โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SCG Decor โชว์ Smart Bathroom เจาะกลุ่มพรีเมี่ยม ตอบโจทย์เทรนด์ไฮยีนหลังโควิด

TODAY

อัพเดต 10 ก.ค. 2566 เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2566 เวลา 03.22 น. • workpointTODAY

โควิด-19 เปลี่ยนวิธีคิดของคนในแง่สุขอนามัย โดยเฉพาะลดการสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ส่งผลให้ธุรกิจแนวไฮยีนมีบทบาทมากขึ้น และห้องน้ำก็เป็นพื้นที่อันดับต้นๆ ที่คนคิดจะเปลี่ยนเพื่อเพิ่มสุขภาวะที่ดี เพิ่มประสบการณ์ที่ดีเวลาใช้งาน

และถ้าใครเคยเข้าห้องน้ำตามห้างบางแห่ง หรือห้องน้ำในประเทศญี่ปุ่น ก็คงจะคุ้นเคยกับระบบใช้สุขภัณฑ์ ที่เราสามารถกดปุ่มทำความสะอาดและกดน้ำชักโครกได้ผ่านรีโมท

ล่าสุด SCG Decor หรือ SCGD บริษัทแกนหลักของ เอสซีจี ในการดำเนินธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ (Decor Surfaces & Bathroom) จึงพัฒนาโปรดักต์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนี้

เริ่มจากVizioตัวสุขภัณฑ์เปิดปิดฝาอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องใช้มือจับ มีรีโมทควบคุมการใช้งาน ตั้งแต่การใช้น้ำทำความสะอาดธุระหนักเบา ระดับน้ำ เป็นต้น และยังมีระบบ“ไอออนมิส” (ION MIST+) น้ำประจุบวกที่ผ่านกระบวนการแยกประจุ และพ่นเป็นละอองน้ำภายในโถสุขภัณฑ์ เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย

ก๊อกน้ำ Sensor Faucetใช้เซนเซอร์เปิดปิดน้ำ ลดการสัมผัส

Smart Towel Dryer ราวตากผ้าที่ติดตั้งระบบเป่าผ้าแห้งไวในตัว ลดการสะสมของเชื้อราสาเหตุของกลิ่นอับในห้องน้ำ พร้อมฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี

Smart Mirror TV กระจกที่สามารถแสดงผลข้อมูลสุขภาพประจำวันจากเครื่องตรวจสภาพผิว และเครื่องชั่งน้ำหนักวัดมวลกล้ามเนื้อ-ไขมันได้

เป้าหมายของ SCGD คือนำสินค้ากลุ่ม Smart Bathroom ไปโตในอาเซียน เนื่องจากตลาดสุขภัณฑ์ในประเทศไทยรวมถึง Smart Bathroom มีโอกาสเติบโตอีกมาก เช่นเดียวกับตลาดในอาเซียน คาดว่าจะมีมูลค่า 78,700 ล้านบาทในปี 2569 สูงกว่าตลาดในไทยกว่า 6 เท่าตัว จึงเป็นโอกาสของ SCG Decor คว้าโอกาสในตลาดนี้

ปัจจุบัน SCGD ไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับห้องน้ำอย่างเดียว โดยบริษัท มี 3 แกนหลักคือ ธุรกิจตกแต่งพื้นผิว (Decor Surfaces) กระเบื้องปูพื้น บุผนัง เช่น แบรนด์ COTTO, SOSUCO, CAMPANA, PRIME, PREMIER, MARIWASA, Luxurio, KIA, Impresso เป็นต้น

สองคือธุรกิจสุขภัณฑ์ เช่น แบรนด์ COTTO, SOSUCO สามคือธุรกิจอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการ ขยายตลาดในต่างประเทศแถบอาเซียนผ่านการซื้อและควบรวมกิจการ

สำหรับศักยภาพในการผลิตนั้น ทาง SCGD ได้โชว์ให้เห็นถึงในโรงงาน ว่าตอนนี้ โรงงานผลิตสุขภัณฑ์ที่สระบุรี นำระบบออโตเมชั่นเข้ามาใช้เกือบเต็มรูปแบบแล้ว

นายสิทธิชัย สุขกิจประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยามซานิทารีแวร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำ COTTO เปิดเผยว่า เผยขั้นตอนที่นำระบบออโตเมชั่น แขนกลหุ่นยนต์มาใช้เช่น การขึ้นรูปหม้อน้ำสำหรับโถสุขภัณฑ์ด้วยเครื่องหล่อแรงดันสูง ที่ใช้สายพานและระบบลำเลียงอัตโนมัติ ช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บจากการทำงานในการเคลื่อนย้ายชิ้นงานด้วยแรงงานคน ระบบพ่นสีเคลือบอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์ ทำให้สีที่เรียบเนียนสม่ำเสมอได้มาตรฐานและยังช่วยลดการสัมผัส สูดดมสีของพนักงาน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้นำเทคโนโลยีชั้นสูงอื่น ๆ มาใช้ในห้องปฏิบัติการทดสอบ เช่น เทคโนโลยีการประมวลภาพ หรือ Image Processing เพื่อเพิ่มความละเอียดแม่นยำในการตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพสินค้า

อีกความเคลื่อนไหวสำคัญคือ SCGD ยื่นไฟลิ่ง เสนอขาย IPO แล้วด้วย เสนอขายไม่เกิน 444,100,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 26.8 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...