โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทัวร์จีนประสานเสียงพร้อมโหมเที่ยวไทย ยักษ์เอเย่นต์ร้องขอต่อวีซ่าฟรี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ธ.ค. 2566 เวลา 14.53 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2566 เวลา 23.47 น.
Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

จีนเที่ยวไทยส่งสัญญาณดีต่อเนื่อง ยักษ์เอเย่นต์ “เซี่ยงไฮ้-หูเป่ย์-เฉิงตู” ประสานเสียงพร้อมกลับมาทำตลาดเต็มที่ ยันไทยยังครองเดสติเนชั่นยอดนิยมอันดับ 1 ร้องขอต่อมาตรการวีซ่าฟรีตลอดปี’67 นายกแอตต้าเผยเอเย่นต์ทัวร์แห่อัพเดตโปรดักต์เที่ยวไทยในงาน TAT&ATTA Road Show เซี่ยงไฮ้-เฉิงตู 2 เมือง กว่า 800 บริษัท ลั่นเป้าปีหน้า 7-8 ล้านคน ไม่ใช่เรื่องยาก ททท.มั่นใจปีหน้าตลาดฟื้นได้เท่าตัว ตั้งเป้านักท่องเที่ยวจีน 8.5 ล้านคน

นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวจีนมีสัญญาณดีขึ้นชัดเจนและต่อเนื่อง จากประมาณ 10,000 คนต่อวันเมื่อเดือนพฤศจิกายน ขยับเพิ่มขึ้นเป็น 12,000-15,000 คนต่อวัน

และเพิ่มขึ้นถึงวันละประมาณ 20,000 คน ในช่วงที่มีคอนเสิร์ต Jay Chou (8-9 ธันวาคม) ทำให้ช่วง 1-13 ธันวาคมมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาถึง 173,497 คน สูงสุดเป็นอันดับ 1 ยอดสะสม 11 เดือน (มกราคม-พฤศจิกายน 2566) กว่า 3 ล้านคน

ดีมานด์นักท่องเที่ยวจีนเพิ่มต่อเนื่อง

สอดรับกับนางสาวนงลักษณ์ อยู่เย็นดี ผู้อำนวยการสำนักงานเซี่ยงไฮ้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนจากมณฑลเซี่ยงไฮ้ และพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ เจ้อเจียง เจียงซู หูเป่ย์ ชานตง อานฮุย (โซนตะวันออก) มีดีมานด์การเดินทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คนที่เดินทางส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ขณะที่กลุ่มกรุ๊ปทัวร์จะนิยมเดินทางเป็นกรุ๊ปที่มีขนาดเล็กลง

โดยจุดหมายปลายทางหลักคือ กรุงเทพฯ และภูเก็ต ซึ่งเอเย่นต์ทัวร์จีนหลายรายก็เริ่มวางแผนทำชาร์เตอร์ไฟลต์เข้าไทยในช่วงตรุษจีนแล้ว ประเด็นสำคัญขณะนี้คือ ประเทศไทยต้องบริหารจัดการและสื่อสารให้นักท่องเที่ยวจีนเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยและไม่ให้มีข่าวเชิงลบ

“ในพื้นที่ที่ ททท.สำนักงานเซี่ยงไฮ้ดูแลมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทยทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ประชากรมีรายได้สูง จัดได้ว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ” นางสาวนงลักษณ์กล่าว

ยอดจองล่วงหน้าตรุษจีน 85-90%

นางรุ่ง กาญจนวิโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเฉิงตู การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ดูแลพื้นที่เฉิงตู ฉงชิ่ง ซินเจียง กานซู เสฉวน ฯลฯ (โซนตะวันตก) ที่กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยวในพื้นที่นี้ส่วนใหญ่หรือประมาณ 60% เป็นกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ และทุกเมืองมีแนวโน้มการเดินทางเพิ่มขึ้น โดยเฉิงตูเป็นพื้นที่ที่สายการบินกลับมาให้บริการได้ในสัดส่วนที่มากที่สุดที่ประมาณ 50% ที่สำคัญประชากรในโซนพื้นที่นี้นิยมเดินทางไปเที่ยวประเทศไทยมากที่สุด

