โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ธปท. คุมเข้มแอปฯ ธนาคาร เปลี่ยนเครื่องต้องยืนยันตัวที่ธนาคาร, ห้ามส่งลิงก์ในเมลและ SMS, ต้องยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า

BT Beartai

อัพเดต 10 ก.พ. 2568 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2568 เวลา 04.56 น.
ธปท. คุมเข้มแอปฯ ธนาคาร เปลี่ยนเครื่องต้องยืนยันตัวที่ธนาคาร, ห้ามส่งลิงก์ในเมลและ SMS, ต้องยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศมาตรการใหม่ผ่านราชกิจจานุเบกษา ยกระดับความปลอดภัยของแอปพลิเคชันธนาคาร เพื่อป้องกันภัยไซเบอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่พัฒนากลโกงซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกสวมรอยทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร

5 มาตรการหลักของกฎใหม่แอปฯ ธนาคาร

  • ห้ามส่งลิงก์ผ่าน SMS และอีเมล
    ธนาคารต้องงดเว้นการแนบลิงก์ในข้อความ (SMS) และอีเมลเพื่อลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพที่ปลอมแปลง อ้างสิทธิ์เป็นสถาบันการเงิน เนื่องจากลิงก์ที่แนบมาอาจเป็นเครื่องมือให้มิจฉาชีพหลอกขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ หากธนาคารจำเป็นต้องส่งลิงก์ไปยังผู้ใช้ ต้องได้รับการร้องขอจากผู้ใช้เองเป็นรายครั้ง ส่วนช่องทางโซเชียลมีเดียของธนาคารอนุญาตให้แนบลิงก์ได้ ยกเว้นลิงก์ที่ขอข้อมูลสำคัญ เช่น OTP หรือรหัสผ่าน
  • จำกัดการใช้งาน Mobile Banking
    บัญชี Mobile Banking จะสามารถใช้ได้เพียง 1 อุปกรณ์ ต่อ 1 บริการของแต่ละธนาคารเท่านั้น ช่วยลดโอกาสที่บัญชีจะถูกเข้าถึงจากอุปกรณ์อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์ ต้องดำเนินการยืนยันตัวตนกับธนาคารก่อน
  • ยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า
    ธนาคารต้องใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า กับ Liveness Detection ใช้เพื่อระบุว่าใบหน้าที่เคลื่อนไหวนั้นเป็นใบหน้าจริงหรือใบหน้าปลอมแปลง โดยใช้ยืนยันตัวตนเมื่อลูกค้าโอนเงินเกิน 50,000 บาทต่อครั้ง หรือเกิน 200,000 บาทต่อวัน รวมถึงการขอปรับเพิ่มวงเงินโอนที่เกิน 50,000 บาทขึ้นไป
  • กำหนดเพดานวงเงินสูงสุดต่อวัน
    ธนาคารต้องกำหนดเพดานวงเงินโอนและถอนสูงสุดต่อวันตามความเสี่ยงของลูกค้า เช่น ผู้ใช้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี จะถูกจำกัดให้ทำธุรกรรมรวมกันไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน
  • ตรวจจับและรับมือแอปพลิเคชันปลอม
    มีระบบติดตามและตอบสนองต่อแอปพลิเคชันปลอมที่เลียนแบบแอปฯ ของธนาคาร หากพบแอปต้องสงสัยใน App Store เช่น Google Play หรือ Apple Store ต้องดำเนินการปิดกั้นทันที และต้องมีระบบแจ้งเตือนลูกค้าเกี่ยวกับแอปฯ อันตรายที่อาจติดตั้งมัลแวร์ขโมยข้อมูล

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งมิจฉาชีพมักใช้วิธีสร้างแอปฯ ปลอม หรือหลอกขโมยข้อมูลสำคัญของผู้ใช้ เมื่อจำกัดอุปกรณ์ที่สามารถเข้าถึงบัญชีได้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากมัลแวร์และป้องกันการสวมรอยทำธุรกรรม

มาตรการนี้ยังช่วยป้องกันการแฮกบัญชีที่เกิดจากการแชร์รหัสผ่านในหลายอุปกรณ์ ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่อาจทำให้ข้อมูลของผู้ใช้ตกไปอยู่ในมือของมิจฉาชีพ

นอกจากนี้ ระบบ Mobile Banking จะมีการตรวจสอบและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้ดีขึ้น ลดโอกาสที่บัญชีจะถูกใช้ในธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย แม้ว่ามาตรการดังกล่าวอาจสร้างความไม่สะดวกสำหรับบางกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการเข้าถึงจากหลายอุปกรณ์ แต่ก็เป็นการยกระดับความปลอดภัยของระบบการเงินให้มั่นคงและปกป้องผู้ใช้จากความเสียหายทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมาตรการใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ภายใน 30 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดบางอย่าง เช่น การจำกัดอุปกรณ์ใช้งานจำกัด 1 บัญชีต่อ 1 อุปกรณ์ จะเริ่มบังคับใช้ภายใน 60 วัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...