กู้ภัยสุพรรณบุรีเข่าทรุด! ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง บ้านเพิ่งสร้างได้ 2 ปี สูญทรัพย์สินเกือบทั้งหมด
พ.ต.ท.รังสรรค์ ลมไธสง รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในหมู่ 4 ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี จึงประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลบ้านโพธิ์ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยเสมอกันสุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเณรแก้วทางหลวงสุพรรณบุรี เข้าตรวจสอบและระงับเหตุ
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านปูนชั้นเดียวอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง ท่ามกลางกระแสลมที่พัดแรง ใช้เวลากว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
จากการตรวจสอบพบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านที่เทศบาลตำบลบ้านโพธิ์สร้างให้กับนายธีรพงศ์ สายรส อายุ 46 ปี อาสากู้ภัยเสมอกันสุพรรณบุรี ซึ่งสร้างมาได้ประมาณ 2 ปีก่อน แต่เพลิงได้เผาผลาญทรัพย์สินภายในบ้านจนเสียหายทั้งหมด
ส่วนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ภายในบ้านนั้น รองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านโพธิ์ได้ช่วยกันเข็นออกมาได้อย่างหวุดหวิด ทำให้ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย โดยบริเวณพลาสติกด้านหน้าถูกความร้อนจนละลาย
นายแป๊ะ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุสังเกตเห็นกลุ่มควันลอยออกมาจากภายในบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงคล้ายไฟปะทุ ก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ประกอบกับขณะนั้นมีลมพัดกระโชกแรง ทำให้ไฟเกือบลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียง จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าช่วยเหลือทันที
ต่อมานายธีรพงศ์ เจ้าของบ้าน ซึ่งเดินทางกลับจากทำธุระในตัวอำเภอเมือง เมื่อมาถึงและเห็นสภาพบ้านที่ถูกเพลิงเผาวอดทั้งหลัง ถึงกับน้ำตาคลอ เข่าทรุดนั่งลงกับพื้นด้วยความเสียใจ เนื่องจากบ้านและทรัพย์สินที่สะสมมาทั้งหมดถูกไฟไหม้จนไม่เหลือ
นายธีรพงศ์ เปิดเผยว่า ตนประกอบอาชีพรับจ้างและเป็นอาสากู้ภัย ก่อนออกจากบ้านได้เสียบชาร์จแบตเตอรี่วิทยุสื่อสารไว้เพียงอย่างเดียว ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ เช่น พัดลมและโทรทัศน์ ได้ถอดปลั๊กออกทั้งหมด จึงไม่ทราบว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้มาจากจุดใด โดยปกติตนจะออกจากบ้านในช่วงกลางวันและกลับมาในช่วงเย็น ก่อนออกไปปฏิบัติหน้าที่ประจำป้อมกู้ภัย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ และสันนิษฐานว่าสาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม จะประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป