‘I love you, but…’ หนังที่ว่าด้วยแง่มุมหลากหลายของความรักล้นหัวใจ แต่ความสัมพันธ์ไปกันไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง
เชื่อว่าหนังรักหลายๆ เรื่อง เมื่อหยิบขึ้นมาดูอีกครั้งในวัยที่เติบโตขึ้น อาจทำให้ใครหลายคนได้เข้าใจคำว่าความรักเปลี่ยนแปลงไปจากวันที่เคยดูครั้งแรกไม่มากก็น้อย ตามแต่ประสบการณ์และความเข้าใจในชีวิตที่มากขึ้นของแต่ละคน แม้หนังบางเรื่องจะไม่ได้เคลมว่าเป็นหนังรัก แต่มันได้พูดถึง ‘ความรัก’ ในแง่มุมของมนุษย์ปุถุชนบนโลกแห่งความเป็นจริงอย่างที่เราอาจไม่เคยนึกถึงมันมาก่อน โดยเฉพาะในแง่มุมที่ว่า เพราะเหตุใดคนเราที่มีความรักต่อกันอย่างล้นหัวจิตหัวใจ พอมาเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ กลับไปด้วยกันไม่ได้ ต้องแยกย้าย พลัดพรากจากกันอยู่นั่น และนำมาสู่น้ำตาของคนดูอย่างเราแทบทุกครั้งไป
นั่นอาจเป็นเพราะความรัก มันเป็นคนละเรื่องกับความสัมพันธ์ และการมีอยู่ของความรักอาจไม่ได้หมายความว่ามันจะนำพาไปสู่ความสัมพันธ์อะไรเลย หรือแม้แต่ลงเอยแบบ ‘Lived happily ever after’
และนี่คือความรักอันเต็มเปี่ยมของบรรดาตัวละครในหนังหลากหลายเรื่อง ที่ไม่อาจทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาดำรงอยู่ได้ ต้องโบกมือลาจากกันไป ด้วยปัจจัยและเหตุผลบางอย่างในโลกแห่งความเป็นจริง
Normal People
-
I love you, but…
We're too complicated.
ความสัมพันธ์แบบรักโรแมนติกเกินเพื่อน แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นอะไรกันแน่ของแมรี่แอนน์ และคอนเนลล์ ใน Normal People อาจเป็นภาพสะท้อนสถานการณ์ความสัมพันธ์แบบ Situationship หรือ ‘ฟีลแฟน แต่ไม่ใช่แฟน’ ของคนยุคนี้ได้ดีที่สุดแล้ว เพราะแม้ว่าความสัมพันธ์ของนี้จะทำให้เรารู้สึกเหมือนว่าพวกเขารักกันอย่างดูดดื่ม เข้าอกเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง และดำเนินไปคล้ายกับคู่รักธรรมดาทั่วไป แต่ลึกๆ แล้วมันกลับมีอะไรบางอย่างที่เหมือนเป็นกำแพงหนาๆ กั้นระหว่างทั้งคู่ที่ทำให้ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ข้างๆ กันได้ จำต้องแยกย้าย แล้วเดี๋ยวก็วนลูปกลับมาเจอกันอีก เป็นแบบนี้ไปตลอดทางของความสัมพันธ์ให้คนดูจิกหมอนเล่นด้วยความขัดใจว่า ‘ทำไมไม่คุยกันให้เข้าใจไปเลย (โว้ยยย)’ ปล่อยให้ความสัมพันธ์มันซับซ้อน ติดหน่วง ติดเหงาไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็เหลือเวลาให้ได้รักกันเพียน้อยนิด ก่อนต้องโบกมือลาจากกันไปตามทางชีวิตของแต่ละคนครั้งแล้วครั้งเล่า
One Day
-
I love you, but…
I don’t like you anymore.
เรื่องราวอันเป็นตำนานของเด็กซ์เตอร์และเอ็มม่า ว่าด้วยคนสองคนที่บังเอิญมาเจอกัน มีค่ำคืนโรแมนติกด้วยกัน หากด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกเขากลับตกลงว่าจะรักษาสถานะเป็นแค่ ‘เพื่อน’ ที่ดีต่อกันเท่านั้น ไม่เกินเลยไปมากกว่านี้ แต่ในเมื่อความรู้สึกของคนเรามันไม่เท่ากัน อีกฝ่ายหนึ่งพบว่าตัวเองรู้สึกมากเกินเพื่อนไปแล้วเต็มๆ ขณะอีกฝ่ายเองก็มีปัญหาเรื่อง Commitment Issue หรือความกลัวการผูกมัด ที่นอกจากจะทำให้เขาไม่สามารถอยู่ในความสัมพันธ์ระยะยาวกับใครได้นานแล้ว เขายังขยันทำร้ายตัวเอง ลามไปทำร้ายความรู้สึกของคนรอบข้างที่รักเขาอยู่บ่อยๆ ด้วย เป็นที่มาของประโยค “I Love you so much, but I just don’t like you anymore.” ที่เหมือนหมัดฮุกแบบจุกๆ บนโลกแห่งความจริงที่ว่า แม้เราจะรักใครอย่างจริงใจและจริงจังมากแค่ไหน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถ ‘ชอบ’ หรือ ‘ยอมรับ’ กับสิ่งที่เขาเป็นทั้งหมดได้ เหตุผลนี้เองที่พัดพาให้ทั้งคู่ต้องพรากจากกันไปทุกครั้ง และต้องเดินขนานกันไป กว่าจะมาบรรจบกันได้ก็อาจสายเกินไปแล้ว
Marriage Story
-
I used to love you, but…
We hurt each other too much.
“ผมตื่นขึ้นมาทุกวัน หวังให้คุณตายสักที หวังว่าคุณจะป่วยหนัก ไม่ก็โดนรถชนตายห่**ไปซะ” นี่คือคำพูดสุดช็อกของสามีที่ตะโกนใส่ภรรยาของเขาด้วยความชิงชัง ในวันที่ทั้งคู่กำลังจะหย่ากัน ท่ามกลางการฟ้องร้องทางกฎหมาย ข้อถกเถียงเพื่อแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูลูก ความอยากเอาชนะ และอีกสารพัดความขมปี๋ของชีวิตคู่ภายใต้ความจริงแสนเศร้าที่ว่าวันหนึ่งคนเคยรัก เคยตัดสินใจเสียสละอะไรตั้งมากมาย ยอมละทิ้งความฝันของตัวเองเพื่อมาใช้ชีวิตร่วมกับอีกคน ตัดภาพมาวันหนึ่งจะกลายเป็นคนที่เกลียดหน้ากันเข้าไส้ และไม่สามารถจะหายใจร่วมกันได้อีกแม้แต่วันเดียว แต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้เราค่อยๆ เข้าใจตัวละครทั้งสองว่า ความรักก็เหมือนทุกๆ อย่างบนโลกที่สามารถแปรเปลี่ยนได้เสมอ จนมันอาจจะดีกว่าหากลงเอยด้วยการแยกทาง ก่อนจะมีใครบาดเจ็บจากการทำร้ายกันไปมากกว่านี้
After Sun
-
I love you, but…
I can’t stay.
ฤดูร้อนหนึ่งในความทรงจำของลูกสาวที่มีต่อพ่อของเธอ กลับซ่อนความบีบหัวใจเอาไว้มากมาย เมื่อมันเป็นช่วงเวลาฤดูร้อนที่ทั้งแสนสั้น และแสนเศร้า เพราะความจริงที่ว่าพ่อแม่ของเธอแยกทางกันไปนานแล้ว และต่างคนต่างก็กำลังมีครอบครัวใหม่ ภายใต้ความรู้สึก Insecure ของครอบครัวนี้เอง ลูกสาวยังแอบหวังให้พ่อของเธอ ‘อยู่นานกว่านี้’ ซึ่งพ่อเองก็อยากจะทำอย่างนั้นเหมือนกัน เขาอยากจะทำหน้าที่ให้ดีกว่านี้ อยากจะมีโอกาสได้เฝ้ามองเธอเติบโตเหมือนกับพ่อคนอื่นๆ แต่ทั้งหมดก็ทำไม่ได้ เพราะตัวพ่อก็มีปัญหาที่ต้องดีลกับตัวเองหนักหนาเอาการอยู่แล้ว นั่นทำให้ในที่สุดเขาต้องยอมปล่อยลูกไป บางครั้งไม่ใช่ทุกการเป็นพ่อแม่ของทุกคนจะประสบความสำเร็จเสมอไป นั่นทำให้ทั้งพ่อและลูกไม่อาจจะอยู่ในชีวิตของกันและกันได้เลย กลายเป็นเพียงความทรงจำอันเลือนลางในวันหนึ่งที่มองย้อนกลับไปเท่านั้น
Nomadland
-
I love you, but…
I need to be free.
เวลาเห็นชีวิตของคนไร้บ้าน เรามักจะคิดแทนเขาไปก่อนแล้วโดยอัตโนมัติว่าหากคนเหล่านี้ได้เจอ ‘บ้าน’ หรือ ‘ครอบครัว’ ที่แท้จริง ที่รัก และยินดีต้อนรับพวกเขา ก็อาจไม่ต้องออกมาเร่รอนแบบที่เป็นอยู่ก็ได้ แต่เรื่องราวของหญิงวัยกลางคน รวมถึงชีวิตอื่นๆ ใน Nomad Land ได้เปลี่ยนความเข้าใจเราไปทั้งหมดว่า คนบางคนก็อาจจะเจอบ้านที่พร้อมต้อนรับด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างเต็มเปี่ยมมาตั้งนานแล้ว แต่พวกเขาต่างหากที่เลือกจะไม่ลงหลักปักฐานที่ไหน กับใครเลย เพราะความรักที่ต้องการมากกว่าอาจไม่ได้มาจากรังนอนแสนปลอดภัย บ้านหลังใหญ่ หรือเตียงอุ่นๆ แต่มาจากผู้คนที่ได้ออกไปพบเจอระหว่างทาง ได้เเลกเปลี่ยนความรักซึ่งกันและกันมากกว่า การได้มีชีวิตอิสระเหมือนนกได้ออกบินในโลกข้างนอกนั่นต่างหาก คือความรักอันยิ่งใหญ่ของขีวิตท่ีบางคนต้องการอย่างแท้จริง
All of Us Strangers
-
I love you, but…
You may not be real.
