คลินิก แพทย์แผนไทย โตต่อได้ไม่ “Oversupply”
แพทย์แผนไทย มูลค่า 5 แสนล้านแข่งดุเข้าเขต Red Ocean “ JSP” มั่นใจจลาดไม่ Oversupply โดดปั้น “สุภาพโอสถสหคลินิก” วางโรดแมปสปีดอัพ 20 สาขาผ่านพาร์ทเนอร์พร้อมดีลรพ.เจาะลูกค้า A+และต่างชาติ กรุยทางสปินออฟเข้าตลาดหลักทรัพย์ ตั้ง-เฮลท์แคร์ คอมมูนิตี้มอลล์
ศาสตร์แพทย์แผนไทยและสมุนไพร ได้รับความนิยมอย่างมากจากการเข้ามาของโควิด-19 และปัจจุบันยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตรา 7.4% มูลค่าตลาดรวม 5 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ประเทศไทยภาครัฐมีความพยายามผลักดันการเติบโตของวัตถุดิบสมุนไพรเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวสร้างรายได้กว่า 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 และพร้อมผลักดันให้เป็น Soft Power เพื่อหนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
แน่นอนว่าความหอมหวานของตลาดคลินิกแพทย์แผนไทยหรือแพทย์ทางเลือกที่เติบโตล้อไปกับกะแสการรักสุขภาพของคนไทยทำให้มีผู้เล่นหน้าใหม่ตบเท้าเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องจนเกิดความกังวลว่าอาจเกิด การ Oversupply ได้ ซึ่งประเด็นนี้ นายพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการขายและการตลาดบริษัท โรงงานเภสัช อุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP หนึ่งในผู้เล่นตลาดสุขภาพโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สมุนไพรมากว่า 70 ปี มองว่าทุกอย่างมีขึ้นและมีลง เวลาจะคัดคนที่ไม่ใช่ตัวจริงออกและคัดคนที่ไปต่อได้
“ธุรกิจแพทย์แผนไทยมีความยากอีกเลเวลจากธุรกิจอื่นเพราะจะต้องมีทั้ง “ผู้ถือใบประกอบ” และสินค้าบริการกับราคาต้องแมทกับความต้องการของผู้บริโภคด้วย เราอยู่ในกลุ่ม Red Ocean แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าใครอึดที่สุดใครอยู่ยาวที่สุด ส่วนคลินิกที่มาตามกระแส ไม่ได้มีความรู้จริงมีอยู่ทุกวงการแต่สุดท้ายกลุ่มนี้ก็จะไปต่อไม่ได้”
หนึ่งในเป้าหมายของบริษัทคือการส่งออกออกอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่าน Soft Power อย่าง Thai Medicine ซึ่งสิ่งที่ JSP เข้ามาเกี่ยวเนื่องได้คือ “ยา และ แพทย์แผนไทย” ดังนั้นบริษัทจึงผลักดัน“คลินิกแผนไทย” ซึ่งปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนสถานพยาบาลภายใต้ชื่อ “สุภาพโอสถสหคลินิก” ให้บริการการแพทย์ 2 ศาสตร์คือ “แพทย์แผนโบราณ” กับ“แพทย์แผนโบราณประยุกต์” ครอบคลุมการจ่ายยา ทำหัตถการและการนวด ฯลฯ
“เราสนใจภาคการบริการเพราะ Service เป็นสิ่งที่เกิดการใช้ซ้ำ เพราะในเชิงธุรกิจ คลินิก จะมีลูกค้าประจำที่เหนียวแน่นมากกว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นั่นแปลว่า JSP จะมีลูกค้าประจำกลับเข้ามาใช้บริการซ้ำเรื่อยๆ แต่ยาจะกินเมื่อป่วย “หยุดป่วยให้หยุดกิน” ส่วน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับสมุนไพรกินเพื่อป้องกัน คลินิกนี้จะดูแล 3 อย่างคือเชิง ป้องกัน การรักษา บรรเทา”
หาพาร์ทเนอร์ช่วยสปีดขยายสาขา
ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่าปัจจุบัน“สุภาพโอสถสหคลินิก” เปิดให้บริการไม่ถึง 1 ปี มีเพียง 1 สาขาอยู่ที่ พระรามสาม 29 (ยานนาวา) เป็นสาขา Prototype หากประสบความสำเร็จ JSP ตั้งเป้าจะขยายสาขาเองไม่เกิน 3-5 สาขา ใช้งบสำหรับเช่าพื้นที่ รีโนเวตรวมค่าการตลาดไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อสาขา และแผนการขยายต่อไปคือก้าวกระโดดเป็นหลัก 10-20 สาขาขึ้นไป JSP จะไม่ขยายเองแต่จะมองหาพาร์ทเนอร์เข้ามาช่วยขยายสาขาต่อไป
