โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมื่อนวัตกรรมล้ำหน้ากว่ากฎเกณฑ์ การ์ทเนอร์เตือน 40% ของข้อมูลรั่วไหล มาจาก GenAI ที่ใช้ข้ามพรมแดน

Thairath Money

อัพเดต 06 มี.ค. 2568 เวลา 06.37 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2568 เวลา 06.37 น.
ภาพไฮไลต์

ปัญหาความปลอดภัยของข้อมูลกลายเป็นความท้าทายสำคัญของยุค AI เมื่อ Generative AI (GenAI) กำลังถูกใช้งานอย่างแพร่หลายทั้งในระดับองค์กรและบุคคลทั่วไป การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 ปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AI จะเพิ่มขึ้นกว่า 40% โดยมีสาเหตุหลักจากการใช้งาน GenAI ข้ามประเทศอย่างไม่เหมาะสม สร้างแรงกดดันต่อองค์กรที่ต้องรับมือกับข้อกำหนดด้าน Data Localization และความปลอดภัยของข้อมูลที่ซับซ้อนขึ้น

GenAI โตเร็วเกินกว่ามาตรการคุ้มครองข้อมูลจะตามทัน

เนื่องจากความนิยมของ GenAI โตขึ้นอย่างรวดเร็ว และกำลังแซงหน้ามาตรการกำกับดูแลและความปลอดภัยของข้อมูล ส่งผลให้หลายองค์กรต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างประเทศแบบไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะในกรณีที่เครื่องมือ AI ถูกฝังเข้าไปในแอปพลิเคชันหรือซอฟต์แวร์โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบ

Joerg Fritsch รองประธานนักวิเคราะห์จากการ์ทเนอร์ เตือนว่า “องค์กรอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าข้อมูลสำคัญกำลังถูกประมวลผลในต่างประเทศ” นำไปสู่ความเสี่ยงที่ข้อมูลสำคัญของบริษัทหรือผู้ใช้จะรั่วไหลสู่ระบบนิเวศ AI ระดับโลก โดยไม่มีการควบคุมที่เพียงพอ

ซึ่งหนึ่งในปัญหาใหญ่คือการขาดมาตรฐานกลางสำหรับการกำกับดูแล AI ทำให้องค์กรต้องปรับกลยุทธ์ด้านข้อมูลให้สอดคล้องกับแต่ละประเทศ ซึ่งอาจจำกัดการขยายธุรกิจไปสู่ระดับโลก และเพิ่มต้นทุนด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance)

การ์ทเนอร์ยังได้ระบุอีกว่า ความซับซ้อนของนโยบาย AI ระดับประเทศ กำลังผลักดันให้ตลาดโซลูชันด้านความปลอดภัย AI และการกำกับดูแลเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล โดยคาดว่าในอนาคตอุตสาหกรรมนี้จะเป็น “ตลาดที่องค์กรไม่สามารถละเลยได้”

โดยการ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 หลายประเทศจะมีข้อบังคับเกี่ยวกับการกำกับดูแล AI (AI Governance) ที่มีผลบังคับใช้ ซึ่งอาจทำให้องค์กรที่ไม่พร้อมเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นและความเสี่ยงทางกฎหมายอาจต้องเผชิญกับความท้าทาย

“บริษัทที่ไม่สามารถปรับใช้ AI Governance ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจเสียเปรียบด้านการแข่งขัน” Fritsch กล่าว

4 กลยุทธ์สำคัญสำหรับองค์กรรับมือการใช้ AI ข้ามพรมแดน

องค์กรที่ต้องการขยายการใช้ GenAI จำเป็นต้องเร่งปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการข้อมูลและความปลอดภัย AI ก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้ทั่วโลก การเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจสามารถแข่งขันในยุค AI ได้อย่างมั่นคง

โดยการ์ทเนอร์ได้แนะนำให้ธุรกิจเริ่มเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ด้วย 4 แนวทางหลัก ได้แก่

  • ยกระดับนโยบายการกำกับดูแลข้อมูล: องค์กรต้องขยายกรอบการกำกับดูแลข้อมูลให้ครอบคลุม พร้อมกับมีมาตรการตรวจสอบเส้นทางการถ่ายโอนข้อมูลข้ามประเทศ และประเมินผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ
  • ตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล AI: เพื่อควบคุมความเสี่ยงและตรวจสอบให้มีการใช้งาน AI อย่างโปร่งใส และลดโอกาสในการเกิดข้อผิดพลาดด้านความปลอดภัยและด้านกฎหมาย
  • เสริมความปลอดภัยของข้อมูล: องค์กรต้องปรับใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัส การปกปิดตัวตน และ Trusted Execution Environment (TEE) เพื่อปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน
  • ลงทุนในระบบ AI ช่วยจัดการความเสี่ยง: อย่างเช่นระบบ Trust, Risk & Security Management (TRiSM) จะช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและการตัดสินใจผิดพลาดได้มากกว่า 50%

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมื่อนวัตกรรมล้ำหน้ากว่ากฎเกณฑ์ การ์ทเนอร์เตือน 40% ของข้อมูลรั่วไหล มาจาก GenAI ที่ใช้ข้ามพรมแดน

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...