โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะลึกภาษีมรดก ทำความเข้าใจก่อนส่งต่อทรัพย์สินให้ทายาท | เงินทองของจริง

Ch7HD News - ข่าวช่อง7

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • TEROASIA
เจาะลึกภาษีมรดก ทำความเข้าใจก่อนส่งต่อทรัพย์สินให้ทายาท | เงินทองของจริง

ภาษีเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรศึกษาและทำความเข้าใจ นอกเหนือจากภาษีที่คุ้นเคยกันดีอย่างภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีโรงเรือน และภาษีเงินได้ ยังมี "ภาษีมรดก" ซึ่งเป็นภาษีสำคัญที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคย บทความนี้จะอธิบายสาระสำคัญเกี่ยวกับภาษีมรดกที่คนไทยควรรู้

ภาษีมรดกคืออะไร ?

ภาษีมรดก คือ ภาษีส่วนบุคคลที่จะถูกเรียกเก็บเมื่อมรดกจากผู้ตายถูกส่งต่อให้แก่บุพการี ทายาท หรือแม้กระทั่งผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือดแต่ได้รับมรดกส่วนนั้น ตามพระราชบัญญัติภาษีมรดก พ.ศ. 2558

โดยภาษีมรดกจะคำนวณจากมูลค่าทรัพย์มรดกในส่วนที่เกินจาก 100 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งอัตราการเสียภาษีมรดกจะแตกต่างกันตามความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของมรดกกับผู้รับมรดก

ประเภททรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดก

ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดก ได้แก่:

1. อสังหาริมทรัพย์ - บ้าน คอนโดมิเนียม อาคาร ที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ

2. หลักทรัพย์ตามกฎหมาย - หุ้น หุ้นกู้ กองทุนรวม หน่วยลงทุน ตราสารหนี้ หรือตราสารอนุพันธ์ต่าง ๆ ที่ออกโดยนิติบุคคลที่จดทะเบียนทั้งในไทยและต่างประเทศ

3. เงินฝาก - เงินฝากหรือเงินที่อยู่ในลักษณะเดียวกัน ที่เจ้าของมรดกมีสิทธิถอนคืนจากสถาบันการเงินในประเทศไทยหรือมีสิทธิเรียกร้องจากบุคคลใดที่รับเงินนั้นไว้ เช่น เงินฝากสหกรณ์หรือเงินฝากในบัญชีธนาคาร

4. ยานพาหนะ - ที่มีหลักฐานการจดทะเบียน เช่น รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ เรือ รวมถึงยานพาหนะอื่น ๆ ที่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นชื่อบุคคลได้

5. ทรัพย์สินทางการเงิน - ที่กำหนดเพิ่มขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา

กรณีที่ได้รับการยกเว้นการเสียภาษีมรดก

แม้มูลค่ามรดกจะมากกว่า 100 ล้านบาท แต่ก็มีกรณีที่ได้รับการยกเว้นการเสียภาษีมรดก ดังนี้

- ผู้เสียชีวิตส่งมอบมรดกให้ผู้รับ ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 (ก่อนที่พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ.2558 จะถูกบังคับใช้)

- ผู้เสียชีวิตส่งมอบมรดกให้ผู้รับเพื่อใช้เป็น สาธารณะประโยชน์ เช่น วัด มูลนิธิ และสถาบันการศึกษา

- ผู้เสียชีวิตส่งมอบมรดกให้ หน่วยงานภาครัฐ เพื่อทำประโยชน์ต่าง ๆ

- ผู้เสียชีวิตส่งมอบมรดกให้ องค์กรระหว่างประเทศ ที่มีข้อผูกพันกับประเทศไทย หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น องค์กรสหประชาชาติหรือสถานทูต

- ผู้เสียชีวิตส่งมอบมรดกให้ คู่สมรสตามกฎหมาย ที่มีการจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย

ประเภททรัพย์สินที่ได้รับการยกเว้นภาษีมรดก

ทรัพย์สินในกองมรดกบางประเภทไม่จำเป็นต้องเสียภาษีมรดก ได้แก่

- ทรัพย์สินที่ไม่มีการขึ้นทะเบียนเพื่อระบุชื่อเจ้าของ - เงินสด ทองคำ เครื่องประดับ เพชรพลอย ของสะสม ภาพวาด วัตถุโบราณ ประติมากรรม รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา

- เงินค่าสินไหมจากประกันชีวิต - เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่เกิดขึ้นหลังผู้เอาประกันเสียชีวิตแล้ว จึงไม่ถือว่าเป็นทรัพย์สินมรดก

ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีมรดก ?

1. บุคคลธรรมดา

- บุคคลที่มีสัญชาติไทย และ บุคคลที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย แต่อาศัยอยู่ในประเทศไทยตามกฎหมาย - ทั้งสองกลุ่มนี้จะต้องเสียภาษีมรดกจากทรัพย์สินทั้งในไทยและต่างประเทศ

- บุคคลที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย แต่ได้รับมรดกเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย - กลุ่มนี้จะเสียภาษีมรดกเฉพาะทรัพย์สินที่อยู่ในไทย

2. นิติบุคคลสัญชาติไทย

- นิติบุคคลที่จดทะเบียนในไทย

- นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

- นิติบุคคลที่มีคนไทยถือหุ้นมากกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน

- นิติบุคคลที่มีคนไทยเป็นผู้บริหารมากกว่าครึ่งหนึ่งของคณะบุคคล

โดยนิติบุคคลเหล่านี้จะต้องเสียภาษีมรดกจากทรัพย์สินทั้งในไทยและต่างประเทศ

3. นิติบุคคลที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย

- นิติบุคคลที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยแต่ได้รับมรดกจากทรัพย์สินที่อยู่ในไทย จะเสียภาษีมรดกเฉพาะทรัพย์สินที่อยู่ในไทย

อัตราการเสียภาษีมรดก

ถ้ามูลค่าทรัพย์สินมรดกไม่เกิน 100 ล้านบาท จะไม่เสียภาษี ผู้รับมรดกจะต้องเสียภาษีในส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท โดยอัตราการเสียภาษีมรดกจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของมรดกและผู้รับมรดก:

- ผู้รับมรดกเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดาน - พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย บุตรหลาน จะต้องเสียภาษีอยู่ที่ 5%

- ผู้รับมรดกเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด - เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง จะต้องเสียภาษีอยู่ที่ 10%

ภาษีการให้

นอกจากภาษีมรดกที่ถูกเรียกเก็บเมื่อมีการส่งมอบทรัพย์สินหลังการเสียชีวิตของเจ้าของมรดกแล้ว ยังมีภาษีการให้ที่ถูกเรียกเก็บเมื่อเจ้าของมรดกส่งมอบทรัพย์สินในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย โดยเฉพาะทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์:

- มอบให้ทายาทตามกฎหมาย - จะต้องเสียภาษี 5% จากส่วนเกินของทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากกว่า 20 ล้านบาท

- มอบให้บุคคลธรรมดา - จะต้องเสียภาษี 5% จากส่วนเกินของทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท

การเข้าใจเรื่องภาษีมรดกเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการวางแผนทางการเงินและการส่งต่อทรัพย์สิน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินมูลค่าสูง การรู้ว่าทรัพย์สินประเภทใดต้องเสียภาษี กรณีใดได้รับการยกเว้น และอัตราการเสียภาษีที่แตกต่างกัน จะช่วยให้คุณวางแผนการส่งต่อทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับมรดก

พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "กาย สวิตต์" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/gKAJJCH7oSo?si=eBNSU5ihcTYa12gl

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...