โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดธุรกิจดาวรุ่งปี 2567 ‘เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ’ มาแรง!!

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 ธ.ค. 2566 เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2566 เวลา 01.10 น. • The Bangkok Insight

สสว.เปิด 5 ธุรกิจแรงปี 67 "โชห่วย-เที่ยววิถีชุมชน" รั้งแชมป์ ส่วน "ธุรกิจเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ" มาแรง ปี 2566 โตถึง 1,925% ปีหน้าแข้งเดือดขยายตัวในต่างจังหวัด

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาสถานการณ์และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจของ SME พิจารณาจากตัวชี้วัดสำคัญ คือ อัตราการเติบโตของธุรกิจเทียบกับปีที่ผ่านมา ปี 2567 มีธุรกิจ SME ทั้งกลุ่มที่เป็นดาวรุ่ง และกลุ่มธุรกิจที่ต้องเฝ้าระวัง พบว่า มี 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่เป็นดาวรุ่งต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน และกลุ่มดาวรุ่งพุ่งแรงสำหรับปี 2567

กลุ่มธุรกิจดาวรุ่งต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน ได้แก่

1. ธุรกิจขายของชำ หรือ ร้านโชห่วย เติบโตถึง 940% ร้านค้าเหล่านี้ สามารถซื้อสินค้าครั้งละน้อย ๆ ยืดหยุ่นการชำระเงิน มีความสัมพันธ์และใกล้ชิดกับคนในชุมชน

2. ธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนสัมผัสวัฒนธรรมชนบท เติบโต 187% หลังสถานการณ์โควิด-19 เทรนด์การท่องเที่ยวของโลกเปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวนิยมท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติมากขึ้น วิถีชีวิตชุมชน

3. ธุรกิจขายของในบ้านมือสอง และซ่อมเฟอร์นิเจอร์ เติบโตกว่า 263% เนื่องจากราคาซ่อมมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการซื้อใหม่ หลายสินค้าราคาสูงจากต้นทุนการผลิตที่ปรับขึ้น อีกทั้งความจำเป็นในการใช้งานตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่ กำลังซื้อที่ลดลง ประกอบกับเทรนด์การรักษ์โลก ผู้คนหันกลับมามองสิ่งของรอบตัวที่เรามีในชีวิตประจำวัน

4. ธุรกิจเกี่ยวกับสื่อ เช่น การตัดต่อ และการจัดผังรายการ เติบโต 199% เนื่องจากหลังโควิด-19 ธุรกิจเกี่ยวกับสื่อปรับกลยุทธ์ขยายแพลตฟอร์มไปทางสื่อออนไลน์เพิ่มขึ้นการเข้าสู่อาชีพ Youtuber การสร้างกระแสในโลก Social ที่ง่ายขึ้น

5. ธุรกิจผับ บาร์ ร้านขายแอลกอฮอล์ เติบโต 125% เนื่องจากหลังโควิด-19 มีการท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ กลับมาใช้ชีวิตยามราตรีปกติ สอดคล้องกับการท่องเที่ยวที่ขยายตัว เป็นธุรกิจที่สร้างกำไรสูง ผู้ประกอบการสามารถคืนทุนได้เร็ว

กลุ่มธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรงในปี 2567 ได้แก่

1. ธุรกิจเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เติบโตถึง 1,925% ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ จากรูปแบบพฤติกรรมกลุ่มคนเมือง ที่เปลี่ยนไปต้องการใช้เวลาในการทำกิจกรรมในชีวิตหรือพักผ่อน เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญสามารถซักและอบเสร็จได้ในเวลาเพียง 20-40 นาที ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องซัก-อบ ที่มีราคาสูง คาดจะขยายตัวในเขตชุมชนจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ

2. การผลิตน้ำอัดแก๊สและโซดา เติบโต 1,109% หลังโควิดคลี่คลายผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม ได้รับความนิยม มีรสชาติและรูปแบบแปลกใหม่มากขึ้น ทั้งในรูปน้ำผลไม้ต่าง ๆ ผู้บริโภคเองก็มีทางเลือกมากขึ้น

3. ร้านตัดเย็บและซ่อมเครื่องแต่งกาย เติบโต 667% จากเศรษฐกิจชะลอตัว หลังโควิดผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายนำเสื้อผ้าเก่ามาแก้ เพื่อใช้งานหรือการหาซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ราคาถูกแต่ต้องปรับแก้ทรง เนื่องจากไม่ได้ลองก่อนซื้อ

4. กิจกรรมสันทนาการ อาทิ ร้านขายเครื่องดนตรี ร้านเกม เติบโต 349% เนื่องจากสถานการณ์ปกติ ทำให้กิจกรรมนี้กลับมาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

5. บริการเกี่ยวกับงานศพครบวงจร เติบโต 285% ตอบสนองคนเมือง ครอบครัวขนาดเล็ก ลดความยุ่งยากและเวลาในการดำเนินการ เลือกตามงบประมาณลูกค้า อีกทั้งประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยธุรกิจจึงเติบโตต่อเนื่อง

6. ธุรกิจร้านเสริมสวย เติบโต 193% จากเศรษฐกิจฟื้นตัว กิจกรรมบันเทิงและความงามยังคงเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจ

ธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง 2 ปีต่อเนื่อง 2566 และ 2567 คือ ธุรกิจหอพักนักศึกษา เนื่องจากสถานศึกษา มีการเรียนการสอนแบบออนไลน์มากขึ้น นักศึกษาส่วนใหญ่เลือกพักห้องเช่าแบบอพาร์ทเม้นท์และคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น

ธุรกิจที่เริ่มต้องเฝ้าระวังในปี 2567 เนื่องจากเคยเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงจากปี 2566 แต่ในปี 2567 มีแนวโน้มชะลอตัวลง มี 3 กลุ่มหลัก

1. ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มือสอง เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หดตัวมากถึง 82% เนื่อกจากปัจจุบันสินค้ามือหนึ่งราคาถูกลงมาก มีหลายระดับให้เลือก ผู้บริโภคมีการเปรียบเทียบราคาได้ง่าย

2. ธุรกิจขายงานฝีมือและของที่ระลึก เช่น เครื่องเงิน เครื่องจักรสานตามสถานที่ท่องเที่ยว หดตัวถึง 75% เนื่องจากการขายสินค้าในออนไลน์เป็นที่นิยม มีสินค้าเกือบทุกประเภทขายบนออนไลน์ ทำให้มีแรงกระตุ้นน้อยลงที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อสินค้าจากการไปท่องเที่ยวที่นั้น ๆ

3. ธุรกิจเกสเฮ้าส์ หดตัวกว่า 65% หลังโควิด-19 ผ่านไป พฤติกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยน นักท่องเที่ยวนิยมพักระยะสั้น-กลาง หันไปนิยมห้องพักที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่า หรือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวมากขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...