โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับฐานข้อมูล - ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน (ระบบ Data Bureau) เพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกั้นการไหลเข้าออกของเงินทุน

สวพ.FM91

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับฐานข้อมูล - ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน (ระบบ Data Bureau) เพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกั้นการไหลเข้าออกของเงินทุน

(9 มกราคม 2569) ณ ห้องประชุม ชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (คณะอนุกรรมการฯ) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรก สำหรับคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คือ การมีฐานข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงิน ที่ครบถ้วน มีคุณภาพ และเชื่อมโยงกัน เพื่อนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาใน 2 มิติ ทั้งการปราบปราม โดยการสกัดกั้นการไหลเข้าออกของเงินทุนที่เกิดขึ้นจากการก่ออาชญากรรม เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้น และการป้องกัน โดยการวิเคราะห์ลักษณะ และพฤติกรรมของผู้ก่ออาชญากรรม เพื่อนำมากำหนดมาตรการป้องกัน และระงับการทำธุรกรรมก่อนที่จะเกิดความเสียหายขึ้น

“จึงได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง กับการกำกับดูแล การไหลเข้าออกของเงินทุน สำหรับการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน ตลอดจนศึกษาแนวทางการรวบรวม แลกเปลี่ยน และเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อเสนอแนะแนวทางการยกระดับการแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินและการกำกับดูแลการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน” นายกรัฐมนตรีย้ำ

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ได้รับทราบว่า คณะอนุกรรมการฯ รวมถึงคณะทำงานฯ ได้มีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง และวันนี้มาประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานระบบ Data Bureau ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลการเงิน ของประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบเส้นทางการเงินและสกัดกั้นเงินสีเทา โดยใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งจากระบบธนาคาร ตลาดทองคำ และสินทรัพย์ดิจิทัลแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นการอุดช่องโหว่ การทำงานแบบแยกส่วน ต่างคนต่างทำ ทั้งนี้ การทำงานร่วมกันของเราจะมีความสำคัญมาก ในการสร้างกลไก Data Bureau ที่เป็นประโยชน์ และสามารถนำไปใช้ในการป้องกันการฟอกเงินได้อย่างทันท่วงที

ภายหลังการประชุม นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณคณะอนุกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวของที่ได้ร่วมกันพิจารณา และแสดงความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาว่าระบบ Data Bureau จำเป็นต้องมี 2 องค์ประกอบสำคัญ คือ

1. มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนและมีคุณภาพ ทั้งข้อมูลด้านตัวตน (Profile) พฤติกรรม (Behavior) และกระแสธุรกรรมขาเข้าขาออก (Innow/OutRow)

2. มีระบบการเชื่อมโยงข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำการยกระดับระบบ Central Fraud Registry (CFR) และเพื่อทำการเชื่อมโยงข้อมูลเส้นทางธุรกรรมทางการเงินอย่างครบถ้วน

สำหรับการดำเนินงานในระยะที่ 1 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันดำเนินการยกระดับการจัดเก็บฐานข้อมูลของธุรกรรมต่าง ๆ ให้ครบถ้วนมากขึ้น และมีการเชื่อมโยงข้อมูลที่มีเข้าสู่ Data Hub อย่าง CFR แล้ว ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการติดตามเส้นทางการดำเนินธุรกรรมทางการเงินได้บ้างแล้ว อย่างไรก็ดี ตัวกลางทางการเงินบางประเภท ที่หน่วยงานกำกับยังมีข้อจำกัดในการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลรายธุรกรรม จึงจำเป็นต้องเร่งยกระดับ ฐานข้อมูลในระยะที่ 2 ต่อไป

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ดำเนินการ ดังนี้

1. ทองคำจริง (Physical Gold) ให้สำนักงาน ปปง. เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลธุรกรรมทองคำจริง ในฐานะหน่วยงานกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินของผู้ประกอบการร้านค้าทองคำ และขอให้พิจารณายกระดับหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

2. ทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (Online Gold) ให้พิจารณาปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อกำหนดให้การดำเนินการซื้อ-ขายทองคำ โดยไม่มีการส่งทองคำจริง ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

ทั้งนี้ ให้กรมสรรพากร พิจารณากำหนดให้มีการจัดทำบัญชีพิเศษ โดยให้ผู้ให้บริการซื้อขายทองคำ Online นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำดังกล่าวให้แก่กรมสรรพากร และขอให้ทำการศึกษาแนวทางการกำหนดภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจซื้อ-ขายทองคำร่วมกับ ธปท. ต่อไป

3. สินทรัพย์ดิจิทัล ให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณากำหนดใช้หลักการ Travel Rule เพื่อให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ ดิจิทัลทุกรายรวบรวมข้อมูลธุรกรรมชื้อ-ขายระหว่างกระเป๋าของบุคคลที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอนได้

โดยเป้าหมายสุดท้าย ข้อมูลธุรกรรมการเงินเหล่านี้ สามารถจัดเก็บได้อย่างครบถ้วน และมีคุณภาพ จะถูกนำมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน จากนั้นนำไปใช้เพื่อติดตามตรวจสอบพฤติกรรม และเส้นทางการดำเนินธุรกรรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และทันท่วงที รวมทั้งเป็นหลักเกณฑ์การจัดกลุ่ม และกำหนดวงเงินการดำเนินธุรกรรมตามระดับความเสี่ยง (Risk Profiling)

"ขอให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประสานการทำงานทุกระดับ และทำงานอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงไปได้ขอขอบคุณสำหรับความร่วมมือของทุกท่าน" นายกรัฐมนตรีกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...