ชาติอาหรับวอน 'ฮามาส-อิสราเอล' หยุดยิงทันที บลิงเกนแย้งอาจช่วยฮามาสรวมพล-หวนโจมตียิว
ชาติอาหรับวอน ‘ฮามาส-อิสราเอล’ หยุดยิงทันที บลิงเกนแย้งอาจช่วยฮามาสรวมพล-หวนโจมตียิว
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ผู้นำชาติอาหรับได้กล่าวประณามการเสียชีวิตของชาวปาเลสไตน์จำนวนหลายพันคนในสงครามระหว่างกลุ่มติดอาวุธฮามาสและประเทศอิสราเอลที่ลากยาวมาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมกับเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทันที อย่างไรก็ดี นายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐได้กล่าวเตือนว่าการทำเช่นนั้นอาจทำให้กลุ่มฮามาสสามารถรวบรวมกำลังพลและกลับมาโจมตีอิสราเอลอีกครั้ง
ภายหลังการหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอียิปต์ จอร์แดน ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเจ้าหน้าที่อาวุโสของปาเลสไตน์ในกรุงอัมมาน เมืองหลวงของประเทศจอร์แดน นายบลิงเกนได้แถลงข่าวร่วมกับนายซามิห์ ชุกรี รัฐมนตรีต่างประเทศของอียิปต์และนายอัยมาน ซาฟาดี รัฐมนตรีต่างประเทศของจอร์แดนเพื่อพูดคุยถึงเรื่องที่บลิงเกนระบุว่าเป็นความปรารถนาร่วมกันที่จะปกป้องพลเรือนในฉนวนกาซาและเพิ่มการส่งความช่วยเหลือเข้าไปในกาซา
รัฐมนตรีต่างประเทศของชาติอาหรับได้เรียกร้องให้มีการยุติการสู้รบในทันทีพร้อมกับประณามแผนการทำสงครามของอิสราเอล โดยนายชุกรีกล่าวว่า การเสียชีวิตของพลเรือนหลายพันคนไม่สามารถนำไปใช้แก้ตัวว่าเป็นการป้องกันตัวเองได้ และนี่ถือเป็นการลงโทษแบบเหมารวมต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของกาซาได้ระบุเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนว่า ขณะนี้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตในฉนวนกาซาไปแล้วกว่า 9,488 ราย
นอกจากนั้นแล้ว นายชุกรียังกล่าวอีกว่า ความรับผิดชอบของประชาคมระหว่างประเทศคือการแสวงหาการยุติการสู้รบ ไม่ใช่การส่งเสริมให้ความรุนแรงเกิดขึ้นต่อไป ขณะที่นายซาฟาดีกล่าวว่า ตอนนี้เราจำเป็นต้องทำให้แน่ใจว่าสงครามนี้จะยุติลง
อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีต่างประเทศของอาหรับบอกว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงอนาคตของฉนวนกาซาภายหลังสงคราม ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่บลิงเกนให้ความสนใจ โดยเจ้าหน้าที่ของชาติอาหรับระบุว่า การยุติการสู้รบและฟื้นฟูความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องจัดการเป็นอย่างแรก ด้านนายบลิงเกนได้เน้นย้ำจุดยืนของประเทศสหรัฐว่า การหยุดยิงจะเป็นภัยต่อสิทธิและพันธกรณีของอิสราเอลในการที่จะปกป้องพลเรือนของตนเองหลังการบุกเข้ามาโจมตีของกลุ่มฮามาสในทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลจำนวน 1,400 รายและมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน 240 คน บลิงเกนให้ความเห็นด้วยว่าการหยุดยิงในตอนนี้จะทำให้กลุ่มฮามาสเข้าประจำที่ สามารถรวบรวมกำลังพลและทำการโจมตีอิสราเอลอีกครั้ง ดังนั้นการเน้นย้ำสิทธิและพันธกรณีในการป้องกันตนเองของอิสราเอลจึงเป็นสิ่งสำคัญ
บลิงเกนยังกล่าวอีกว่า สหรัฐสนับสนุนให้อิสราเอลทำการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม (humanitarian pauses) เพื่อเปิดทางให้มีการส่งความช่วยเหลือเข้าไปในฉนวนกาซามากขึ้น ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าวถูกนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลปฏิเสธระหว่างการหารือกับนายบลิงเกนเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน โดยให้เหตุผลว่าเขาจะไม่ยินยอมให้มีการหยุดยิงชั่วคราวกับกลุ่มฮามาสจนกว่าฮามาสจะปล่อยตัวประกันจำนวน 240 คน และสหรัฐยังสนับสนุนให้มีการเพิ่มการอพยพชาวต่างชาติออกจากฉนวนกาซาไปยังอียิปต์ ด้านนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่รัฐเดลาแวร์ ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนว่า มีความคืบหน้าในความพยายามของสหรัฐที่จะโน้มน้าวให้อิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม