ติดตะกร้า-แบรนด์ดังจ่ายเงินจ้าง จูงใจคนไทยผันตัวเป็น “อินฟลูเอนเซอร์” 3 ล้านราย
“อินฟลูเอนเซอร์” เกลื่อนประเทศ MI ชี้ล่าสุดประเทศไทยมี อินฟลูฯ 3 ล้านราย โต 4.5% คิดเป็นเกือบ 5% ของประชากรทั้งหมดหวังติดตระกร้าหาเงินเพิ่ม ด้านแบรนด์เคาะงบการตลาดดิจิทัล 1 ใน 3จ่ายเงินจ้างเริ่มหลักพันเน้นดันยอดขายไม่เน้นสร้างแบรนด์
นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ประเด็นที่น่าจับตามองในฝั่งของการตลาดปีนี้คือ influencer ที่ยิ่งมีความชัดเจนว่ากลายเป็น Economy หลักที่ขับเคลื่อนการซื้อการขาย หรือ consumer possession ไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตัวเลขอินฟลูเอนเซอร์ในไทยน่าจะแตะเฉียด 3 ล้านราย หรือประมาณ 4.5% ของจำนวนประชากรไทย (เติบโตจากปี 2567 ที่เดิมอยู่ที่ 2 ล้านราย) หรือคิดเป็นเกือบ 5% ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมด
ตัวขับเคลื่อนหลักมาจาก Affiliate Marketing Program ที่ Social Media platform ทั้ง tiktok Facebook รวมไปถึง YouTube ไม่รวม shopee Lazada ต่าง ๆ พยายามมี Affiliate Marketing Program Campaign ออกมาทำให้คนธรรมดาอยากหาเงิน ด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ง่ายทำให้คนธรรมดาที่ไม่เคยคิดที่จะเป็น Influencer อยากเป็น Influencer ขึ้นมาเพื่อหาเงินแต่ไม่หวังดัง ทำให้ Influencer กลุ่ม Micro และ Nano ที่มาในรูปแบบของผู้ใช้จริง (KOC) และพ่อค้า แม่ค้า นักขาย ทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นที่เข้าร่วมทำเติบโตค่อนข้างเยอะ
“ไดร์เวอร์ หลักของ Inferencer ที่เติบโตขึ้นมาแตะ 3 ล้านคนในปีนี้มาจาก Affiliate Marketing Programโปรแกรมที่ ไดร์ฟ โดย Key platform ทั้งMeta Reel, YouTube Shopping , shopee, Lazada, tiktok ที่ทำให้การติดตะกร้าง่ายด้วยเงื่อนไขไม่เยอะ ทำให้คนกระโดดเข้ามาในวงการนี้ซึ่งปะปนกันไปทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น แต่ Influencer ที่ยังไม่สนใจการขาย ติดตะกร้าหรือหารายได้ก็ยังมีอีกเยอะส่วนใหญ่เป็น Gen Y และ Gen Z ที่ยังต้องการเป็น Influencer ด้วยตัวเอง”
ทั้งนี้ Influencer สายสายไลฟ์สไตล์มีขนาดใหญ่สุด แต่ภายใต้ไลฟ์สไตล์นี้กลุ่มอาหารและบิวตี้มีมากที่สุดตามมาด้วยสาย Gadget
“ตอนนี้ Influencer หลายคนไม่ได้กำหนดว่าตัวเองเป็นสายไหนชัดเจน เพราะเป็นการจำกัดตัวเองในการขาย ทำให้กลุ่มไลฟ์สไตล์ใหญ่ที่สุดสามารถที่จะมูฟไปขายท่องเที่ยว ร้านอาหาร Gadget เครื่องสำอางต่างๆได้
ข้อมูลจาก tiktok เคยบอกว่าคนที่เข้ามาเป็น Influencer ได้รายได้ค่าขนมหลักพันกว่าบาทต่อเดือนก็มี เพราะส่วนมากต้องการรายได้เสริมไม่ได้ทำเป็นอาชีพหลัก กลุ่มนี้จะเป็น Driver ใต้น้ำที่หันมาหารายได้เพิ่มจากภาวะเศรษฐกิจที่ตึงตัว เพราะไม่มีต้นทุน ไม่กระทบเวลา
ที่สำคัญแบรนด์ต่างๆสเปนเม็ดเงินการตลาด 1 ใน 3 ของงบประมาณ 100% ของสื่อดิจิทัลออนไลน์ไปกับ Influencer ดังนั้น Influencer ไม่มีทางอยู่ในขาลงแน่นอนในภาพรวม แต่ขึ้นอยู่กับบุคคลInfluencer บางคนมาแล้วก็ไปยกเว้นเบอร์ใหญ่”
ผู้บริหารให้มุมมองเพิ่มเติมว่า “Influencer มี Asset คือความน่าเชื่อถือพูดอะไรแล้วโดน พูดอะไรแล้ว organic มากการติดตะกร้ายิ่งต้องระวัง เพราะแบรนด์ไม่มีเสียแน่นอนการติดตะกร้าเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการตลาดอยู่เพื่อดันยอดขายโดยตรงเป็นหลักไม่ใช่การสื่อสารการตลาดที่มุ่งการรับรู้และการสร้างแบรนด์เป็นหลักเหมือนเมื่อก่อน”