โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โมชิ โมชิ’ เท 280 ล้าน ปูพรม 40 สาขา ชิงแชร์สินค้าไลฟ์สไตล์ 9 พันล้านแข่งเดือด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 มี.ค. 2568 เวลา 03.43 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 03.43 น.

“โมชิ โมชิ” รุกหนักปี 2568 รับมือคู่แข่งจีน-ยุโรป หลังตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์มูลค่า 7-9 พันล้านบาทโตต่อเนื่อง 15-20% ต่อปี เผยธุรกิจแข่งเดือด ลุยปูพรม 40 สาขาใหม่ พร้อมเดินสายรีโนเวตอีก 50 สาขา อัดสินค้าใหม่ 1,000 รายการต่อเดือน หวังเพิ่มความหลากหลาย พร้อมทุ่มงบฯ 45 ล้านบาท ขยายคลังสินค้าเพิ่ม 3,000 ตร.ม. ตั้งเป้าปีนี้รายได้โต 15-20%

นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมชิ โมชิ รีเทลคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI ผู้บริหารธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ “โมชิ โมชิ” เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ ยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2568-2569 คาดการณ์ว่าตลาดจะมีมูลค่าสูงถึง 7,000-9,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 15-20% ต่อปี

ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ 3,111 ล้านบาท เติบโต 23% และยังคงรักษาโพซิชั่นผู้นำในตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ด้วยส่วนแบ่งตลาด 40%

ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนมาจากที่บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ควบคู่ไปกับการขยาย และปรับปรุงสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาได้มีการขยายสาขาไปกว่า 34 สาขา และปรังปรุงสาขาเดิมอีก 70 สาขา จึงส่งผลให้ยอดขายทั้งจากสาขาใหม่ และสาขาเดิมมีการเติบโตอย่างโดดเด่น

ประกอบกับปัจจัยบวกของการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อย่างโครงการ Easy E-Receipt ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ถึงแม้จะเป็นมาตรการระยะสั้น แต่ยังคงช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ส่งสินค้าใหม่ 1,000 รายการ

นายสง่ากล่าวต่อว่า สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทยังคงโฟกัสกลยุทธ์พัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ควบคู่ไปกับการขยายสาขา และรีโนเวตสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของการออกสินค้าใหม่ หลัก ๆ จะเน้นโฟกัสไปในกลุ่มสินค้าลิขสิทธิ์ ที่จะมีทั้งสินค้าลิขสิทธิ์เดิมที่ได้รับความนิยมนำกลับมาจำหน่ายใหม่ ควบคู่กับสินค้าลิขสิทธิ์ใหม่ ๆ ที่ทางบริษัทยังไม่เคยทำ

รวมถึงกลุ่มสินค้าทั่วไป อาทิ ของใช้ในบ้าน หมวก กระเป๋า เสื้อ กล่องข้าว เป็นต้น โดยเบื้องต้นวางแผนออกสินค้าใหม่ประมาณ 1,000 รายการต่อเดือน จากปัจจุบันมีจำนวนสินค้าอยู่ทั้งหมด 20,000 รายการ แบ่งเป็น สินค้ากลุ่มลิขสิทธิ์ 15% และสินค้าทั่วไป 85%

“ในช่วงต้นปี 2568 ก็ได้มีการนำแคแร็กเตอร์ที่กำลังเป็นกระแสและได้รับความนิยมทั้งในไทยและต่างประเทศ อย่าง หมูเด้ง มาพัฒนาสู่คอลเล็กชั่นพิเศษ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า รวมถึงยังมีการออกสินค้าคอลเล็กชั่นพิเศษในช่วงเทศกาลสำคัญต่าง ๆ อาทิ ตรุษจีน วาเลนไทน์ ฯลฯ ซึ่งก็ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1 เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้”

ซุ่มทดลองสาขาบิ๊กไซซ์

ส่วนแผนการขยายสาขา เบื้องต้นตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 40 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และต่างจังหวัด ซึ่งจะเน้นการขยายสาขาในรูปแบบที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งห้างสรรพสินค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ และไฮเปอร์มาร์เก็ต

รวมถึงสาขาสแตนด์อะโลน 2 รูปแบบ คือ สาขาใกล้มหาวิทยาลัย ขนาดพื้นที่ 80-120 ตร.ม. เพื่อเข้าถึงกลุ่มนักศึกษาและชุมชนโดยรอบ และ Pilot Project สาขาขนาดใหญ่พื้นที่ 300 ตร.ม.ขึ้นไปในเขตชุมชน เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายและสร้างศูนย์กลางจับจ่ายในพื้นที่

“ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็ได้มีการทดลองเปิดสาขาสแตนด์อะโลนที่เป็นสาขาขนาดใหญ่ หรือประมาณ 390 ตร.ม. ที่ตลาดโอชอ วัดเทียนดัด จ.นครปฐม ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ได้รับผลการตอบรับที่ดี”

ขณะที่การรีโนเวตสาขา ตั้งเป้าปรับปรุงเพิ่มอีก 50 สาขา ในคอนเซ็ปต์ใหม่ ๆ ที่มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมี 4 สาขา ที่จะมีการขยายพื้นที่ภายในร้านเพิ่มเป็น 300 ตร.ม. จากเดิมอยู่ที่ 150 ตร.ม. เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รับประสบการณ์ที่มากขึ้น โดยตั้งเป้ายอดขายจากสาขาเดิมจะเติบโตเพิ่มขึ้น 3-5% หลังจากรีโนเวต

“ตอนนี้เรากำลังเริ่มรีโนเวตอยู่ 1 สาขา ที่อิมพีเรียล สำโรง และสาขาอื่น ๆ กำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา โดยคาดว่าจะใช้งบฯลงทุนทั้งในส่วนของการขยายสาขา และรีโนเวตราว ๆ 140-150 ล้านบาท”

ทั้งนี้ ปัจจุบันโมชิ โมชิ มีสาขาอยู่ทั้งหมด 164 สาขา แบ่งเป็น ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 35% และต่างจังหวัด 65%

ขยายฐานสมาชิก 2 แสนราย

นายสง่ากล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะขยายพื้นที่คลังสินค้าเพิ่มอีก 3,000 ตร.ม. จากเดิมมีพื้นที่ใช้สอย อยู่ที่ 23,000 ตร.ม. โดยใช้งบประมาณราว 45 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีแผนปรับปรุงระบบซอฟต์แวร์เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน โดยรวมทั้งปีจะใช้งบฯลงทุนทั้งสิ้น 280 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าสร้างการเติบโตในช่องทางการจัดจำหน่ายแบบออนไลน์ ด้วยการนำสินค้าที่มีวางจำหน่ายอยู่ในร้านเข้าไปวางจำหน่ายผ่านช่องทาง Shopee Lazada และ TikTok มากยิ่งขึ้น

รวมถึงจะมีการจัดทำโปรโมชั่นทั้งหน้าร้าน และออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์กับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มักจะมองหาความคุ้มค่าเป็นอันดับต้น ๆ โดยในปีนี้คาดว่าจะใช้งบฯทำการตลาดอยู่ที่ราว ๆ 1% ของยอดขายทั้งหมด

“ในปีนี้เราตั้งเป้าที่จะรีครูตฐานลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีก 200,000 ราย จากปัจจุบันมีฐานสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 600,000 ราย โดยกลุ่มลูกค้าหลักยังคงเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และกลุ่ม First Jobber”

คู่แข่งจีน-ยุโรปบุก

สำหรับความท้าทายในการดำเนินงานในปี 2568 ยังเป็นเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะการเข้ามาของเชนร้านค้าไลฟ์สไตล์จากฝั่งจีน และยุโรป ที่เล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตของร้านค้าไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย

ทำให้บริษัทต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา โดยในปีนี้บริษัทจะมุ่งใช้ความเชี่ยวชาญ และฐานข้อมูลในระบบหลังบ้าน มาพัฒนาเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างตรงจุด ในราคาที่คุ้มค่า โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ 5 บาท ไปจนถึง 1,190 บาท ซึ่งปัจจุบันโมชิ โมชิ มีสินค้าอยู่ทั้งหมด 13 หมวดหมู่

“ซึ่งในอนาคตเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่ยังคงดุเดือด เราก็มีแผนที่จะแตกไลน์ไปยังหมวดอื่น ๆ ที่เรายังไม่เคยทำ ซึ่งเบื้องต้นอาจจะมีสินค้าโมชิ โมชิ ออกไปวางจำหน่ายนอกร้าน เป็นต้น รวมถึงยังมีการศึกษาตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์ท้องถิ่นในประเทศนั้น ซึ่งตอนนี้กำลังเจรจาอยู่ประมาณ 2 ราย โดยคาดว่าจะได้เห็นภายใน 3-5 ปีนี้”

นายสง่ากล่าวทิ้งท้ายว่า จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว คาดว่าสิ้นปี 2568 บริษัทจะมีรายได้เติบโตอยู่ที่ 15-20% พร้อมก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘โมชิ โมชิ’ เท 280 ล้าน ปูพรม 40 สาขา ชิงแชร์สินค้าไลฟ์สไตล์ 9 พันล้านแข่งเดือด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...