วิธีปล่อยวางแบบ ‘Let Them Theory’ เมื่อเรา ‘เข้าใจตัวเอง’ มากพอ จนใครอยากคิดอะไรก็คิด อยากเข้าใจผิดก็ช่าง เพราะไม่อยากอธิบายตัวเองให้เหนื่อยอีกแล้ว
“กลัวคนอื่นจะมองว่าเราไม่ดี” / “กลัวคนอื่นจะเข้าใจเราผิดไป” / “กลัวคนอื่นจะคิดว่าเราไม่เอาไหน” / “กลัวคนอื่นจะไม่ชอบเรา” / “กลัวคนอื่นจะเกลียดเรา” ฯลฯ ความกลัวเหล่านี้เป็นสภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ และไม่ใช่เรื่องผิดที่มันจะเกิดขึ้นอยู่ในหัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าเรามีแต่ความกลัวเหล่านี้มากเกินไปจนเราต้องพยายามจะเป็น จะแก้ไข หรือจะเปลี่ยนอะไรบางอย่างที่เราไม่สามารถควบคุมได้อย่าง ‘ความคิดของคนอื่น’ บางครั้งมันอาจกำลังดูดพลังงานของเราจนเหลือแบต 0% และส่งผลต่อสุขภาพจิตได้ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว
ลองดูไหม? ลองเลิกอธิบายตัวเองให้คนอื่นเข้าใจ หรือเลิกคาดหวังให้คนอื่นต้องเป็นไปตามแบบที่เราอยากให้เขาคิด แต่ปล่อยให้เขา “อยากทำอะไรก็ทำ อยากคิดอะไรก็คิด เรื่องของเขา” และล้มล้างความคิดที่ว่า “ฉันเปลี่ยนความคิดเขาได้” เพราะนี่คือวิธีฮีลใจเชิงจิตวิทยาที่เรียกว่า‘Let Them Theory’ ซึ่งอาจเป็นยาชั้นดี ช่วยให้คนที่กำลังเป็นท้อกับการพยายามอยากจะให้คนอื่นพอใจอยู่ตลอดเวลา กลับมาเป็นสุขและเหนื่อยใจน้อยลงได้
“Let Them Theory แสดงให้เห็นว่าเราไม่สามารถควบคุมความคิดและการกระทำของผู้อื่นได้…และเมื่อเราพูดว่า ‘Let Them’ เราจะยอมรับว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนความคิดหรือการกระทำของผู้อื่น และเราก็จะไม่สามารถโน้มน้าวเขาให้ทำตามความคาดหวังของเราได้” ดร. Terri Orbuch นักบำบัดและศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ได้กล่าวไว้ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ว่าให้ยอมไปหมดทุกอย่าง! ไม่ใช่แบบนั้นเลย เพราะวิธีนี้เป็นเพียงวิธีที่ชวนให้เราทวนถามตัวเองว่าอะไรที่ควบคุมได้และไม่ได้ต่างหาก
เช่น ถ้าเราโดนใส่ร้ายป้ายสี ทั้งที่เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องจริง และเราได้ออกมาอธิบายแล้ว แต่คนก็ยังไม่เชื่อ นั่นแปลว่า เราไม่สามารถควบคุมความคิดเขาได้ ซึ่งการเซฟใจแบบ Let Them คือปล่อยให้เขาเชื่อแบบนั้น เพราะเรารู้ตัวเองอยู่แล้วว่า “ตัวเราเป็นอย่างไร” หรือถ้าหากคุณโดนแฟนนอกใจ คุณก็ไม่ต้องโทษตัวเอง หรือเชื่อว่า I can fix him! เขาเปลี่ยนได้ เพราะฉันสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ แต่วิธีการของ Let Them คือปล่อยไปเลย ถ้าเขาจะนอกใจ ก็ให้นอกใจไป แล้วคุณก็แค่หันมาโฟกัส ‘ความรู้สึกตัวเอง’ ว่าต้องการอะไรกันแน่ ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะทำให้เราเห็นธาตุแท้ของคนคนหนึ่งได้ไม่น้อย ยังช่วยให้เราไม่กล่าวโทษตัวเอง ว่าเป็นเพราะอะไรเขาถึงทำผิดกับเรา แต่อาจช่วยให้บางคนเดินออกจากความสัมพันธ์ท็อกซิกได้เร็ว เพราะเรารู้ว่าเราไม่ได้ผิด และไม่คู่ควรกับความสัมพันธ์บั่นทอนจิตใจแบบนี้
หรือถ้าในแง่การทำงาน หากเราเคยคิดว่า การทำงานเกินเวลา หรือทำงานหนักหน่วงจนไม่มี Work-Life Balance เป็นเรื่องที่ดีแบบที่บริษัทต้องการ ทว่าร่างกายเรากลับไม่ไหว จะตุยเย่อยู่แล้ว ทีนี้ถ้าเราไม่ทำ คนอื่นจะมองว่าเราไม่สู้งานหรือเปล่า? กระทั่งถ้าเราไม่ค่อยได้รับคำชมจากหัวหน้าเลย แปลว่าเราทำได้ไม่ดีหรือเปล่า? แล้วเราค่อยๆ เปลี่ยนความคิดมากตรงนั้นเป็นคิดทบทวนว่า ในเมื่อเราก็ทำงานที่เราได้รับมอบหมายอย่างสุดความสามารถและเต็มที่สุดๆ แล้ว ก็ Let Them ปล่อยความคิดนั้นออกไป เพราะตราบใดที่เรายังทำงานได้ไม่ขาดตกบกพร่อง ก็ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง หรือไม่ดีสักหน่อย ซึ่งอาจจะทำให้เราใจเย็นลง และสมมติเรารู้สึกไม่สบายใจจริงๆ เราก็อาจสามารถคุยเรื่องนี้กับหัวหน้าด้วยความเข้าใจ พร้อมรับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน โดยไม่บั่นทอนคุณค่าของตัวเองมากไป ถ้าเรารู้ว่า “จริงๆ แล้วเราเป็นยังไง”
คำว่า Let Them ถูกพูดถึงอย่างมากเมื่อ Mel Robbins พิธีกรรายการพอดแคสต์ อดีตทนายความ และนักเขียน เขียนหนังสือ The Let Them Theory: A Life-Changing Tool That Millions of People Can't Stop Talking About ขึ้นมา โดยเธออธิบายไว้ว่า “นี่เป็นคู่มือ step-by-step เกี่ยวกับวิธีหยุดวงจรที่เอาความคิดเห็น เรื่องดราม่า และการตัดสินของคนอื่น มาส่งผลต่อชีวิตของเรา…มันจะทำให้คุณเป็นอิสระจากวัฏจักรที่เหนื่อยล้าของการพยายามจัดการทุกสิ่งทุกอย่างและทุกคนที่อยู่รอบๆ ตัว”
Robbins ยังกล่าวอีกว่า “เราเสียเวลาและพลังงานไปมากเหลือเกินกับการบังคับให้คนอื่นทำตามความคาดหวังของเรา งั้นก็ปล่อยให้เขาเป็นตัวเองไปเลย เพราะเขาจะเปิดเผยออกมาเองว่าเขาเป็นคนแบบไหน ปล่อยให้พวกเขาทำไปเลย คุณเองก็จะได้เลือกสิ่งที่จะทำต่อไปด้วยเช่นกัน” เพราะเมื่อเรารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไร หรือคิดแบบไหนเกี่ยวกับคุณ มันก็อาจจะทำให้เราเลือกทางเดินไปได้ต่อเช่นกัน
นอกจากนี้ Robbins ยังเคยให้สัมภาษณ์กับ Wondermind ไว้ว่า “นักจิตวิทยาหลายคนจะบอกคุณว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณพยายามจะควบคุมบางสิ่งที่คุณไม่สามารถควบคุมได้ คุณจะยิ่งเครียด หงุดหงิด และวิตกกังวล ในช่วง 54 ปีแรกของชีวิต ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย…ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการพยายามควบคุมคนอื่นแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้น อย่างรถติด ยืนต่อแถวยาวๆ หรือใครบางคนที่หยาบคาย มันทำให้ฉันหมดพลัง” เพราะในความจริง เราไม่สามารถควบคุมให้แถวยาวๆ กลายเป็นสั้นลง หรือรถติด แล้วหายรถติดภายในหนึ่งกระดิกนิ้ว หรือเปลี่ยนให้คนที่หยาบคาย กลายเป็นคนอ่อนหวานในพริบตา
