โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สรุปสาเหตุหุ้น M การฟื้นตัวที่ช้า ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงเกือบครึ่ง ?

Stock2morrow

อัพเดต 12 ม.ค. 2567 เวลา 02.06 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. 2567 เวลา 02.06 น. • Stock2morrow
สรุปสาเหตุหุ้น M การฟื้นตัวที่ช้า ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงเกือบครึ่ง ?

เมื่อหลายปีก่อน หุ้น M หรือ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ถือเป็นหุ้นธุรกิจร้านอาหารดาวเด่นในตลาดหุ้นไทย โดยเข้ามาในช่วงเดือนสิงหาคมปี 2556
เข้าตลาดมาด้วยราคา IPO 49 บาท และพุ่งสูงไปถึง 90 บาท จากสตอรี่ของการเติบโต ผลประกอบการที่ดูดีต่อเนื่อง
และธุรกิจร้านอาหารสุกี้ที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงการพยายามเปิดร้านอาหารแบรนด์ใหม่ๆ เจาะกลุ่มตลาดลูกค้าใหม่ๆอยู่เสมอ

แต่ในช่วง 4-5 ปีมานี้ หุ้น M กลายมาเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง
โดยถ้านักลงทุนถือหุ้นมา 12 เดือน จะได้ผลตอบแทน -35% เข้าไปแล้ว
หรือถ้าใครถือหุ้นมานานเกือบ 5 ปี จะขาดทุนไปกว่า 50%
คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับหุ้น M พื้นฐานของธุรกิจเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

เราต้องเข้าใจก่อนว่า M มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องไปในทางที่ดี ..
เช่น การขยายสาขาใหม่ๆ การเปิดร้านอาหารแบรนด์ใหม่ เน้นตลาดพรีเมี่ยมมากขึ้น และเน้นความเป็นไลฟสไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของคนเมือง
รวมถึงการทุ่มเงินไปกว่า 2 พันล้านบาทเข้าซื้อ "แหลมเจริญ ซีฟู้ด"
ซึ่งกระแสการเข้าซื้อกิจการเป็นไปในทางบวก เพราะ M มีฐานเงินทุนที่ดี การเข้าซื้อกิจการจะเป็นการเติบโตทางลัดที่เร็วกกว่าการมานั่งปั้นแบรนด์เอง
การซื้อแหลมเจริญ อาจทำให้ MK นำความรู้ของตนมาพัฒนาต่อยอดให้แหลมเจริญ

รวมถึงช่วงวิกฤตโรคระบาด COVID-19 บริษัทก็หันมาเน้นทำเดลิเวอร์รี่มากขึ้น
และเน้นอาหารประเภท "อาหารจานเดียว" ในราคาที่ถูกลง
ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาหุ้นลดลงเป็นเพราะวิกฤต COVID-19 …

1. วิกฤต COVID-19 ทำให้ผลประกอบการแย่ลง
ปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2.60 พันล้านบาท
ปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 907 ล้านบาท
ปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 130 ล้านบาท
ปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1.43 พันล้านบาท

ไม่เพียงแค่ผลประกอบการที่ลดลง แม้แต่ ROE ก็ลดลงด้วย
โดยก่อนโควิด บริษัทเคยมี ROE สูงถึง 18.28% และเคยสูงถึงระดับ 25% ในอดีต
แต่ตอนนี้เหลือเพียงระดับ 10-11% เท่านั้น
สอดคล้องกับทิศทางของอัตรากำไรสุทธิที่ลดลง จากที่เคยสูงถึง 14.6% เหลือเพียงระดับ 9% เท่านั้น

2. แนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่นักลงทุนคาดหวังไว้
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ฟินันเซีย มองว่า M ฟื้นตัวช้า ยังไม่น่าตื่นเต้น ยังไม่เห็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อ
และพร้อมจะปรับลดกำไรลงปีละ 8-12% ซึ่งเป็นความน่ากังวลมากที่สุด

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทเปิดเผยว่า ในปี 2567 บริษัทต้ังเป้าเติบโต 7% YoY (จากเดิมตั้งเป้าเป็นเลขสองหลัก)
และการขยายสาขา 21 สาขา (จากเดิม 30-40 สาขา)
โดยให้เหตุผลว่า การปรับแผนตามห้างค้าปลีก ค่าไฟที่แพงขึ้น ดังนั้น ผลประกอบการในอนาคตน่าจะยังเติบโตไม่โดดเด่น

ฝ่ายวิจัย มีการปรับกำไรสุทธิลดลง 8-12% ตั้งแต่ปี 2566 - 2568
โดยมองว่าในปี 2566 บริษัทน่าจะมีกำไรสุทธิเติบโต 9% YoY
ในปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิเติบโต 12% YoY
และในปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิเติบโต 8% YoY ซึ่งถือว่าเป็นไปอย่างเชื่องช้ากว่าในอดีต

ส่วนผลประกอบการระยะสั้น ในไตรมาส 4 ปี 2566
ฝ่ายวิจัยมองว่า มีแนวโน้มประกาศออกมาต่ำกว่าที่คาดเอาไว้ โดยน่าจะกำไรอยู่ที่ 405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% QoQ
จากการขยายสาขาเพียง 4 สาขา และยอดขายต่อสาขาลดลงราวๆ -2.5% Yoy ทำให้มองว่าผลประกอบการไม่สดใส

โดยสรุป ระยะสั้นไม่มีปัจจัยบวกที่จะช่วยผลักดันราคาหุ้นให้มี Upside เพิ่มขึ้นได้
สิ่งที่ยังพอคาดหวังได้ คือ แบรนด์ที่แข็งแกร่ง
และฐานะทางการเงินที่แข็งแรง ไม่มีภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยจ่าย และมีเงินสดในมือสูง
ฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นหุ้นที่เหมาะแก่การซื้อลงทุน และเป็นหุ้นระยะยาว มากกว่า

ทั้งนี้ หุ้น M ปรับตัวลงมามาก
สะท้อนความกังวลไประดับหนึ่ง จากหุ้นที่เคยซื้อขายบน P/E สูงถึง 38 เท่า ตอนนี้เหลือเพียง 25 เท่า
และมีเงินปันผลระดับ 3.54%
หน้าที่สุดท้ายของนักลงทุน คือ ติดตามความคืบหน้าและผลประกอบการของบริษัทอย่างใกล้ชิด
เพราะไม่แน่ว่า M อาจจะหาจุด Turning Point เจอ และกลายมาเป็นหุ้น Outperform ที่สร้างผลตอบแทนได้ดีเหมือนอย่างในอดีตที่ผ่านมา
------------------------------------------------------------------------------
Reference
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ฟินันเซีย

ผลประกอบการสำคัญ : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...