โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: โลกจับตาเลือกตั้งไต้หวัน กำหนดทิศทางสัมพันธ์จีน
โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: โลกจับตาเลือกตั้งไต้หวัน กำหนดทิศทางสัมพันธ์จีน
วันที่ 13 มกราคม 2024 คูหาเลือกตั้งทั่วเกาะไต้หวันจะเปิดให้ประชาชนมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสภานิติบัญญัติ ท่ามกลางการจับตาจากทั่วโลกตั้งแต่กรุงปักกิ่งในจีนไปจนถึงกรุงวอชิงตันของสหรัฐอเมริกา ผู้ชนะจะเป็นคนชี้ชะตาอนาคตของไต้หวันที่ต้องเลือกระหว่าง “สันติภาพและสงคราม” ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เลวร้ายระหว่างจีนและไต้หวัน ที่มีมุมมองเกี่ยวกับการปกครองเกาะไต้หวันที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกตั้งที่จัดได้ว่าเป็นครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของไต้หวันในครั้งนี้เป็นอย่างไร ผู้สมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีเป็นใครบ้าง และอะไรคือสิ่งที่ชาวไต้หวันให้ความสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด
แต่ก่อนที่จะไปดูผู้สมัครประธานาธิบดีว่าเป็นใครและมีจุดยืนอย่างไร เราจำเป็นต้องเข้าใจปัญหาระหว่างไต้หวันและจีนอย่างคร่าวๆ เสียก่อน จีนมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีนที่วันหนึ่งจะถูกผนวกรวมเข้ากันเป็นหนึ่งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แถมประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเองก็ไม่ปฏิเสธการใช้กำลังเข้ายึดครองไต้หวัน ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและจีนในช่วงที่ นางไช่ อิงเหวิน จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันมานับตั้งแต่ปี 2016 ย่ำแย่ลงอย่างหนัก เพราะจีนมองว่าประธานาธิบดีไช่และพรรคดีพีพีสนับสนุนการประกาศเอกราชจากจีน ซึ่งเป็นเรื่องที่จีนรับไม่ได้เด็ดขาด ทำให้จีนตัดการพูดคุยในระดับสูงกับนางไช่ ส่งเครื่องบินรบและเรือจำนวนมากไปซ้อมรบใกล้เกาะไต้หวัน อีกทั้งยังเพิ่มแรงกดดันทางทหารและการทูตจนยกระดับความกังวลว่าจะเกิดสมรภูมิเพิ่มขึ้นอีกแห่งของโลก
ในเมื่อประธานาธิบดีไช่ดำรงตำแหน่งมาจนครบวาระ 2 ครั้ง ทำให้ นายไล่ ชิงเต๋อ รองประธานาธิบดีไต้หวันคนปัจจุบัน เป็นผู้สมัครของ พรรคดีพีพี ในการชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีไต้หวัน นายไล่กล่าวว่าเขาจะสานต่อนโยบายของนางไช่ต่อไป หากเขาชนะการเลือกตั้ง และเน้นย้ำว่าไต้หวันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจีน พร้อมกล่าวว่าการเลือกตั้งไต้หวันครั้งนี้เป็นการเลือกระหว่าง “ประชาธิปไตยและเผด็จการ” อย่างไรก็ดี นายไล่ได้ให้คำมั่นว่าจะรักษาสถานะเดิมที่เป็นอยู่ของไต้หวัน ซึ่งไม่ได้ประกาศเอกราชหรือยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีน พยายามมีปฏิสัมพันธ์กับจีน และว่าการเจรจาพูดคุยสามารถลดความเสี่ยงในช่องแคบไต้หวันได้และการพัฒนาอย่างสันติถือเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับทั้งสองฝ่ายรวมถึงโลกอีกด้วย แต่ทางฝั่งจีนได้ต่อต้านนายไล่และ นางเซียว บีคิม อดีตผู้แทนไต้หวันประจำสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีร่วมกับนายไล่ ว่าสนับสนุนการแยกตัวของไต้หวันและทำลายความสงบสุขในช่องแคบไต้หวัน
ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันในครั้งนี้อีกคนคือ นายโหว โหย่วอี๋ จาก พรรคก๊กมินตั๋ง (เคเอ็มที) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของไต้หวัน นายโหว อดีตอธิบดีสำนักงานตำรวจแห่งไต้หวัน ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองนิวไทเป พรรคเคเอ็มทีมักจะสนับสนุนให้ไต้หวันมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีนแต่ปฏิเสธว่าพรรคไม่ได้ฝักใฝ่จีนแต่อย่างใด นายโหวแสดงภาพลักษณ์ของการเป็น “ผู้พิทักษ์ไต้หวัน” โดยเขากล่าวว่าจะเริ่มเปิดการพูดคุยกับจีนใหม่และจะนำความสงบกลับคืนมาสู่ช่องแคบไต้หวันอีกครั้งให้ได้ พร้อมกับโจมตีนายไล่ว่าเป็นพวกแบ่งแยกดินแดนที่น่าอันตรายและเตือนว่าพรรคดีพีพีจะทำให้ไต้หวันเข้าใกล้สงคราม นอกจากนั้นแล้ว นายโหวสนับสนุนจุดยืนของพรรคก๊กมินตั๋งที่ยึดมั่นว่าไต้หวันและจีนเป็น “จีนเดียว” แต่แต่ละฝ่ายต่างตีความคำว่า จีนเดียว ในแบบของตัวเอง นายโหวยังคัดค้านการประกาศเอกราชของไต้หวันอย่างหนักแน่น แต่ก็ยังเน้นย้ำว่ามีเพียงชาวไต้หวันเท่านั้นที่จะสามารถตัดสินอนาคตของไต้หวันได้และจะยังคงสนับสนุนการพัฒนาด้านความมั่นคงของเกาะและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐต่อไป
ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันคนสุดท้ายคือ นายเค่อ เหวินเจ๋อ จาก พรรคประชาชนไต้หวัน (ทีพีพี) ที่เขาเป็นคนก่อตั้งในปี 2019 นายเค่อ เป็นศัลยแพทย์และเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีกรุงไทเป เขาให้ความสำคัญกับเรื่องรายได้และปากท้องของประชาชน อาทิ ราคาบ้านที่พุ่งสูงในไต้หวัน นายเค่อได้ขึ้นเวทีหาเสียงวิจารณ์ทั้งพรรคดีพีพีของนายไล่ และพรรคก๊กมินตั๋งของนายโหว เขากล่าวว่านี่คือการดวลกันระหว่างพรรคการเมืองหน้าใหม่และอำนาจการเมืองเก่าของไต้หวัน และว่าเรื่องที่ต้องเน้นย้ำมากที่สุดในการแก้ปัญหาเรื่องจีนคือต้องเคารพความเป็นประชาธิปไตยและวิถีชีวิตของชาวไต้หวัน
ผลการเลือกตั้งของไต้หวันในครั้งนี้ถือว่าคาดเดาได้ยากมาก เพราะสถานการณ์ในไต้หวันเมื่อ 4 ปีที่แล้วต่างกับปัจจุบันมาก นางไช่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2020 แบบแลนด์สไลด์ เพราะชาวไต้หวันในขณะนั้นมีความกังวลว่าไต้หวันจะเป็นแบบฮ่องกงที่มีการปราบปรามผู้เห็นต่างกับจีนอย่างหนัก แต่โลกในปัจจุบันเต็มไปด้วยสงครามสู้รบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอิสราเอล-กลุ่มติดอาวุธฮามาส สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ลากยาวมากำลังจะเข้าสู่ปีที่ 2 ทำให้บางคนเริ่มกังวลว่าคู่ขัดแย้งต่อไปของโลกอาจเป็นจีนและไต้หวัน เช่น อู๋ เป่ยลี่ ผู้สนับสนุนของพรรคก๊กมินตั๋ง วัย 56 ปี ที่ไม่อยากให้ไต้หวันกับจีนเป็นเหมือนรัสเซียกับยูเครน ที่สงครามได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นวงกว้าง ขณะที่พนักงานดูแลบ้านพักอาศัยคนหนึ่งให้ความเห็นว่า หากชาวไต้หวันเลือกผู้นำผิด ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและจีนอาจตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ไต้หวันก็ไม่สามารถหวนกลับไปสู่อ้อมอกของจีนได้อีกต่อไป “ไต้หวันคือประเทศเสรีและเป็นประชาธิปไตย เราไม่อยากมีชีวิตอยู่แบบถูกมัดมือมัดเท้า”