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนนิยมจองล่วงหน้าเพียงแค่ 3-5 วัน แต่พบว่าตอนนี้อัตราการจองตั๋วโดยสารเข้าไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีนแล้วประมาณ 85-90% และบริษัททัวร์ต่าง ๆ ก็เริ่มกลับมาทำธุรกิจเพิ่มขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ยังเห็นแนวโน้มการกลับมาเพิ่มเส้นทางบินและจำนวนที่นั่งการบินของสายการบินต่าง ๆ อย่างชัดเจน

รวมถึงชาร์เตอร์ไฟลต์ เช่น เส้นทางเชียงใหม่ เป็นต้น ทำให้เชื่อมั่นว่าในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2567 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยในสัดส่วนที่เพิ่มชัดเจนแน่นอน

ลุ้นไทยต่อมาตรการ “วีซ่าฟรี”

นางสาวหยีว์ ผิง ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เซี่ยงไฮ้ หวานกั๋ว อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัทโฮลเซลรายใหญ่ มีสาขาดูแลตลาดทั่วสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า ปัจจุบันความกังวลเรื่องความปลอดภัยและข่าวเชิงลบของประเทศไทยลดลงแล้ว และเชื่อมั่นว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนออกไปประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาคนจีนชอบเที่ยวเมืองไทย แต่เวลามีข่าวลบก็จะถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วมาก ดังนั้น โจทย์ใหญ่ตอนนี้ก็คือ ทำอย่างไรที่จะไม่ให้มีข่าวเชิงลบออกมา

“เราทำตลาดในประเทศไทยมา 25 ปี และต้องปรับตัวสู้กับกลุ่มออนไลน์แทรเวลเอเย่นต์ หรือ OTA อย่างหนัก จึงอยากฝากถึงรัฐบาลไทยให้ช่วยสนับสนุนงบประมาณในการจัดแฟมทริปให้กับบริษัททัวร์ไปอัพเดตสินค้าและบริการใหม่ ๆ ของไทย เพื่อนำมาสื่อสารให้กับลูกค้าในจีน รวมถึงอยากให้รัฐบาลต่อมาตรการวีซ่าฟรีไปอีกอย่างน้อย 1 ปี เพราะขณะนี้ทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ยกเว้นวีซ่าให้กับคนจีนแล้ว” นางสาวหยีว์กล่าว

สอดรับกับนายเจี๋ย เจี้ยนจุน เจ้าของบริษัท หูเป่ย์ อิน เจอร์นี่ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์วิส ที่กล่าวว่า ปัจจุบันประชากรในพื้นที่มณฑลหูเป่ย์สนใจออกเดินทางเพิ่มขึ้นและมากเกินจำนวนที่นั่งสายการบินที่รองรับได้ บริษัทจึงหันไปทำตลาดผ่านสายการบินที่ให้บริการในเมืองปักกิ่ง กว่างโจว ชิงเต่า ฉงชิ่ง และเฉิงตู ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือ OTA ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่าปี 2567 นี้จะกลับมามีลูกค้าได้เท่ากับปี 2562 ซึ่งไทยยังเป็นเดสติเนชั่นที่คุ้มค่าสำหรับคนจีน จึงเชื่อว่าจำนวนคนจีนเที่ยวไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปีหน้าแน่นอน

นอกจากเรื่องความเชื่อมั่นแล้ว อยากให้รัฐบาลไทยพิจารณาเรื่องการต่อมาตรการวีซ่าฟรีให้กับนักท่องเที่ยวจีนต่อไปอย่างน้อย 1 ปี หรือหากได้ตลอดไปจะยิ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้คนจีนไปเที่ยวไทยมากขึ้น

เช่นเดียวกับบริษัทนำเที่ยวในมณฑลเฉิงตู โดยนายจิง จื่อหง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เฉิงตู ฟรี เจอร์นีย์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล เซอร์วิส จำกัด ที่กล่าวว่า แนวโน้มการเดินทางไปเที่ยวประเทศไทยของคนในพื้นที่เฉิงตูปรับตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ และยืนยันว่าประเทศไทยยังเป็นที่นิยมมากที่สุด และจากการทำตลาดชาร์เตอร์ไฟลต์ลงสมุยก็พบว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น และมีแผนเพิ่มเที่ยวบินชาร์เตอร์สู่สมุยเป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ในวันที่ 3 มกราคม 2567 จากปัจจุบัน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และมีแผนเพิ่มชาร์เตอร์ไฟลต์เส้นทางฉงชิ่งสู่สมุยอีก 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