ในมุมจิตวิทยา Let Them คือวิธีที่มีรากฐานมาจากหลัก Cognitive Behavioral Therapy (CBT) หรือการบำบัดจิตโดยการปรับความคิด ซึ่ง ดร. Jade Thomas นักจิตวิทยา อธิบายกับ Women's Health ว่า “ในงานส่วนใหญ่ของฉัน ฉันพบว่าสิ่งที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลหรือความเครียดคือ ตอนที่เรารู้สึก ‘ขาดการควบคุม’ และน่าเสียดายนะคะที่สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้เลยคือผู้อื่น (สิ่งที่เขาทำ คิด หรือพูด)”
ส่วนในมุมของ Caitlin Slavens นักจิตวิทยา ก็ได้บอกกับ Yahoo Life ว่า “Let Them นี่ไม่ได้หมายถึงการต้องเป็นคนยอมคนไปซะทุกอย่างหรือยอมรับการถูกไม่ให้เกียรตินะ แต่มันหมายถึง คุณต้อง Let Them แต่ยังคงต้องเคารพในตัวเอง ไม่ใช่การให้เขา ‘เอาเลย ทรีตฉันแย่ๆ ได้เลย’ เพราะนี่เป็นการที่เราจะไม่รู้สึกว่าเราต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของผู้อื่น หากเขาเลือกจะทำแบบนั้น และ “หากมีใครมาล้ำเส้นหรือปฏิบัติไม่ดี คำว่า Let Them ก็จะหมายถึง การเข้าใจว่าสิ่งที่พวกเขาทำ มันก็กำลังสะท้อนตัวตนของพวกเขา ไม่ใช่คุณ”
เพราะเราไม่จำเป็นต้องอธิบายทุกอย่างให้ทุกคนเข้าใจตลอดเวลา เรารู้ตัวดีที่สุดว่าเราเป็นอย่างไร และแม้ว่าเขาจะเข้าใจผิด หรือไม่ชอบ หรือคิดไม่ดีกับเราแค่ไหน แต่ท้ายที่สุด ถ้าเราไม่เก็บเอาคำพูดร้ายๆ ของเขามาบั่นทอนหรือกล่าวโทษตัวเอง ว่าฉันทำอะไรผิด เขาถึงคิดแบบนั้น แบบนี้ เราอาจจะพบหนทางที่ใจเบาลง และทุกข์น้อยลงก็ได้ แต่สำหรับใครที่ถูกทำร้าย ถูกเอาเปรียบ หรือ ถูกคุกคาม การเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเอง ก็ยังเป็นเรื่องที่ทำได้เสมอ เพื่อเป็นการยืนหยัดเพื่อตัวเอง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่ใช่ทุกคนจะมีสภาพจิตใจที่พร้อมสู้กับความเห็นลบๆ ได้ตลอด บ้างก็อาจมีปัจจัยแวดล้อมที่เผชิญอยู่ต่างกันที่เราไม่อาจตัดสินได้ วิธีนี้จึงเป็นอีกวิธีการพักใจในแบบฉบับที่เราดูแลจิตใจเบื้องต้นได้อีกทางหนึ่ง ที่สามารถทำได้โดยการโฟกัสที่จิตใจตัวเองเป็นหลัก
อ้างอิง:
https://www.verywellmind.com/let-them-theory-8773871
https://www.wondermind.com/article/let-them-theory/
https://www.theguardian.com/wellness/2025/jan/29/let-them-mel-robbins-self-help-mantra
https://www.womenshealthmag.com/uk/health/mental-health/a63770368/let-them-theory-mel-robbins/
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- วิธีปล่อยวางแบบ ‘Let Them Theory’ เมื่อเรา ‘เข้าใจตัวเอง’ มากพอ จนใครอยากคิดอะไรก็คิด อยากเข้าใจผิดก็ช่าง เพราะไม่อยากอธิบายตัวเองให้เหนื่อยอีกแล้ว
- ชุดที่ใส่ บอกอะไรได้บ้าง? เมื่อชุดที่ใส่ อาจสะท้อนตัวตน และสภาวะจิตใจของเราได้มากกว่าที่คิดในสายตานักจิตบำบัด
- BDMS Wellness Clinic จับมือ Global Wellness Institute และพันธมิตรสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจเวลเนสในไทย ที่มีมูลค่าเติบโตเป็นอันดับ 1 ของโลก
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com