ACPG เดินหน้าขาย IPO ระดมทุนลุยพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ทรัพย์สินรอการขาย
อัลฟาแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป หรือ ACPG มองแนวโน้มธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในไทยยังโตอีกมากหลังมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ของธปท.สิ้นสุดลงในปี 66 เตรียมขาย IPO จำนวน 1,041.23 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายพอร์ต
นายไมเคิล บีแคว๊ท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลฟาแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ACPG เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในประเทศไทยยังมีอีกมากจากอุปทานของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสให้แก่บริษัทฯ ในการเข้าลงทุนเพื่อขยายพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
ทั้งนี้คาดว่าหลังจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจอันเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สิ้นสุดลงในช่วงสิ้นปี 2566 จะมีปริมาณสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในระบบเพิ่มขึ้น
โดยพิจารณาได้จากการคาดการณ์ยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษของธนาคารพาณิชย์โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 จำนวน 1,123,485 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีจำนวน 436,238 ล้านบาท และคาดการณ์ยอดคงค้างสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของธนาคารพาณิชย์ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 จำนวน 492,303 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 ซึ่งมีจำนวนเท่ากับ 465,026 ล้านบาท
+ACPG ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ดำเนินธุรกิจผ่าน 2 บริษัทย่อย ได้แก่ +
- บริษัท บริหารสินทรัพย์อัลฟาแคปปิตอล จำกัด (ALPHA)
- บริษัท บริหารสินทรัพย์ ไวร์เลส จำกัด (WAMC)
โดยมีธุรกิจบริหารสินทรัพย์อย่างครบวงจรเป็นธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) ที่มีหลักประกัน โดยการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพรายอื่นในประเทศไทย มุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่มีหลักประกันที่หลากหลายทั้งประเภทของสินทรัพย์และที่ตั้ง และบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพด้วยการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้เพื่อหาข้อตกลงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทุกฝ่ายเท่าที่เป็นไปได้
ธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ทรัพย์สินรอการขายส่วนใหญ่มาจากการประมูลซื้อหลักประกันสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของบริษัทฯ จากการขายทอดตลาด หรือการตีทรัพย์ชำระหนี้ของลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพจะคำนึงถึงคุณภาพของทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันและพิจารณาความต้องการของตลาด เพื่อให้จำหน่ายทรัพย์สินดังกล่าวได้ในมูลค่าที่เหมาะสม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 ACPG มีสินทรัพย์รวม 6,350.6 ล้านบาท
นายไมเคิล กล่าวว่า บริษัทฯ มีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบส่งผลให้สามารถจัดหา บริหารจัดการ และสร้างกระแสเงินสดจากสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของทีมผู้บริหารและบุคลากรหลักที่ผ่านการร่วมงานกับ Joint Venture ระหว่าง General Electric Capital และ Goldman Sachs ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียงระดับโลก
ประกอบกับมีกลยุทธ์การปรับโครงสร้างหนี้ที่หลากหลาย สามารถปรับให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ได้ เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เหมาะสมที่สุดต่อทุกฝ่ายเท่าที่เป็นไปได้
สำหรับปี 2565 บริษัทฯ มีสัดส่วนเงินที่จัดเก็บได้ต่อมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขายสุทธิที่ร้อยละ 33.2 % แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการจัดหา บริหารจัดการ และสร้างกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิเท่ากับ 3,383.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.2 เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2565 และมีทรัพย์สินรอการขายสุทธิเท่ากับ 1,982.3 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.4 เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2565
ในปี 2565 ACPG มีรายได้จากการดำเนินงาน 728.0 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 223.4 ล้านบาท และในงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงาน 311.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 138.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 และ ร้อยละ 26.9 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้เมื่อช่วงเดือนก.ย.ที่ผ่านมา บมจ.อัลฟาแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 1,041.23 ล้านหุ้น คิดเป็น 45% ของหุ้นทั้งหมดภายหลัง IPO และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ และ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
การเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ แบ่งเป็นหุ้นเพิ่มทุน 578.46 ล้านหุ้น, หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Pacific Investment Management (Mauritius) Limited (PIM) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิม 312.37 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย 9 Basil ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิม 300.12 ล้านหุ้น
บริษัทมีวัตถุประสงค์การใช้เงินจากการระดมทุนครั้งนี้เพื่อใช้ลงทุนในพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย , เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืม และ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