ชีวิตของนักเขียนบทละครในอพาร์ตเมนต์เหงาๆ แถบชานเมืองลอนดอนไม่เหมือนเดิมอีกเลย นับจากคืนหนึ่งที่ชายหนุ่มแปลกหน้ามาเคาะประตูห้อง แล้วพาให้เขาค่อยๆ ปลดเปลื้องตัวเองออกทีละน้อย ดำดิ่งไปสู่ความทรงจำเจ็บปวดในวัยเด็กที่ระหว่างเขากับครอบครัวในปี 1980s ครอบครัวผู้ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่เคยเป็น ‘ลูกชาย’ ที่ดีพอ หรือทำให้พ่อแม่ภูมิใจได้เลย แม้กระทั่งตอนที่เขาโตเป็นผู้ใหญ่ ความทรงจำเหล่านี้ก็ยังคงทำให้เขาตั้งคำถามในคุณค่าของตัวเองว่าเขาสมควรได้ ‘ถูกรัก’ หรือไม่ และสงสัยว่าหากพ่อแม่มีโอกาสได้เห็นเขาในวันนี้ จะพูดอะไรกับเขา จะปฏิเสธเขาไหม หรือจะภูมิใจในตัวเขา จะยกโทษให้หรือเปล่าที่เขาไม่ได้เป็นเหมือนคนอื่นๆ บางครั้งประสบการณ์เจ็บปวดวัยเด็กต่างส่งผลมาสู่เราในวันนี้กันทั้งนั้น จนอาจทำให้เราไม่แน่ใจว่าสิ่งท่ีกำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันนั้นคือความจริง ความฝัน หรือเป็นแค่ ‘ผี’ ของความทรงจำส่วนลึกที่สุดที่เราอยากจะกลับไปแก้ไขมันกันแน่นะ
Fleabag
-
I love you, but…
You’re a priest.
‘นรกก็เเค่ชื่อน้ำพริก’ คือสิ่งที่น่าจะใช้บรรยายตัวละครสาวมอมในซีรีส์เรื่อง Fleabag ได้ดีที่สุด ก็คนอะไรมันจะเฟียร์ซถึงขนาดไปหลงรักพระได้ล่ะ แต่ความรักก็คือความรัก มันจะมาตอนไหน เกิดขึ้นเมื่อไร กับ ‘ใคร’ ย่อมเป็นคาดเดาและบังคับไม่ได้ และเมื่อมันดันมาถึงแบบไม่ถูกที่ถูกเวลา แถมไม่ถูกคนด้วยแล้ว อย่างบาทหลวงหนุ่มที่ความรักของเขาขอมอบให้กับพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น สาวก็เลยไม่ต้องตกนรก และไม่ต้องกินน้ำพริก เพราะแม้ว่ามัน ‘อาจจะมี’ ความรักเกิดขึ้นจริงๆ ระหว่างคนสองคนในฐานะมนุษย์ และแม้คนคนนั้นจะเป็นคนที่ใช่มากแค่ไหน ก็คงเป็นไปได้ยาก เมื่อบางคนก็เลือกที่จะให้คุณค่ากับความรักในรูปแบบอื่นๆ มากกว่าความรักแบบโรแมนติก เหมือนกับคำพูดสั้นๆ แต่ลึกซึ้งในสัจธรรมของบาทหลวงที่ว่า “It’ll pass.” เหมือนเขากำลังจะบอกว่าความรักก็เหมือนทุกสิ่งบนโลก มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เเล้วเดี๋ยวมันก็ดับไปเองนั่นแหละสาว เห้อออ…
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ‘I love you, but…’ หนังที่ว่าด้วยแง่มุมหลากหลายของความรักล้นหัวใจ แต่ความสัมพันธ์ไปกันไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง
- แบรนด์ Victoria Beckham กับการนำผลศิลปะจากศิลปินร่วมสมัยระดับโลก มาจัดแสดงครั้งแรกภายในบูทีคสโตร์ที่ลอนดอน
- ประเด็นน่าพูดคุยจากคนดู Flat Girls บางส่วน เมื่อการมีความสัมพันธ์กับเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี (แต่มากกว่า 15 ปี) นั้นผิดกฎหมายเรื่องผู้เยาว์แน่ๆ แต่นับเป็น ‘เปโดฟิเลีย’ จริงหรือ?
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com