นายจาง ซินหมิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซื่อชวน ซ่างไห่ แอร์ไลน์ ฮอลิเดย์ ทัวร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ก่อนโควิดบริษัททำตลาดกว่า 10 ประเทศ แต่หลังจากโควิดและจีนเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเดินทางออกได้ บริษัทหันมาโฟกัสขายประเทศไทยเพียงเดสติเนชั่นเดียว เนื่องจากประเทศไทยได้รับการตอบรับดีที่สุดของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงที่ผ่านมา

นายซ่ง เถา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซื่อชวน โกลบอล ทัวริสซึ่ม อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า ยอมรับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยทำให้เดสติเนชั่นประเทศไทยขายดีขึ้น โดยปัจจุบันมีสายการบินจากเฉิงตู ไปกรุงเทพฯ 8 สายการบิน ไปภูเก็ต 4 สายการบิน ไปเชียงใหม่ สมุย และหลีเป๊ะ (ผ่านลังกาวี) เส้นทางละ 1 สายการบิน

นอกจากนี้ยังได้หารือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสายการบินเพื่อเป็นการขับเคลื่อนตลาดประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และอยากให้รัฐบาลไทยพิจารณาต่อมาตรการวีซ่าฟรีออกไปอีก ซึ่งตอนนี้คนจีนพร้อมจะออกเดินทางแล้ว และเชื่อว่าปีหน้าเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น และจะออกเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วย

แห่ร่วม TAT&ATTA โรดโชว์

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าวว่า สมาคมได้ร่วมกับ ททท. จัดงาน TAT&ATTA Road Show to China 2023 ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ และเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยนำผู้ประกอบไทยทั้งโรงแรม บริษัทนำเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยว (ผู้ขาย) รวม 76 บริษัท ไปพบปะและเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการ (ผู้ซื้อ) เมื่อวันที่ 12 และ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา

ซึ่งได้รับการตอบรับจากบริษัทนำเที่ยวฝั่งจีนดีเกินคาด โดยมีบริษัทนำเที่ยวเข้ามาร่วมงานเมืองละประมาณ 400 ราย รวม 2 เมืองราว 800 บริษัท ทุกบริษัทให้ความสนใจเข้ามาอัพเดตสินค้าและบริการท่องเที่ยวของไทย รวมถึงมาดูความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวของไทย

“สมาคมมั่นใจเป้าหมายการมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีน 7-8 ล้านคน ที่ ททท.ตั้งไว้ในปีหน้า มีความเป็นไปได้แน่นอน อย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยงานโดยเฉพาะภาครัฐ ททท. ต้องร่วมกันออกแรงกระตุ้นอย่างหนักด้วย โดยหลังจากกลับจากโรดโชว์ครั้งนี้ สมาคมจะสรุปข้อมูลและเข้าหารือร่วมกับทางผู้บริหาร ททท.อีกครั้ง เพื่อหาแนวทางทำการตลาดเชิงรุกต่อไป

“เราเชื่อมั่นว่านักท่องเที่ยวจีนจะมาได้ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอประเมินสถานการณ์ในช่วงเทศกาลตรุษจีนต้นปี 2567 อีกครั้ง” นายศิษฎิวัชรกล่าว

ตั้งเป้าปี’67 นักท่องเที่ยวจีน 8.5 ล้าน

ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ประเทศไทยพร้อมต้อนรับและรอคอยการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน และตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นความหวังสำคัญและช่วยผลักดันเป้าหมายตัวเลขนักท่องเที่ยวรวมในปี 2567

ทั้งนี้ ททท.ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยในปี 2567 ไว้ที่จำนวน 8.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่คาดว่าจะมีจำนวน 3.4-3.5 ล้านคน ปัจจุบัน ททท.เตรียมเสนอรัฐบาลให้ต่ออายุมาตรการวีซ่าฟรีให้นักท่องเที่ยวจีนที่จะหมดลงในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ออกไปอีก ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...