ข่าวดี!! มังคุดไทย ส่งตลาดญี่ปุ่นแบบใหม่ ไม่ต้องอบไอน้ำ ช่วยลดต้นทุน
The Bangkok Insight
อัพเดต 28 มิ.ย. 2566 เวลา 05.08 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2566 เวลา 05.08 น. • The Bangkok Insightกระทรวงเกษตรฯ เผยความสำเร็จเปิดตลาดมังคุดไทยสู่ตลาดญี่ปุ่นแบบใหม่ ไม่ต้องอบไอน้ำ ช่วยลดต้นทุน ยืดอายุผลมังคุดสดให้ขนส่งทางเรือได้
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการส่งออกมังคุดไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นนั้น ญี่ปุ่นอนุญาตให้นำเข้ามังคุดผลสดจากประเทศไทยแต่จะต้องผ่านกระบวนการอบไอน้ำ (VHT) เพื่อเป็นการกำจัดแมลงวันผลไม้ก่อนการส่งออก
ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร ได้เสนอมาตรการการส่งออกแบบใหม่ โดยไม่ต้องอบไอน้ำ ซึ่งล่าสุดฝ่ายไทยได้เห็นชอบต่อร่างเงื่อนไขแล้ว ปัจจุบัน อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการภายในประเทศของกระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น (Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries: MAFF) ก่อนที่จะมีการประกาศใช้เงื่อนไขใหม่อย่างเป็นทางการ คาดว่าจะสามารถใช้มาตรการใหม่ได้ภายในเดือนสิงหาคม 2566
อย่างไรก็ตาม กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว ได้เจรจาเร่งรัดขั้นตอนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทันกับมังคุดฤดูกาลนี้ (เดิมขั้นตอนจะเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2566)
สำหรับมาตรการการส่งออกมังคุดผลสด จากประเทศไทยไปญี่ปุ่นแบบใหม่ โดยไม่ต้องอบไอน้ำ จะช่วยลดต้นทุนการส่งออกของผู้ประกอบการ ยืดอายุ (Shelf life) ของผลมังคุดสด สามารถขนส่งทางเรือได้อีกช่องทางหนึ่ง นอกเหนือจากการขนส่ง ทางเครื่องบิน
นอกจากนี้ ยังสามารถเอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการให้ส่งออกมังคุดได้มากขึ้น ราคาวางจำหน่าย ณ ร้านค้าปลีกถูกลง และอาจได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้นด้วย
ในปี 2565 ญี่ปุ่นนำเข้ามังคุดผลสดจากประเทศไทย 82.4 ตัน คิดเป็นมูลค่า 13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 อยู่ที่ 33.9% และ 4.8% ตามลำดับ การนำเข้าในช่วงสถานการณ์การระบาด COVID-19 ได้รับผลกระทบในช่วงแรกเนื่องจาก การขนส่งมังคุดใช้วิธีการขนส่งทางเครื่องบินเป็นหลัก จำนวนเที่ยวบินที่ลดลงและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นอุปสรรคต่อ การนำเข้ามังคุดจากประเทศไทย
จากสถิติการนำเข้าพบว่า มีแนวโน้มการบริโภคในประเทศญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัว และคาดว่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย. 2566) พบว่าญี่ปุ่นนำเข้ามังคุดจากไทยแล้ว จำนวน 26,170 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท
ทั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการเยือนประเทศญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนมกราคม 2566 ของ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเดินทางไปติดตามความคืบหน้าการเปิดตลาดกับกระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น พร้อมพบปะผู้ประกอบการเพื่อเดินหน้ากระตุ้นการส่งออก ขยายตลาดผลไม้ไทยในประเทศญี่ปุ่น
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเสริมว่า การส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกยังคงแข็งแกร่งและเติบโตได้ดี
เมื่อดูทิศทางการส่งออกย้อนหลัง 3 ปี เห็นได้ว่า ปี 2563 ไทยส่งออกไปโลกเป็นมูลค่า 1,193,161 ล้านบาท และไทยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2564 และ 2565 เป็น 1,404,652 ล้านบาท และ 1,679,778 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยปีละ 1,425,864 ล้านบาท ซึ่งถือได้ว่ามีอัตราการส่งออกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18.65% ต่อปี
ในการผลักดันการส่งออก ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันขับเคลื่อน ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ คือ 1. ตลาดนำการผลิต 2. เทคโนโลยีเกษตร 4.0 3. 3 S เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคงและเกษตรยั่งยืน 4. เกษตรกรรมยั่งยืน และ 5. บูรณาการทำงานเชิงรุกกับทุกภาคส่วน
อ่านข่าวเพิ่มเติม