship Store” สาขาที่ 40 บนพื้นที่กว่า 3,700 ตารางเมตร ตอกย้ำการเป็นตลาดเบอร์ 1 ในอาเซียน และเป็นตลาดที่มีความสำคัญสูงสุดลำดับต้นๆ ของโลก เคียงคู่กับจีน ไต้หวัน และเกาหลี

ซาโตชิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้แทน บริษัท เรียวฮิน เคอิคะคุ จำกัด เปิดเผยว่า
"ประเทศไทยมีความพร้อมในหลายด้าน ทั้งวัฒนธรรมและศักยภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้ไทยกลายเป็นหัวใจสำคัญในการเติบโตของ MUJI ในระดับสากล ปัจจุบันไทยมีจำนวนสาขาถึง 40 แห่ง (รวมในต่างจังหวัด 10 แห่ง) มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียน และเป็นอันดับ 4 ในเอเชีย รองจากญี่ปุ่น จีน และไต้หวัน โดยเป้าหมายในอนาคตคือการทำให้ไทยเป็นโมเดลความสำเร็จ ก่อนจะต่อยอดไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค"


เปิดแผน 5 ปี อัด 20 สาขาใหม่

MUJI ตั้งเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 10% ต่อปี โดยมีแผนระยะกลาง 5 ปี (พ.ศ. 2569 - 2573) ในการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 20 แห่ง เน้นพื้นที่ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ขนาด 1,200-1,500 ตารางเมตร เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอในการจัดวางสินค้าให้ครบทุกหมวดหมู่


เตรียมบุกตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น เพื่อขยายการรับรู้แบรนด์ จากเดิมที่คนไทยรู้จักมูจิเพียงกลุ่มเครื่องเขียน ให้เข้าถึงกลุ่มแฟชั่น ของใช้ในบ้าน และอาหารมากขึ้น
ปัจจุบันไทยนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นมาแล้ว 71% และตั้งเป้าจะเพิ่มเป็น 80% ภายในปีหน้า โดยไฮไลต์คือกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม (Health & Beauty) อาทิ น้ำหอม แชมพู และสกินแคร์กลุ่มลดริ้วรอย ที่เตรียมเปิดตัวในเดือนเมษายน 2569

Flagship Store ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

สำหรับการเปิดแฟลกชิปสโตร์ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ถือเป็นก้าวสำคัญด้วยพื้นที่ขายกว่า 3,200 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าแฟลกชิปสโตร์ในจีนหลายแห่ง โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ผ่านการบริการและการจัดวางสินค้าแบบใหม่


โดยที่มีพื้นที่สร้างสรรค์ และนิทรรศการครั้งแรกในไทย ตามแบบฉบับ MUJI Ginza พร้อมกับมีการพัฒนาสินค้าเฉพาะในประเทศไทย (Local Development) โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและของใช้ที่ตรงกับวิถีชีวิตคนไทย เพื่อสร้างความแตกต่างและโดดเด่นจากคู่แข่งในตลาด
สัดส่วนยอดขายปัจจุบัน แบ่งเป็น เครื่องแต่งกาย 49% ของใช้ในบ้าน 47% และอาหาร 4% โดยกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะเติบโตมากที่สุดหลังการเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์สาขานี้ คือ เครื่องแต่งกาย โดยเฉพาะเสื้อผ้าคอตตอน และเสื้อผ้าลินินที่เป็นกลุ่มสินค้าหลักของมูจิ ตามด้วยกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม อาทิ ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและผลิตภัณฑ์เครื่องหอม ขณะที่หมวดขนมและอาหารสำเร็จรูป คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องได้ โดยเฉพาะสินค้าที่พัฒนาและจัดจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย


สำหรับข้อมูลสาขา MUJI ในปัจจุบัน (ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2568)

  • ญี่ปุ่น 683 สาขา

  • จีน 442 สาขา

  • ไต้หวัน 70 สาขา

  • เกาหลีใต้ 42 สาขา

  • ไทย 40 สาขา

  • เวียดนาม 17 สาขา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...