หลิว เหวิน ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์วิทยาจากสถาบันวิชาการ Academia Sinica ของไต้หวัน กล่าวให้ความเห็นว่า ชาวไต้หวันที่มีอายุมาก ซึ่งหลายคนเติบโตมาในยุคที่ไต้หวันมีการปกครองแบบเผด็จการและมีครอบครัวที่อพยพจากจีนมาไต้หวันหลังสิ้นสุดสงครามกลางเมืองจีนในปี 1949 มองว่าการผนวกรวมเข้ากับจีนเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และพวกเขาไม่มีปฏิกิริยาต่อการที่จีนเพิ่มแรงกดดันต่างๆ มายังไต้หวัน หรือจัดการซ้อมรบรอบไต้หวัน เพราะพวกเขามองว่าสุดท้ายแล้วจีนและไต้หวันจะต้องรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวสักวัน แต่แนวคิดดังกล่าวค่อยๆ ลดน้อยลงในหมู่คนรุ่นใหม่ ในปี 1992 ประชาชนในไต้หวันราว 1 ใน 4 ระบุว่าพวกเขาคือชาวจีน
แต่ผลสำรวจที่เก็บข้อมูลในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยแห่งชาติเจิ้งจื้อของไต้หวันพบว่า เหลือประชาชนน้อยกว่า 3% ที่ยังบอกว่าตนคือชาวจีน ผลสำรวจทางการเมืองยังชี้ว่าคนที่บอกว่าพวกเขาคือชาวไต้หวันและไม่ใช่ชาวจีนมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนพรรคดีพีพีของนายไล่ที่สนับสนุนการแยกตัวจากจีน แต่กลุ่มคนรุ่นใหม่บางส่วนที่เลือกพรรคดีพีพีของนางไช่ อิงเหวินในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว กลับเริ่มหันไปสนับสนุนพรรคทีพีพีของนายเค่อ ที่วางตัวว่าเป็น “ทางเลือกที่สามารถทำได้จริง” และอาจไม่ได้เน้นเรื่องอุดมการณ์มากเหมือนกับผู้สมัครอีก 2 คน นายเค่อกล่าวว่าเขาจะยังคงเพิ่มการป้องปรามจีน แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีการพูดคุยติดต่อกับจีนอยู่เป็นประจำ แม้ว่าจะไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเขาจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จอย่างไร
ถึงอย่างนั้นก็ตาม นายออสติน หวาง ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเนวาดาลาสเวกัส ประเทศสหรัฐ ให้ความเห็นว่า ประเด็นเกี่ยวกับจีนไม่ใช่สิ่งที่ชาวไต้หวันมองว่าสำคัญที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่กลับเป็นเรื่องปัญหาชีวิตความเป็นอยู่เพราะชาวไต้หวันหลายคนคิดว่าสถานะเดิมของไต้หวันจะยังไม่เปลี่ยนแปลงในทันทีทันใด ทำให้พวกเขาสามารถหันไปสนใจเรื่องปัญหาอื่นๆ เช่น ความยุติธรรมในสังคม ราคาบ้านที่พุ่งสูง หรือเศรษฐกิจ
คนหนุ่มสาวชาวไต้หวันหลายคนเชื่อว่านายเค่อจะสามารถทำให้เศรษฐกิจของไต้หวันมีความเท่าเทียมมากขึ้น เพราะนายเค่อถูกมองว่ามีความเข้าใจปัญหาที่ชาวไต้หวันรุ่นใหม่ต้องเผชิญมากกว่าผู้สมัครอีก 2 คน แต่บางส่วนก็เคลือบแคลงใจว่านายเค่อจะดูแลเรื่องปากท้องของชาวไต้หวันได้จริงหรือ เพราะพรรคของเขาไม่มีประสบการณ์ดูแลเรื่องเศรษฐกิจในระดับสูงมาก่อน
การเลือกตั้งไต้หวันในครั้งนี้จึงมีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะผู้สมัครทั้ง 3 คน มีจุดยืนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน นายไล่ที่ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไต้หวันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจีน นายโหวที่ต้องการจะเข้าหาจีน และนายเค่อที่มุ่งเน้นเรื่องปัญหาปากท้อง ตอนนี้คงขึ้นอยู่กับชาวไต้หวันแล้วว่าพวกเขาต้องการให้อนาคตของตัวเองเป็นอย่างไร สุดสัปดาห์นี้คงรู้กัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: โลกจับตาเลือกตั้งไต้หวัน กำหนดทิศทางสัมพันธ์จีน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th