“เราตั้งราคาที่เข้าถึงง่ายหรือราคาเกรด B เน้นปริมาณ ความท้าทายคือแต่ละคลินิกจะต้องมีแพทย์อย่างน้อย 2 คน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะบุคลากรหายาก และเมื่อทุกอย่างลงตัวทั้งค่าบริการและผลตอบรับ แผนการขยายต่อไปที่จะก้าวกระโดดเป็นหลัก 10 หรือ 20 สาขาเราจะหาพาร์ทเนอร์ในกลุ่มคลินิกหรือบริการทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นคลินิกแผนปัจจุบัน คลินิกความงาม ศูนย์ฟอกไตหรือแม้กระทั่ง Partner อื่นๆที่สามารถเปิดเป็น 1 sectionในธุรกิจของตัวเอง แม้กระทั่งร้านนวด หรือสปาที่มีความเก่งทางด้าน service ถ้าเกิดการ collabilation กับเราที่เก่งด้านโพรดักซ์การขยายเป็นหลักสิบหลักร้อยสาขาก็ไม่ใช่เรื่องยาก”
นอกจากนี้ JSP ยังตั้งเป้ารับลูกค้าเกรด A+และชาวต่างชาติ โดยการหาพาร์ทเนอร์โรงพยาบาลที่มีลูกค้าชาวต่างชาติอยู่แล้ว ซึ่งหลายๆโรงพยาบาลตอนนี้มีมุมแพทย์ทางเลือก มุมฝังเข็ม มุมนวดซึ่งเป็นเป้าหมายที่ JSP อยากเข้าไปต่อจิ๊กซอว์
“สุภาพโอสถสหคลินิก จะสามารถทำการตลาดได้ก็ต่อเมื่อมีสาขาเกิน 20 สาขาอย่างน้อยทั่วกรุงเทพฯ ทุกมุมเมือง และหัวเมืองใหญ่ เมื่อยิงโฆษณาทีเดียวลูกค้าจะสามารถทดลองใช้ได้ไม่เป็นภาระในการเดินทางตอนนี้เรามีการพูดคุยกับบริษัทมหาชนที่เป็นโรงพยาบาล เพราะนี่คือเซกเมนต์ที่จะทำให้เราสามารถรับลูกค้าชาวต่างชาติและคนไทยเกรด A+ ได้”
ตั้งเป้าปลายทาง “เฮลท์แคร์ คอมมูนิตี้มอลล์”
“เราพิสูจน์แล้วว่าองค์ความรู้ คน และตัวผลิตภัณฑ์ของเราทำให้คนสุขภาพดีขึ้นได้ ดังนั้นเราจะโฟกัสสิ่งที่เราเก่งส่วนสิ่งที่เราไม่เก่งเราให้คนอื่นทำ ถ้าเจอ พาร์เนอร์ที่ถูกต้องเราก็จะไปได้เร็ว ส่วนความร่วมกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่เราจะค่อยๆก้าวขึ้นบันไดทีละสเต็ป เป้าหมายสุดท้ายคือการทำ JV(Joint Venture) เพราะมีโอกาสผลักดันให้กลายเป็นบริษัทย่อยและเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อสร้างโอกาสในการลงทุนเพิ่มได้ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นต้องลองทำงานร่วมกันก่อน”
และสเกลใหญ่ที่สุดที่คาดหวังไว้คือการหาพาร์ทเนอร์มาช่วยสร้าง คอมมูนิตี้มอลล์ ที่ครบวงจรทั้ง preventive และ palliative ส่วนพาร์ทเนอร์รายเล็กหากคลินิก Prototype สำเร็จตามแผนและเริ่มสาขามากกว่า 20 สาขา JSP อาจเพิ่มโมเดลแฟรนไชส์หรือซื้อ License เพิ่มเติม
ซุ่มเสริมความแกร่งรอวันพร้อมเจาะตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้ปัจจุบัน JSP มีธุรกิจในพอร์ตครอบคลุมทั้งต้นน้ำคือธุรกิจการวิจัยและพัฒนาสินค้า-กลางน้ำธุรกิจโรงงานผลิต-ปลายน้ำธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสมุนไพร ธุรกิจตู้ยาอัตโนมัติและสหคลินิก หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้และตลาดมีความแข็งแกร่งพอทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สมุนไพรและคลินิก ผู้บริหารมองว่า JSP จะมีความเข้มแข็งในการออกสู่ต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบันเริ่มทำตลาดใน CLMV และมองหาพาร์ทเนอร์แล้ว
“ส่วนกลุ่มตลาดใหญ่อย่างจีนเราคงยังไม่มีความพร้อม สิ่งที่เราทำได้คือตั้งรับทัวร์ที่จะเข้ามา ซึ่งช่วงต้นปีเรามองว่าตลาดจีนจะ Recovery กลับมา 100% แต่ตอนนี้ใกล้ปิดปีแล้วยังกลับมาไม่ถึง 20% แต่ลูกค้า OEM ก็ยังมีการสั่งผลิตสินค้าอยู่ดังนั้นภาพรวมก็ถือว่าดีกว่าช่วงโควิดที่ทัวร์เป็นศูนย์”